กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 16

ความรู้สึกที่ซ่อนเร้น

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"สายตาคู่นั้น... ไม่ใช่ของมนุษย์" เสียงกระซิบของไป๋ซืออวี้แหบพร่า ทว่ากังวานก้องในความเวิ้งว้างของถ้ำศิลาโบราณ ไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากผนังหินไม่ได้มาจากฤดูกาล แต่มันคือจิตสังหารอันไร้รูปที่กดทับลงบนชีพจรของพวกเขาทั้งสองจนแทบหยุดเต้น บรรยากาศภายในถ้ำแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึมและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากสรวงสวรรค์กำลังจ้องมองลงมายังพวกเขาทั้งสองจากเบื้องบน ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับความตาย ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงเรืองรองอ่อนๆ จากผลึกหินปราณ เงาร่างของคนทั้งสองสะท้อนทาบทับลงบนผนังหินอย่างโดดเดี่ยว มู่หรงเสวี่ยมิได้เอ่ยวาจาใด นางเพียงแต่กัดริมฝีปากบางเฉียบจนซีดขาว กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริกเบาๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อสิ่งเร้นลับเบื้องหน้า หากแต่เป็นเพราะพิษโลหิตที่ตีกลับขึ้นมาจากการใช้พลังปราณหิมะสวรรค์ในยามที่ร่างกายอ่อนแอที่สุด ร่างระหงของนางเซียนผู้เคยคุมเชิงอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพ บัดนี้กลับเซถลาลงเล็กน้อย รวดเร็วเสียยิ่งกว่าสายฟ้า ไป๋ซืออวี้ก้าวเท้าทะยานเข้าไปประคองเอวบางของนางไว้ได้ทันท่วงที กลิ่นอายจางๆ ของสุราหมักร้อยบุปผาผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในระยะประชิด ชนิดที่ลมหายใจของคนทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน "ถอยไป... ข้ายังไม่ตาย" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ความเยือกเย็นที่เคยใช้เป็นเกราะคุ้มกันตัวมาตลอดชีวิตสั่นคลอนอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้ฉายแววไหวระริก ปะปนด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่นางเองก็มิอาจหาคำตอบได้ "หากท่านยังดื้อรั้นใช้ลมปราณสะกดพิษเช่นนี้ต่อ เกรงว่าข้าคงต้องแบกศพภรรยาเย็นชาคนนี้ออกจากถ้ำแทนที่จะเป็นสหายร่วมทางแล้วล่ะครับ" ไป๋ซืออวี้แย้มยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมปลาบแฝงแววหยอกเย้าเช่นเคย แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย ทว่าน้ำเสียงของเขากลับนุ่มนวลและจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นิ้วมือเรียวยาวของจอมยุทธ์หนุ่มกดลงที่จุดชีพจรสำคัญแผ่นหลังของนาง เพื่อถ่ายเทลมปราณสุราไร้ลักษณ์อันอบอุ่นเข้าไปช่วยกดทับพิษโลหิต การกระทำนี้ใกล้ชิดเกินกว่าที่จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะและอธรรมพึงกระทำต่อกัน กำแพงน้ำแข็งที่มู่หรงเสวี่ยสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นหัวใจมาเนิ่นนานนับสิบปี เริ่มแตกร้าวทีละน้อย ราวกับธารน้ำแข็งที่ต้องแสงตะวันแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า เข้าสู่แผ่นหลังอันบอบบาง ส่งตรงถึงหัวใจที่ด้านชา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในความมืด ใกล้จนกระทั่งมองเห็นเงาของตนเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ดวงตาของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพชรฆาตไร้สำนักผู้รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด "เหตุใด... เจ้าจึงต้องช่วยข้าถึงเพียงนี้?" เสียงของมู่หรงเสวี่ยแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม นางถามออกไปโดยลืมตัว ความระแวงแคลงใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนระคนอาลัยในห้วงลึกของจิตวิญญาณ ไป๋ซืออวี้หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตากวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและจริงจัง เขายื่นมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อแนบแก้มเนียนใสของนางออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ทำให้นางพญาโลหิตถึงกับตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดใดไม่ออก "ในใต้หล้า... คนจะช่วยชีวิตกัน จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือครับ?" ไป๋ซืออวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา "บางที... ข้าอาจจะแค่อยากเห็นรอยยิ้มของสตรีผู้เยือกเย็นที่สุดในยุทธภพ มากกว่าจะเห็นใบหน้าบึ้งตึงเวลานางถือกระบี่ไล่ฆ่าข้าก็เป็นได้" คำพูดกวนประสาทที่แฝงความจริงใจนั้น ทำให้มู่หรงเสวี่ยแทบอยากจะยกกระบี่ขึ้นแทงอกเขาให้รู้แล้วรู้รอด ทว่ายามนี้ เรี่ยวแรงของนางถูกพิษโลหิตกัดกินจนหมดสิ้น ร่างกายที่สั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บทำได้เพียงเอนซบลงบนอกอุ่นของบุรุษตรงหน้าอย่างจำยอม ไออุ่นจากร่างกายของเขาโอบกอดนางไว้ราวกับเกราะคุ้มกันสุดท้ายในโลกหล้า ในความเงียบสงบอันน่าสะพรึงกลัวของถ้ำศิลา เสียงหัวใจของคนทั้งสองเต้นระรัวสอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิด กำแพงความเย็นชาที่ก่อตัวขึ้นจากความแค้นและความโดดเดี่ยว พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี ทว่า ในวินาทีที่ความรู้สึกนึกคิดของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้บรรยากาศอันลึกซึ้งนั้นเอง... *ครืนนน—!* พื้นถ้ำเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินแยกออกจากกัน เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ท่ามกลางกลิ่นอายโลหิตที่พวยพุ่งขึ้นมาหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม และก่อนที่ไป๋ซืออวี้จะทันได้ชักกระบี่สุราไร้ลักษณ์ออกจากฝัก เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากม่านหมอกแห่งความตาย พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คิดไม่ถึงเลยว่า... ทายาทคนสุดท้ายของกระบี่สุราไร้ลักษณ์ จะมาตายกลายเป็นศพคู่กับนางปีศาจโลหิตในหลุมศพเดียวกัน... ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก!" ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "เซียนสุราเมามาย" ครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%