“หึๆ... ไป๋ซืออวี้ เจ้าเด็กโง่ คิดไม่ถึงเลยสินะว่าเจ้าจะพา 'นางพญาโลหิต' มาติดกับดักในสถานที่แห่งนี้ด้วยมือของตนเอง...”
เสียงทุ้มต่ำอันเย็นเยียบดังแทรกสายลมยามวิกาลเข้ามา ทำเอาทั้งไป๋ซืออวี้และมู่หรงเสวี่ยต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือซากปรักหักพังของวิหารโบราณ เงาร่างของมือสังหารนับสิบชีวิตจากพรรคอสูรโลหิตปรากฏขึ้นจากความมืดมิด นำโดย 'เฟยเทียน' ผู้อาวุโสลำดับสาม ผู้มีฉายา 'กระบี่เงาอสูร' แววตาของมันทอประกายเหี้ยมเกรียมราวกับสุนัขป่าที่รอขยี้เหยื่อผู้บาดเจ็บจนมุม
ไป๋ซืออวี้กระอักลิ่มเลือดสีดำออกมาคำโต ร่างกายของเขาสั่นสะท้านจากพิษร้ายที่แล่นพล่านไปตามเส้นชีพจร ทว่ามุมปากกลับหยิ้มเยาะขึ้นอย่างกวนประสาทตามนิสัย มือขวายังคงกำด้ามกระบี่สุราไร้ลักษณ์ไว้แน่น แม้ปลายนิ้วจะชาด้านจนแทบไร้ความรู้สึก “แก่หัวหงอกเช่นเจ้า... ช่างมีความพยายามสูงเสียจริง ไล่ตามข้ามาจนถึงก้นเหวเช่นนี้ กลัวว่าถ้าข้าตายไป จะไม่มีคนคอยตบหน้าสั่งสอนเจ้าในยุทธภพอีกกระมัง?”
“ปากดีนัก! วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้าไปได้ห้ามนับหรอก!” เฟยเทียนสะบัดมือขวา กระบี่เหล็กกล้าเปล่งประกายแสงสีโลหิตสะท้อนกับแสงจันทร์ อาคมทมิฬแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ กดดันจนลมหายใจของคนทั้งสองติดขัด
ข้างกายเขา มู่หรงเสวี่ย นางพญาโลหิตกระบี่น้ำแข็ง ยืนหยัดนิ่งงันดั่งรูปปั้นหยกสลัก แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากจากอาการบาดเจ็บภายในที่หนักหน่วงไม่แพ้กัน ทว่าไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับยังคงความน่าสะพรึงกลัว ดวงตาคู่สวยคมกริบราวกับกระบี่น้ำแข็งจ้องมองไปยังผู้อาวุโสพรรคอสูรโลหิตราวกับมองซากศพเดินได้
“หนอนแมลง... สมควรตาย”
เสียงหวานกังวานแต่เย็นยะเยือกไร้ซึ่งความปรานีเอ่ยขึ้น มู่หรงเสวี่ยไม่รอช้า นางสะบัดกระบี่ในมือส่งเสียงกรีดร้องเสียดแทศสวรรค์ เคล็ดวิชา 'เหมันต์นิรันดร์' ทะยานออกจากร่าง เกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับพันชิ้นพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่กลุ่มมือสังหารดั่งห่าฝน!
“อวดดีนัก! ตั้งค่ายกลโลหิตกลืนวิญญาณ!” เฟยเทียนคำรามลั่น
การต่อสู้ตะลุมบอนอันดุเดือดปะทุขึ้นท่ามกลางซากวิหาร โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนปฐพีให้กลายเป็นสีชาด ไป๋ซืออวี้ฝืนโคจรลมปราณเฮือกสุดท้าย กระบี่สุราไร้ลักษณ์แปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่นับร้อยสาย ทะลวงผ่านแนวป้องกันของมือสังหารด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ ทุกกระบวนท่าที่เขาใช้ออกล้วนเด็ดขาดและไร้ร่องรอย ทว่าด้วยร่างกายที่บอบช้ำจากศึกก่อนหน้า ทำให้ความเร็วของเขาตกลงอย่างเห็นได้ชัด แผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ปริแตกจนเลือดไหลย้อมอาภรณ์สีขาวจนกลายเป็นสีแดงฉาน
ฉับพลัน! เงากระบี่เล่มหนึ่งของศัตรูฉวยโอกาสพุ่งเข้าแทงทะลุสีข้างของไป๋ซืออวี้อย่างจัง!
“อึก...!” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปถึงขั้วหัวใจ แต่มือซ้ายของเขากลับคว้าจับคมกระบี่นั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ก่อนจะเหวี่ยงตัวฟันสวนกลับสะบั้นคอศัตรูผู้นั้นจนขาดกระเด็นในดาบเดียว
ในขณะเดียวกัน มู่หรงเสวี่ยที่กำลังรับมือกับยอดฝีมือระดับเดียวกันถึงสามคน ร่างกายของนางก็มาถึงขีดจำกัดเช่นกัน พิษโลหิตที่สะสมในร่างกายเริ่มตีกลับ ทำให้นางกระอักโลหิตสีแดงสดออกมาคำใหญ่ ความเย็นชาบนใบหน้าสั่นคลอนเล็กน้อย เมื่อช่องว่างจากการบาดเจ็บทำให้นางพลาดท่าถูกกระบี่เล่มหนึ่งเฉือนเข้าที่ต้นแขนขาวเนียน ร่างเพรียวบางเซถลาลงไปคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจถี่กระชั้น
“เสวี่ยเอ๋อร์!” ไป๋ซืออวี้เบิกตากว้าง ความรู้สึกร้อนรนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนพลุ่งพล่านขึ้นในอก
เขาทะยานร่างฝ่าวงล้อมเข้ามาอย่างไร้ความกลัวความตาย กระบี่สุราไร้ลักษณ์ในมือแผ่รังสีอำมหิตถึงขีดสุด วิชา 'กระบี่พิชิตฟ้า' ถูกหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณอันบ้าคลั่ง เกิดเป็นพายุหมุนกระบี่สีครามขนาดยักษ์กวาดล้างศัตรูรอบกายจนกระเด็นกระดอนถอยร่นไปชั่วขณะ
“ไป! ถอยหนีเดี๋ยวนี้!” ไป๋ซืออวี้คว้าแขนมู่หรงเสวี่ยขึ้นมาพาดบ่าอย่างไม่ลังเล แม้เรียวขาของเขาจะแทบก้าวไม่ออกแล้วก็ตาม อาศัยจังหวะชุลมุนที่ค่ายกลของศัตรูแปรปรวน ทะยานร่างพุ่งหายเข้าไปในความมืดมิดของหุบเขาลึกเบื้องหน้าทันที
“ไล่ตามไป! อย่าให้พวกมันหนีรอดไปได้เด็ดขาด!” เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของเฟยเทียนดังไล่หลังมาติดๆ ทว่าความมืดและภูมิประเทศที่ซับซ้อนทำให้การติดตามเป็นไปอย่างยากลำบาก
ไป๋ซืออวี้แบกนางพญาโลหิตฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง ทั้งสองวิ่งลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับโพรงถ้ำลับแห่งหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบและม่านน้ำตกธรรมชาติ ชายหนุ่มตัดสินใจพาร่างที่สะบักสะบอมของทั้งคู่มุดเข้าไปหลบซ่อนตัวภายในถ้ำทันที
บรรยากาศภายในถ้ำมืดสนิทและเย็นเยียบ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ดังสะท้อนก้องกังวาน ไป๋ซืออวี้ทิ้งตัวลงพิงผนังถ้ำอย่างหมดแรง ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับมีไฟสุม เนื่องจากพิษโลหิตและบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย เลือดสดๆ ยังคงไหลรินไม่ขาดสาย อาภรณ์สีขาวชุ่มโชกไปด้วยเลือดจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
มู่หรงเสวี่ยทรุดตัวลงนั่งห่างออกไปเล็กน้อย มือเรียวบางยกขึ้นกุมหน้าอกที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ใบหน้าที่เคยงดงามราวนางเซียนบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาคู่สวยมองดูชายหนุ่มที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่ไม่ไกลด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะบรรยาย
“เจ้า... คนโง่...” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา เจือแววสั่นเครือเล็กน้อยที่แม้แต่นางเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของตนเอง “ทำไมถึงไม่หนีไปคนเดียว ทำไมต้องแบกภาระข้าไว้ด้วย...”
ไป๋ซืออวี้ฝืนยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ แม้จะเจ็บจนแทบขาดใจ เขาสบตาคู่สวยคู่นั้นด้วยแววตาที่ยังคงความเจ้าชู้และจริงใจในเวลาเดียวกัน “ถ้าข้าหนีไปคนเดียว... แล้วใครจะคอยกวนประสาทเจ้าไปตลอดชีวิตเล่า? อีกอย่าง... บุรุษผู้มีคุณธรรม เขาไม่ทิ้งสตรีให้อยู่เผชิญหน้ากับความตายลำพังหรอกนะ... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... สตรีที่ข้า...”
ประโยคคำพูดของเขาขาดหายไปเมื่ออาการเจ็บปวดจากการตีกลับของลมปราณกระชากสติของเขาให้ดำดิ่งลงไป ร่างกายของไป๋ซืออวี้กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ลมปราณในตันtian (จุดตันเถียน) แตกซ่านอย่างไร้การควบคุม สัญญาณชีพจรของเขาอ่อนแรงลงจนน่าใจหาย
มู่หรงเสวี่ยตื่นตระหนก นางฝืนฝัดความเจ็บปวดของตนเองแล้วลุกขึ้นเดินเซไปหาชายหนุ่ม นางรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ ทั้งเขาและนางต้องจบชีวิตลงที่นี่อย่างแน่นอน ทว่าในวินาทีที่นางยื่นมือเข้าไปสัมผัสชีพจรที่ข้อมือของไป๋ซืออวี้เพื่อถ่ายทอดพลังปราณเหมันต์ช่วยกดจุดสะกัดพิษ...
ฉับพลัน! อักขระโบราณสีทองอร่ามลึกลับก็ปรากฏขึ้นที่หน้าผากของไป๋ซืออวี้ มันส่องแสงสว่างวาบท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำ พร้อมกับแรงกดดันจากพลังปริศนาขั้นวิกฤตที่ระเบิดออกมาจากร่างของเขาอย่างไร้การควบคุม พัดพาร่างของมู่หรงเสวี่ยกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว!
บรรยากาศภายในถ้ำแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึมและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากสรวงสวรรค์กำลังจ้องมองลงมายังพวกเขาทั้งสอง...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคไปกับตัวละครทุกท่านด้วยนะครับ
กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 15
ชัยชนะแลกมาด้วยบาดแผล
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!