กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 17

ข่าวกรองจากยุทธภพ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"คิดไม่ถึงเลยว่า... ทายาทคนสุดท้ายของกระบี่สุราไร้ลักษณ์ จะมาตายกลายเป็นศพคู่กับนางปีศาจโลหิตในหลุมศพเดียวกัน... ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก!" เสียงหัวร่อเย้ยหยันดังระคนมากับสายลมหนาวเหน็บยามค่ำคืน เศษกระดาษสีขาวนับร้อยปลิวว่อนละล่องดั่งหิมะโปรยปราย ทว่าสิ่งเหล่านั้นมิใช่เกล็ดหิมะ หากแต่เป็น 'ประกาศจับตาย' ที่ถูกติดประกาศไว้ทั่วทุกหัวระแหงของยุทธภพ ตั้งแต่โรงเตี๊ยมชายแดนป่าเถื่อนไปจนถึงประตูเมืองหลวงอันโอ่อ่า ไป๋ซืออวี้เอียงคอมองแผ่นป้ายประกาศที่ถูกปักตรึงไว้ด้วยมีดบินสลักลายโลหิต บนกระดาษแผ่นนั้นมีภาพวาดใบหน้าของเขาและนาง... มู่หรงเสวี่ย วาดไว้ได้อย่างคมชัดราวกับมีชีวิต ลายเส้นหมึกจีนพู่กันเดียวสะท้อนถึงความประณีตอันเลือดเย็น และที่มุมล่างของประกาศ มีอักษรโลหิตสีชาดเขียนไว้ด้วยลายมืออันทรงพลังว่า *‘พรรคมารโลหิตโลกันตร์ตั้งค่าหัวทั่วหล้า! ใครก็ตามที่เด็ดหัวบุรุษจอมกวนประสาทและนางเซียนน้ำแข็งคู่นี้ได้ จะได้รับโอสถทะลวงชีพขอบเขตราชันย์หนึ่งเม็ด พร้อมทองคำหมื่นตำลึง!’* "โอสถทะลวงชีพขอบเขตราชันย์เชียวหรือ..." ไป๋ซืออวี้หัว Hิ้มแห้งๆ ในลำคอ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างนึกขัน นิ้วเรียวยาวคีบไหสุราขึ้นกระดกอึกใหญ่ น้ำสุราฤทธิ์แรงไหลรินผ่านลำคอ แผ่ซ่านไอความร้อนอุ่นวาบตัดกับความหนาวเย็นยะเยือกยามวิกาล "พวกมันช่างตีราคาหัวของพวกเราได้สูงส่งยิ่งนัก เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าว่าชีวิตของข้ากับเจ้ารวมกันแล้ว มีค่าพอกับเหล้าหมักร้อยปีของโรงเตี๊ยมสกุลหลี่สักสามไหหรือไม่เล่า?" ข้างกายเขา มู่หรงเสวี่ยยืนสงบนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็ง นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับรัศมีเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่าง ปลายกระบี่เยือกแข็งในฝักสั่นระริกเบาๆ คล้ายรับรู้ถึงจิตสังหารที่รายล้อมอยู่รอบตัว ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่าดวงตาคู่คมกลับทอประกายวาวโรจน์ดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ "หากเจ้ายังพูดมาก ไหสุราในมือเจ้าคงไม่ต้องดื่มอีกต่อไป... เพราะข้าจะใช้มันอุดปากเจ้าแทน" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้น นางปรายตามองแผ่นประกาศจับที่มีรูปใบหน้าของตนเองด้วยความรู้สึกกระด้าง ไอเย็นจากร่างนางแผ่พุ่งจนหยดน้ำค้างบนใบไม้รอบบริเวณกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา "โธ่ เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าก็ใจร้ายกับสามี... อ่า หมายถึง สหายร่วมเป็นร่วมตายคนนี้เกินไปแล้ว" ไป๋ซืออวี้หัวเราะร่วน นัยน์ตาคู่นั้นแม้จะดูเจ้าสำราญและกวนประสาท แต่ประสาทสัมผัสทั้งแปดกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ลมปราณไร้ลักษณ์หมุนวนอยู่ในจุดตันตระกูลอย่างเงียบเชียบดั่งคลื่นใต้น้ำ "เจ้าก็เห็นมิใช่หรือว่า ตอนนี้พวกเราเดินไปทางไหน ก็มีแต่สุนัขรับใช้ของพรรคมารและสำนักธรรมะจอมปลอมคอยส่งเสียงเห่าหอนอยู่ไม่ขาดสาย ยุทธภพกว้างใหญ่ไพศาลปานนี้ แต่กลับไม่มีแผ่นดินให้พวกเรายืนหยัดอย่างสงบสุขเลยสักตารางนิ้วเดียว" "ยุทธภพไม่เคยมีที่ยืนให้คนอ่อนแอ" มู่หรงเสวี่ยกล่าวเรียบๆ นางก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกระบี่เยือกแข็งพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้าจนกลุ่มเมฆยามค่ำคืนแตกกระเจิง "พวกมันอยากได้หัวเรานัก ก็ลองดูว่ากระบี่ในมือข้า กับคมมีดของพวกมัน สิ่งใดจะคมกริบกว่ากัน" *ฟรึบ!* ยังไม่ทันสิ้นคำพูด ร่างนับสิบสายก็พุ่งแหวกอากาศลงมาจากยอดไม้รอบด้าน พลังปราณสีดำทมิฬแผ่พุ่งกดดันลงมาดั่งภูเขาขนาดย่อม พวกมันล้วนสวมชุดดำคลุมหน้า ปิดบังใบหน้ามิดชิด เหลือเพียงดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและโลภะ มือถือดาบยาวขึ้นสนิมที่ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง "ฮ่าๆๆ! เจอตัวแล้ว! ทายาทกระบี่สุราไร้ลักษณ์กับนางพญาโลหิต!" หัวหน้ามือสังหารเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า หัวเราะลั่นอย่างได้ใจ "พวกแกคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของพรรคมารโลหิตไปได้งั้นรึ? ทั่วทั้งยุทธภพตอนนี้เป็นหูเป็นตาให้เราหมดแล้ว! ต่อให้พวกแกมีปีกบินก็หนีไม่พ้นความตาย!" ไป๋ซืออวี้ถอนหายใจยาวเหยียด เขาตบเบาๆ ที่ข้างเอว ด้ามกระบี่พิดสดโผล่พ้นฝักออกมาเล็กน้อย ปราณสุราไร้ลักษณ์แผ่ซ่านกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาราวกับหมอกบางๆ "น่ารำคาญเสียจริง... ข้าแค่อยากจะหาที่นั่งดื่มสุราเงียบๆ สักจอกไยจึงยากเย็นนักหนา" ไป๋ซืออวี้พึมพำเบาๆ รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาดุดันคมปลาบดั่งพญาอินทรีจ้องเหยื่อ "พวกเจ้าบอกว่าทั่วทั้งยุทธภพเป็นของพวกมันงั้นรึ? น่าเสียดาย... ในสายตาของข้า แผ่นดินนี้มีไว้ให้กระบี่ของข้าเหยียบย่ำต่างหาก!" *เปรี้ยง!* การต่อสู้ระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาที มู่หรงเสวี่ยไม่รอให้พวกมันเอ่ยคำไร้สาระอันใดอีก นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่เยือกแข็งหลุดจากฝักเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า อุณหภูมิรอบบริเวณดิ่งฮวบลงจนติดลบในพริบตา คลื่นกระบี่น้ำแข็งสายหนึ่งกวาดซัดออกไปดั่งคลื่นสึนามิ แช่แข็งร่างของมือสังหารสามคนแรกให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งในท่าทางหวาดกลัวทันที ในขณะเดียวกัน ไป๋ซืออวี้ก็เคลื่อนไหว ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดั่งสายลมไร้เงา กระบี่พิดสดในมือวาบแสงประกายสีทองแดงตัดผ่านความมืดมิด วิชากระบี่สุราไร้ลักษณ์ถูกใช้ออกอย่างไร้ร่องรอย ทุกกระบวนท่าลื่นไหลและคาดเดาไม่ได้ดั่งสายน้ำ ไร้รูปแต่ทรงพลังถึงขีดสุด! *ฉับ!* โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉาน การปะทะกันระหว่างคนทั้งสองกับมือสังหารพรรคมารดำเนินไปอย่างดุเดือดตระการตา เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ปราณกระบี่และลมปราณมารห้ำหั่นกันจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ทว่า... ท่ามกลางเสียงหอบหายใจและการฆ่าฟันอันดุเดือด ไป๋ซืออวี้กลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง ร่องรอยการสะกดรอยของพวกมือสังหารเหล่านี้... แม่นยำเกินไป! ต่อให้พวกมันจะมีเครือข่ายข่าวกรองกว้างขวางเพียงใด แต่การที่พวกมันสามารถดักซุ่มรอพวกเขาในจุดอับสายตาได้ทุกแห่งหน ราวกับว่า... มีคนคอยชี้เป้าความเคลื่อนไหวของพวกเขาให้อย่างละเอียดทุกฝีก้าว ดวงตาของไป๋ซืออวี้หรี่แคบลง ความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในสมองดั่งสายฟ้าฟาด *ข่าวกรองจากยุทธภพ... ไม่ได้รั่วไหลเพราะโชคช่วย แต่มี 'หนอนบ่อนไส้' แฝงตัวอยู่ใกล้ตัวพวกเขายิ่งกว่าที่คิด!* ในจังหวะที่มือสังหารคนสุดท้ายถูกกระบี่ของมู่หรงเสวี่ยแทงทะลุหัวใจล้มลงขาดใจตาย บรรยากาศโดยรอบกลับยิ่งเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด ลมหนาวพัดโชยมาปะทะร่าง หอบเอาความรู้สึกเย็นยะเยือกจากสันหลังวาบขึ้นมา ทันใดนั้นเอง... เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง จากยอดผาสูงชันเบื้องบน *แปะ... แปะ... แปะ...* "ยอดเยี่ยม... สมกับที่เป็นกระบี่สุราไร้ลักษณ์และนางพญาโลหิต ฝีมือยังคงร้ายกาจไม่เสื่อมคลาย" เสียงทุ้มนุ่มลึกดั่งระฆังโบราณดังขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันล้ำลึกจนลมหายใจของคนฟังสะดุด ไป๋ซืออวี้และมู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน บนยอดผาสูง ร่างของบุรุษชุดเทปักลายเมฆาเพลิงยืนไขว่ห้างรับลมยามค่ำคืน บนใบหน้าสวมหน้ากากครึ่งซีกรูปอสูรยิ้มเยาะ มือข้างหนึ่งถือม้วนคัมภีร์สีทองเก่าคร่ำคร่า ซึ่งแผ่กลิ่นอายพลังอันคุ้นเคยที่ทำให้มู่หรงเสวี่ยต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คัมภีร์สวรรค์บทที่สาม... อยู่ในมือเจ้า!" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเป็นครั้งแรก บุรุษใต้หน้ากากอสูรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะโยนม้วนคัมภีร์ลงมาเบื้องล่าง ร่างของมันค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากอากาศว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของไป๋ซืออวี้และมู่หรงเสวี่ยเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ "ไม่ต้องตามหาข้าให้เสียเวลาหรอก... เพราะสหายรักที่ร่วมเดินทางกับพวกเจ้ามาตลอดสามเดือนนี้ คือผู้ที่นำ 'พิกัดลับ' ของพวกเจ้าไปแลกกับค่าหัวสิบล้านตำลึงเมื่อยามพลบค่ำที่ผ่านมาต่างหากล่ะ!" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันคมกระบี่และกลิ่นสุรามาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%