กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 7

เพลิงพิโรธกลางทะเลทราย

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของไป๋ซืออวี้ก็แข็งค้างในทันที! เม็ดทรายสีทองละอองสุดท้ายร่วงหล่นลงกระทบกับคมกระบี่สุราไร้ลักษณ์ เกิดเสียง *แกร๊ก* เบาหูแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ทะเลทรายมรณะ “อัคคีทมิฬ” เบื้องหน้าหาใช่ผืนทรายธรรมดาไม่ แต่มันคือมหาสมุทรแห่งความตายที่ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงไร้รูป รอร่างของคนโง่เขลาผู้กล้าญasกรายเข้ามาเป็นเชื้อเพลิง "แม่นางมู่หรง..." ไป๋ซืออวี้กระแอมเบาๆ เพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านมาจากสตรีชุดขาวข้างกาย "ข้าว่ารสนิยมการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวของเจ้านี่ ช่าง... เร่าร้อนจนตับไตไส้พุงแทบจะสุกงอมเสียจริงนะ" มู่หรงเสวี่ยไม่แม้แต่จะชายหางตาแลเขา ดวงพักตร์งดงามราวน้ำแข็งสลักยังคงเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกจากร่างจนเม็ดทรายรอบตัวนางกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพริบตา ก่อนจะละลายกลายเป็นไอเดือดพล่านในเสี้ยววินาที นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งน้ำค้างแข็งพันปี "หากเจ้ายังพูดมาก เกรงว่าผืนทรายแห่งนี้คงได้ดื่มกินโลหิตของเจ้าก่อนที่จะได้ลิ้มรสสุราในไหของเจ้าเสียอีก" วาจาเยียบเย็นแต่มั่นคงดั่งขุนเขา นางก้าวเท้าข้ามเขตแดนเข้าสู่พายุทะเลทรายโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ปราณกระบี่น้ำแข็งพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา ต้านทานความร้อนระอุระดับหลอมเหล็กที่แผดเผาลงมา ทว่า ทันทีที่เท้าทั้งสองข้างสัมผัสกับพื้นทรายเบื้องล่าง ผืนแผ่นดินอันแห้งแล้งก็พลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับมีอสูรกายยักษ์กำลังตื่นจากการหลับใหล *ครืนนน—!* คลื่นทรายสูงเทียมฟ้าม้วนตัวเข้าหาทั้งสองราวกับกำแพงยักษ์ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกสลาย กลางพายุทรายนั้น เงาร่างมหึมาสายหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ มันคือ “ราชันอัคคีทราย” อสูรบรรพกาลผู้ปกครองดินแดนรกร้างแห่งนี้ ร่างกายของมันประกอบขึ้นจากหินผาและเปลวเพลิงสีชาด ดวงตากลมโตสีเลือดคู่ใหญ่จดจ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความกระหายใคร่เลือด "ระวัง!" ไป๋ซืออวี้อุทานเสียงดัง ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังในพริบตา ร่างของเขาไหววูบดั่งภูตพราย วิชาตัวเบา “ย่างก้าวไร้เงา” ถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด กระบี่สุราไร้ลักษณ์ในมือถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ส่งเสียงร้องคำรามก้องกังวานดั่งพญาอินทรีโผบิน ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานออกไปเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ตัดผ่าคลื่นทรายออกเป็นสองซีกอย่างงดงามและเด็ดขาด ทว่า ราชันอัคคีทรายหาได้สะทกสะท้านไม่ มันพ่นลมหายใจออกเป็นเปลวเพลิงสีดำสนิท ซึ่งเป็นไฟพิสดารที่สามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งพลังปราณ! "ถอยไป!" มู่หรงเสวี่ยสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่เยือกแข็งในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา นางวาดลวดลายกระบี่อันงดงามแต่ทว่าอำมหิต “เหมันต์นิรันดร์กลืนนภา” ดอกบัวน้ำแข็งนับพันดอกปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกับเปลวเพลิงสีดำสนิทอย่างดุเดือด *ตูมมม—!* แรงระเบิดจากการปะทะกันของธาตุหยินและหยางส่งผลให้พายุทรายรอบด้านแหลกสลายเป็นจุล แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่ถอยหลังไปหลายก้าว ไป๋ซืออวี้รีบพุ่งเข้าไปประคองร่างระหงของมู่หรงเสวี่ยไว้ พร้อมกับกระอักษรโลหิตออกมาคำโต แต่ริมฝีปากยังคงแย้มยิ้มหยัน "แม่นางมู่หรง... วิชาของเจ้าวันนี้ดูจะเย็นชาจนเกินไปหน่อยกระมัง จนแม้แต่หัวใจของข้าก็เกือบจะแข็งตายตามไปด้วยแล้วนะ" มู่หรงเสวี่ยปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี แม้ใบหน้าจะซีดเผือดลงเล็กน้อยจากการฝืนใช้พลังปราณต้านทานอสูรบรรพกาล แต่นางยังคงเชิดหน้าขึ้นอย่างทะนงตน "หุบปากของเจ้าเสีย ไป๋ซืออวี้ หากไม่อยากตายที่นี่" เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง ราชันอัคคีทรายแผดเสียงคำรามกึกก้องอีกครั้ง ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัว เปลวเพลิงสีชาดรอบตัวมันหลอมรวมกันจนกลายเป็นดาบยักษ์แห่งเพลิงกาฬที่พร้อมจะฟาดฟันลงมาปลิดชีพพวกเขาทั้งเป็น แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ไป๋ซืออวี้กลับหลับตาลง ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเขากลับสงบนิ่งอย่างไร้เหตุผล ราวกับพายุทะเลทรายและอสูรกายตรงหน้าได้หยุดการเคลื่อนไหว ลมหายใจของเขาประสานเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมแห่งทะเลทราย เขากระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำและทรงพลังจนแม้แต่มู่หรงเสวี่ยยังต้องหันมามอง "วิถีกระบี่... หาใช่การฆ่าฟันเพื่อเอาชนะ..." เขาลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างทอประกายแสงสีทองเจิดจ้า รัศมีกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งระเบิดออกจากร่างของเขา ทำลายล้างข้อจำกัดแห่งขอบเขตพลังเดิมๆ จนสิ้นซาก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณแห่งสุราและอิสรภาพ เขากำลังจะทะลวงผ่าน... สู่ขอบเขตที่เหนือกว่า! ทว่า ในวินาทีที่ไป๋ซืออวี้กำลังจะชักกระบี่ออกเต็มกระบวนท่าเพื่อเผด็จศึกอสูรเบื้องหน้า พื้นทรายใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันชวนขนหัวลุกสายหนึ่งดังขึ้นมาจากใจกลางผืนทรายที่กำลังหมุนวนเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ *"ฮ่าๆๆ... คิดไม่ถึงว่าในดินแดนรกร้างแห่งนี้ จะมีเหยื่ออันโอชะส่งCเข้าปากถึงสองคน..."* เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายมารอันชั่วร้ายที่รุนแรงยิ่งกว่าราชันอัคคีทรายเสียอีก มันคือนักฆ่าอันดับหนึ่งจากสำนักมารโลหิต ผู้ที่เฝ้ารอจังหวะนี้มาตลอดการเดินทาง! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%