กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 6

โรงเตี๊ยมรกร้างกับกับดักมรณะ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากพวกท่านยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าเกรงว่าสุราในไหของข้าคงต้องเสียรสชาติ เพราะกลิ่นอายคาวเลือดของพวกสุนัขรับจ้างเหล่านี้ จะทำให้บรรยากาศอันสุนทรีย์ต้องแปดเปื้อน" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าสน ไป๋ซืออวี้มิได้สะดุ้งสะเทือนต่อเงาร่างนับพันที่ปิดล้อมยอดไม้เอาไว้แม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวเปื้อนฝุ่นนั่งยองๆ อยู่บนกิ่งสนหัก เขากำลังยกไหสุราขึ้นจิบหน้าตาเฉย ราวกับกองกำลังนับร้อยที่แผ่จิตสังหารอยู่เบื้องล่างเป็นเพียงฝูงหิ่งห้อยยามค่ำคืน มู่หรงเสวี่ยยืนนิ่งอยู่เบื้องล่าง นางไม่แม้แต่จะเหลือบแลเงาร่างเหล่านั้น กระบี่น้ำแข็งในมือยังคงหลับใหลอยู่ในฝักสีนิล รัศมีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ากลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวน้ำค้างแข็งพันปี "พวกมดปลวกเหล่านี้ไม่คู่ควรให้ข้าชักกระบี่... จัดการให้เรียบร้อย แล้วเราต้องหาที่พัก" "โห... เจ้าเย็นชากับพวกพ้อง (ที่ไม่ใช่) ของเราเสียจริง แม่นางมู่หรง" ไป๋ซืออวี้หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาร่างเบื้องหน้าก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่ไร้ลักษณ์ข้างกายส่งเสียงร้อง "กริ๊ง" ราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่พุ่งพล่าน "แต่ข้าเห็นด้วยกับเจ้า... ค่ำคืนนี้ลมหนาวพัดแรงนัก หากไม่มีน้ำแกงร้อนๆ หรือโรงเตี๊ยมสักแห่งให้ซุกหัวนอน ข้าเกรงว่ากระบี่ในมือข้าจะเหงาจนเกินไป" สิ้นคำพูด ร่างของไป๋ซืออวี้ก็เลือนหายไปจากกิ่งสนราวกับภาพลวงตา! *ฉับ!* ประกายกระบี่สีเงินยวณพาดผ่านความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นระลอกหนึ่ง เงาร่างสามสายที่ซ่อนอยู่บนยอดสนร่วงหล่นลงมาดั่งใบไม้ร่วง ศีรษะหลุดออกจากบ่าโดยที่พวกมันยังไม่ทันได้ชักอาวุธออกมาป้องกันตัวด้วยซ้ำ นี่คือวิชากระบี่สุราไร้ลักษณ์—ไร้ร่องรอย ไร้รูปแบบ ดั่งสายลมที่พัดผ่านความตายมาเยือน มู่หรงเสวี่ยเพียงแต่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวที่นางเหยียบลงไป พื้นดินเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยไอเย็นยะเยือก ใครก็ตามที่พยายามลอบโจมตีนางจากด้านหลัง ล้วนถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งสีแดงฉานทันทีที่สัมผัสโดนชายผ้าซิ่นของนาง เลือดในกายของพวกมันถูกความเย็นจัดแช่แข็งจนระเบิดออกเป็นละอองเลือดสีแดงระยิบระยับกลางอากาศ ช่างเป็นภาพความตายที่งดงามและโหดเหี้ยมในคราเดียวกัน การสังหารหมู่กินเวลาเพียงชั่วก้านธูปเผา เงาร่างนับพันที่เคยหมายมั่นจะปิดล้อม กลับกลายเป็นซากศพเกลื่อนกลาดผืนป่าสน ไป๋ซืออวี้สะบัดคราบเลือดออกจากคมกระบี่ ก่อนจะเก็บเข้าฝักด้วยท่าทางสบายๆ เขายกไหสุราขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ แล้วหันไปยิ้มกวนประสาทให้นางเซียนผู้ไร้ความรู้สึก "เห็นไหม? ข้าบอกแล้วว่าพวกมันเป็นเพียงฝูงหิ่งห้อย... ตอนนี้พวกเราไปหาโรงเตี๊ยมหลบภัยกันเถอะครับ แม่นางมู่หรง" ครึ่งชั่วยามต่อมา ท่ามกลางสายฝนปรอยที่เริ่มโปรยปลงมา ป้ายไม้ผุพังที่แกะสลักคำว่า "โรงเตี๊ยมร้อยลี้" ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า โครงสร้างไม้เก่าคร่ำครึ หน้าต่างบานพับที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามแรงลม และแสงตะเกียงริบหรี่ที่ส่องลอดออกมาจากรอยแตกของประตู ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูโดดเดี่ยวและวังเวงราวกับสำนักวิญญาณอาฆาต ไป๋ซืออวี้ผลักประตูไม้เข้าไป เสียง "เอี๊ยด" อันน่าสยดสยองดังขึ้น กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบสรางลอยปะทะเข้าจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้คิ้วกระบี่ของเขาต้องขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว คือ "กลิ่น" บางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลิ่นอับนั้น "กลิ่นหอมของชาหิมะ... แต่เจือด้วยผงสลายวิญญาณเจ็ดราตรี" ไป๋ซืออวี้เอ่ยเสียงเบา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย มู่หรงเสวี่ยก้าวตามเข้ามา นางกวาดสายตากลมโตเย็นเยียบมองสำรวจรอบบริเวณ ชั้นล่างของโรงเตี๊ยมว่างเปล่า โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ราวกับว่าเพิ่งมีแขกกลุ่มใหญ่เพิ่งจากไปไม่นาน ทว่าไม่มีร่องรอยของฝุ่นผงบนพื้นแม้แต่น้อย "มีคนจงใจจัดฉากรอเราอยู่" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ฝ่ามือเรียวดุจหยกขาววางอยู่บนด้ามกระบี่น้ำแข็งโดยสัญชาตญาณ "ไม่ใช่แค่จัดฉากหรอกครับ..." ไป๋ซืออวี้เดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ไม้ เขาใช้ปลายนิ้วแตะลงบนคราบชาที่ยังหลงเหลืออยู่ในถ้วย แล้วนำมาดมเบื้องจมูก รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "ดูเหมือนว่าพวกเราจะมี 'แขกผู้มีเกียรติ' ที่คุ้นเคยกันดีมารอรับรองพวกเราถึงที่... หึ เจ้าเฒ่าสารเลวแห่งพรรคอสูรโลหิต คงคิดว่าพิษกากบาทสลายเส้นเอ็นของมันจะหลอกตาข้าได้กระมัง" ทันใดนั้นเอง! ประตูด้านหลังเคาน์เตอร์ก็เปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังไม้ผุพัง "ฮ่าๆๆๆ... สมคำร่ำลือจริงๆ นายน้อยตระกูลไป๋! แม้แต่วิชาพิษอันดับหนึ่งของพรรคเรา ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นจากปลายจมูกของเจ้าไปได้!" เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกปิดด้วยหน้ากากกระดูกผีดิบก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาคู่นั้นทอประกายอาฆาตมาดร้ายและอำมหิตอย่างยิ่งยวด ด้านหลังของมันยังมีมือสังหารในชุดดำอีกสิบกว่าคนถือกระบี่อาบยาพิษยืนล้อมกรอบเอาไว้ทุกด้าน โรงเตี๊ยมร้างแห่งนี้... แท้จริงแล้วคือกับดักมรณะที่ถูกถักทอขึ้นเพื่อฝังร่างของพวกเขาทั้งสองคนโดยเฉพาะ! ไป๋ซืออวี้มิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกไหสุราขึ้นจิบอีกครั้งอย่างใจเย็น ก่อนจะเหลือบมองมู่หรงเสวี่ยที่ยืนนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็งข้างกาย แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "ดูเหมือนว่าคืนนี้... เราคงต้องหาเรื่องย่อยอาหารกันเสียหน่อยแล้วล่ะครับ แม่นางมู่หรง" มู่หรงเสวี่ยมิได้ตอบคำถาม แต่นางสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ เกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าครามระเบิดออกรอบตัวนางจนโต๊ะเก้าอี้ไม้รอบด้านกลายเป็นผุยผงในพริบตา นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ "จัดการพวกมันให้หมด... แล้วข้าจะใช้เลือดของมันล้างพื้นโรงเตี๊ยมนี้ให้สะอาดเอง" บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมตึงเครียดจนถึงขีดสุด ประกายกระบี่ทั้งสองสายเริ่มแผ่ซ่านออกมาราวกับพายุหมุน ทว่าในวินาทีที่ไป๋ซืออวี้กำลังจะชักกระบี่ออกจากฝักนั้นเอง... เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นจาก "ชั้นสอง" ของโรงเตี๊ยม—ชั้นที่ควรจะว่างเปล่าและไม่มีผู้คน! *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงฝีเท้านั้นหนักหน่วงราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงบนแผ่นอกของทุกคนในที่นั้น และเมื่อเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามก้าวพ้นขอบบันไดลงมา พร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณขอบเขตราชันย์เทวะที่กดทับจนลมหายใจของไป๋ซืออวี้และมู่หรงเสวี่ยต้องสะดุด... รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของไป๋ซืออวี้ก็แข็งค้างในทันที! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%