กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 5

กระบี่เยือกแข็งบรรจบสุราทิพย์

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โลหิตสดๆ สายหนึ่งพ่นออกจากริมฝีปากของไป๋ซืออวี้ หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนจนเกิดเป็นรอยด่างสีแดงฉานน่ากลัว เบื้องหน้าของเขาคือเงาสีดำมหึมาของ "ราชันย์อสูรโลกันตร์" สัตว์อสูรบรรพกาลที่หลุดพ้นจากการหลับใหลนับพันปี กรงเล็บอันมหشอญของมันเพิ่งจะปัดปะทะผ่านร่างของเขาจนกระเด็นทะลุแนวต้นสนโบราณไปสามต้น ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านกัดกินเส้นชีพจรทีละน้อย ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ลมหายใจกั้น "เจ้าคนสารเลว... ถึงคราวตายของเจ้าแล้วกระมัง" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของราชันย์อสูรดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของฟ้าผ่า มันเงื้อมือที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีนิลทมิฬหมายจะบดขยี้ร่างของไป๋ซืออวี้ให้แหลกสลายในคราเดียว ไป๋ซืออวี้หัวเราะแหบแห้ง ในมือยังคงกำไหสุราที่รอยแตกทำให้ของเหลวสีอำพันรินรดพื้นดิน เขาปาดคราบเลือดที่มุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววเย้ยหยันฟ้าดินตามเคย "แม่นางมู่... หากเจ้ายังมัวแต่ยืนชมวิวอยู่ ข้าคงต้องลงไปดื่มสุรากับพญายมยมบาลก่อนเวลาอันควรเป็นแน่..." วูบบบ! ทว่ายังไม่ทันที่กรงเล็บมรณะจะตกลงมา อุณหภูมิโดยรอบก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งอย่างฉับพลัน! มิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับพันหมื่นประกาย แสงสีฟ้าครามเจิดจ้าสะท้อนเงาจันทราในยามวิกาลให้กลายเป็นเขตอาคมอันบริสุทธิ์ นางพญาโลหิต "มู่หรงเสวี่ย" ก้าวเท้าลงบนความว่างเปล่าอย่างไร้สุ้มเสียง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลมปราณอันหนתเหน็บ กระบี่ในมือเรียวบางถูกชักออกจากฝักช้าๆ ทว่ากลับสร้างแรงกดดันที่ทำให้ผืนป่าทั้งผืนต้องสั่นสะท้าน "หนวกหูยิ่งนัก..." เสียงหวานใสแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีเอื้อiเอ่นออกมา นางไม่แม้แต่จะชายตามองไป๋ซืออวี้ที่นอนพิงต้นไม้อย่างหมดสภาพ แต่มือเรียวดั่งหยกกลับวาดกระบี่เป็นวงโค้งกลางอากาศ "เคล็ดกระบี่เหมันต์... วัฏจักรนิรันดร์!" ฉับพลันนั้น ดอกไม้น้ำแข็งนับพันดอกเบ่งบานกลางห้วงอากาศ ก่อนจะพรั่งพรูเข้าใส่ราชันย์อสูรโลกันตร์ราวกับพายุฝนเข็มพิฆาต ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายเข้าแช่แข็งอวัยวะภายในของสัตว์อสูรบรรพกาลในพริบตา เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ร่างมหึมานั้นจะถูกตรึงไว้ด้วยเสาน้ำแข็งยักษ์ สภาพร่างกายแข็งค้างขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย มู่หรงเสวี่ยยืนหยัดอยู่กลางหิมะ ร่างระหงสง่างามดั่งเทพเซียนผู้สูงส่ง นางเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยกิริยาที่ราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองบุรุษผู้สร้างความรำคาญใจให้แก่นางเสมอมา ไป๋ซืออวี้กระแอมไอเบาๆ พลางยกไหสุราขึ้นจิบแก้กระหาย ทั้งที่บาดแผลเต็มร่าง "ฝีมือของแม่นางมู่... นับวันยิ่งบรรลุถึงขั้นไร้ลักษณ์แล้วกระมัง เกือบไปๆ หากมาช้ากว่านี้ ข้าคงไม่มีโอกาสได้กล่าวคำอำลาเสียแล้ว" มู่หรงเสวี่ยปรายตามองคราบเลือดบนเสื้อผ้าของเขา แววตาสีครามเข้มฉายประกายความซับซ้อนครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดังเดิม นางสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง เม็ดยาปราณสีมรกตลอยละลิ่วตกลงบนฝ่ามือของเขา "กินเข้าไป... ข้ามิได้ช่วยเจ้าเพราะความเห็นใจ แต่ข้ายังต้องการให้เจ้าเปิดทางเข้าสู่หุบเขาอสูรทมิฬ หากเจ้าตายที่นี่ แผนการของข้าคงต้องล่าช้าออกไปอีกสามวัน" น้ำเสียงของนางราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าหากผู้ใดสังเกตให้ดี จะเห็นว่าปลายนิ้วเรียวของนางที่ไขว้ไว้เบื้องหลังนั้น กำลังกระชับเข้าหากันแน่นเล็กน้อย ไป๋ซืออวี้รับเม็ดยามาโยนเข้าปากโดยไม่ลังเล กลิ่นหอมเย็นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ บาดแผลฉกรรจ์สมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เขายิ้มมุมปาก นัยน์ตาพินิจพิเคราะห์สตรีตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง นี่คือนางพญาโลหิตผู้เหี้ยมโหดในคำเล่าลือของยุทธภพ ผู้คนต่างกล่าวขานว่านางไร้หัวใจและสังหารคนไม่กะพริบตา แต่ทว่า... ในยามวิกาลที่แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบแพขนตางอนงามของนางที่กำลังหลบซ่อนความห่วงใยภายใต้หน้ากากความเย็นชา กลับทำให้หัวใจของจอมยุทธ์ผู้รักอิสระกระตุกวูบอย่างประหลาด ทัศนคติที่มู่หรงเสวี่ยมีต่อไป๋ซืออวี้ เริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย จากเดิมที่เป็นเพียงแค่ "เครื่องมือ" นำทาง กลายเป็นความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่นางเองก็ยังไม่อาจนิยามได้ชัดเจน "ขอบพระคุณแม่นางที่เมตตา..." ไป๋ซืออวี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษหิมะออกจากบ่า แววตากะล่อนหล2หายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความจริงจังที่หาได้ยาก "แต่ทว่า... ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่ได้มีเวลาพักผ่อนกันมากนักแล้วกระมัง" มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในกระแสลมปราณรอบด้าน ตึง! ตึง! ตึง! พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่เสียงคำรามต่ำๆ นับร้อยสายกำลังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่างหน้าผา ไอสังหารสีเลือดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาจนรัตติกาลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และในวินาทีนั้นเอง เงาร่างนับพันสายก็ปรากฏขึ้นบนยอดสน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ: "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นการพบกันที่น่าประทับใจยิ่งนัก นางพญาโลหิต... และเจ้าหนูตระกูลไป๋ผู้รอดชีวิต!" ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เซียนสุราเมามาย" ในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%