เม็ดฝนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยร่วงหล่นกระแทกพื้นศิลาโบราณ แตกกระจายกลายเป็นละอองสีขาวขุ่น ทว่าหยดน้ำเหล่านั้นมิได้ร่วงหล่นตามธรรมชาติ หากแต่ถูกแรงกดดันจากจิตสังหารมหาศาลบิดเบือนจนลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ราวกับห้วงเวลาถูกแช่แข็งเอาไว้ด้วยความเย็นเยือกของความตาย
“ศิษย์พี่...”
เสียงของไป๋ซืออวี้แหบพร่าดั่งเสียงถอนหายใจของภูตผี นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่จับจ้องร่างระหงที่ค่อย ๆ ก้าวทะลุม่านฝนหนาทึบเข้ามาทีละก้าว ๆ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังก้องกังวานในความเงียบสงบ ราวกับเสียงฆ้องประหารที่ดังมาจากขุมนรก
“คนที่ข้าสาบานว่าจะต้องสังหารด้วยมือของข้าเอง... มาอยู่ที่นี่แล้ว”
ไป๋ซืออวี้แค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขายกไหสุราขึ้นกระดอกอึกใหญ่ ของเหลวสีอำพันไหลรินเปรอะเปื้อนคางและอาภรณ์ชุ่มโชก แต่ความร้อนรุ่มของสุราฤทธิ์แรงกล้ามิอาจขับไล่ความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากร่างของสตรีเบื้องหน้าได้เลยแม้แต่น้อย
นางคือมู่หรงเสวี่ย... นางพญาโลหิตกระบี่น้ำแข็ง สตรีผู้ไร้หัวใจและไร้ความปรานีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
เส้นผมสีดำสนิทเปียกชุ่มลู่แนบไปกับกรอบหน้าเรียวสวยราวกับรูปสลักหยกขาว ทว่าแววตาคู่คมกลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ปราศจากคลื่นอารมณ์ใด ๆ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ถูกย้อมด้วยละอองเลือดจาง ๆ กลิ่นอายกระบี่เยือกแข็งแผ่พุ่งออกรอบตัวจนหยดน้ำฝนที่อยู่รัศมีสิบเชียะรอบกายเเข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมร่วงกราวลงสู่พื้น
“เจ้ายังคงดื่มสุราไร้สาระเช่นนี้ก่อนตาย... นับว่าสมเป็นเจ้าแล้ว ไป๋ซืออวี้”
น้ำเสียงของมู่หรงเสวี่ยราบเรียบและเย็นเยียบดั่งสายลมเหมันต์ นางหยุดยืนห่างออกไปเพียงสبعก้าว มือเรียวดั่งลำหยกกุมด้ามกระบี่ “เหมันต์โลหิต” ที่เหน็บอยู่ข้างเอว ปราณกระบี่ในกายของนางหมุนวนอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงหวีดหวิวเสียดแทรกโสตประสาท
ไป๋ซืออวี้ผ่อนลมหายใจยาว เหวี่ยงไหสุราว่างเปล่าทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ไหกระเบื้องแตกละเอียดเป็นจุลเมื่อกระทบพื้นหิน เขายื่นมือซ้ายไปกุมด้ามกระบี่สุราไร้ลักษณ์ที่สะพายอยู่ด้านหลัง นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามลวดลายอักขระโบราณบนฝักกระบี่อย่างเชื่องช้า
“สุรากับความตายล้วนเป็นสหายเก่าของข้า ศิษย์พี่... แต่ก่อนที่ข้าจะส่งท่านไปลงนรกเพื่อชดใช้ให้แก่ดวงวิญญาณนับร้อยของสำนัก ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่า ฝีมือของท่านในยามนี้ รุดหน้าไปถึงขอบเขตที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องสั่นสะเทือนแล้วจริงหรือ”
สิ้นเสียงคำท้าทาย บรรยากาศรอบด้านก็พลันระเบิดออก!
*ตูーム!*
พื้นศิลาเบื้องใต้เท้าของทั้งสองยุบตัวลงเป็นหลุมลึกในพริบตา คลื่นพลังปราณสองสาย ปราณสุราอันไร้รูปแบบแต่เกรี้ยวกราดดั่งพายุหมุน กับปราณน้ำแข็งโลหิตอันเยือกเย็นและแumกล้า ปะทะกันกลางอากาศจนเกิดประกายไฟสีครามสว่างวาบท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาล
มู่หรงเสวี่ยไม่เอื้อnวาจาใดอีกต่อไป ร่างของนางหายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผีพราย ความเร็วนั้นเหนือล้ำยิ่งกว่าสายฟ้าแลบแปลบปลาบ!
*เคร้ง!*
ประกายกระบี่สีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นพร้อมกับการชักกระบี่ออกจากฝัก ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจนน้ำฝนในรัศมีร้อยวาแข็งค้างกลางอากาศกลายเป็นลูกเห็บนับหมื่นชิ้นที่พุ่งเข้าใส่ไป๋ซืออวี้ราวกับห่าฝนธนูมรณะ!
ไป๋ซืออวี้สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นในเสี้ยววินาที ร่างกายหมุนวนวาดกระบี่สุราไร้ลักษณ์ออกรับอย่างท่วงท่าอิสระเสรี ทว่าดุดันและทรงพลัง กระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้งสีทองจาง ๆ ปัดป้องเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นที่พุ่งเข้ามา เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าติดต่อกันนับร้อยครั้ง
“วิถีกระบี่ของเจ้าพัฒนาขึ้น... แต่ยังอ่อนหัดเกินไปที่จะทวงแค้น!”
มู่หรงเสวี่ยตวาดกร้าว นางพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว กระบี่เหมันต์โลหิตในมือตวัดวาดเป็นรูปดอกบัวน้ำแข็งเก้ากลีบ ทุกกลีบดอกไม้แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะบดขยี้กระดูกและเส้นเอ็นให้แหลกละเอียดในกระบวนท่าเดียว
ไป๋ซืออวี้กัดฟันกรอด เลือดสด ๆ ไหลซึมออกจากมุมปากจากการปะทะพลังภายในอันมหาศาล แรงกดดันจากวิชาของมู่หรงเสวี่ยทำให้กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบ ทว่าแววตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด
“อ่อนหัดหรือ? เช่นนั้นข้าจะให้ท่านได้เห็นว่า ‘สุราทะลวงฟ้า’ ที่แท้จริง มันมีหน้าตาเช่นไร!”
ไป๋ซืออวี้คำรามลั่น ปลดปล่อยพลังลมปราณทั้งหมดที่สะสมไว้ในจุดตันtianออกมาในคราเดียว ร่างของเขาเปล่งแสงสีทองสว่างวาบท่ามกลางสายฝน ละอองน้ำรอบกายระเหยกลายเป็นไอหมอกหนาทึบในพริบตา กระบี่สุราไร้ลักษณ์ในมือแปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่นับพันสายที่พุ่งสวนขึ้นไปเบื้องบน ต้านทานกลีบบัวน้ำแข็งของมู่หรงเสวี่ยแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
การปะทะกันอย่างดุเดือดทำให้มิติรอบตัวสั่นไหว ปราณกระบี่ทั้งสองสายแผ่ขยายทำลายล้างสิ่งก่อสร้างโดยรอบจนพังทลายกลายเป็นผุยผง สายฝนยามค่ำคืนถูกตัดขาดเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยคมกระบี่ที่เฉียบคมจนน่ากลัว
ทว่า ท่ามกลางการต่อสู้ที่กำลังถึงจุดแตกหัก มู่หรงเสวี่ยกลับมิได้มีสีหน้าตื่นตระหนกแต่อย่างใด นัยน์ตาคู่สวยของนางฉายแววซับซ้อนประหลาดวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกย่องขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและเจตนาที่แท้จริงซึ่งนางไม่เคยเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้
นางไม่ได้ถอย... กลับกัน นางเร่งเร้าพลังปราณน้ำแข็งทั้งหมดเข้าสู่กระบี่ในมือ พุ่งทะยานเข้าหาคมกระบี่ของไป๋ซืออวี้โดยไม่คิดจะหลบเลี่ยง!
“ศิษย์พี่! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!” ไป๋ซืออวี้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่าหากเขายั้งมือไม่ทัน คมกระบี่ของตนจะทะลวงผ่านหัวใจของนางทันที!
แต่ทว่า... ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง แสงประกายสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งแหวกม่านเมฆและสายฝนลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบนอย่างไร้สุ้มเสียง พลังกดดันระดับบรรพชนกดทับลงมาจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา!
เสียงหัวเราะเยียบเย็นอันคุ้นเคยดังสะท้อนก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องบน
“ฮ่า ๆ ๆ... ช่างเป็นภาพพี่น้องร่วมสำนักที่น่าประทับใจเสียจริง ไป๋ซืออวี้... เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังเล่นละครปาินิหารอยู่หรือไร?”
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นขวางกลางระหว่างคนทั้งสอง ปลายกระบี่สีดำสนิทในมือของมันจ่อตรงมาที่ลำคอของไป๋ซืออวี้พอดี ขณะที่อีกมือหนึ่งกำลังยื่นไปคว้าจับข้อมือของมู่หรงเสวี่ยเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน!
ไป๋ซืออวี้ชะงักกึก ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความระแวงถึงขีดสุด เมื่อบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับมายืนอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว
---
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันโหดร้ายนี้ไปด้วยกันนะครับ
กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 19
กระบี่พิชิตฟ้าสั่นสะเทือน
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!