กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต•ตอนที่ 13

การปะทะกับเจ้าสำนักเงาโลหิต

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ร่างสำรองชิ้นสุดท้ายของข้า”* เสียงก้องกังวานดั่งมาจากขุมนรกโลกันต์ยังไม่ทันจางหาย ไอสังหารสีชาดสายหนึ่งก็พวยพุ่งทะลวงผ่านแผ่นฟ้าฉีกกระชากเมฆหมอกยามราตรีจนแตกกระจาย ร่างของ 'ไป๋ซืออวี้' ไถลถอยหลังไปสามสิบเก้าก้าว รอยเท้าแต่ละก้าวประทับลึกลงไปในพื้นศิลาแกร่งจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลในโพรงปาก แต่ริมฝีปากของจอมยุทธ์หนุ่มผู้กวนประสาทกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็ง “บ้านงั้นหรือ?” ไป๋ซืออวี้แค่นหัวเราะในลำคอ พร้อมกับปาดคราบโลหิตที่มุมปากด้วยหลังมือ แววตาคมปลาบดุจคมกระบี่จับจ้องไปยังเงาร่างมหึมาที่ค่อย ๆ ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกโลหิต “สถานที่โสมมเช่นนี้ ต่อให้สุนัขในสำนักเก่าของข้ายังไม่ชายตาแลด้วยซ้ำ เจ้าสำนักเงาโลหิต... เฒ่าสารเลว เจ้ายังหน้าด้านมีชีวิตอยู่ดูความอัปยศของตนเองอีกหรือ” เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือโถงกลางปรักหักพังของสำนักกระบี่เย้ยจันทรา อดีตสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันรุ่งโรจน์ บัดนี้กลับนองไปด้วยเลือดและกลิ่นอายมืดมน เงาร่างที่ก้าวออกมาคือชายชราผู้หนึ่ง สวมอาภรณ์สีแดงฉานปักลายอักขระมารสวรรค์ ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้แห้งแล้ง แต่ดวงตาทั้งคู่กลับเปล่งประกายสีแดงก่ำดั่งอสูรร้ายกระหายเลือด มันคือ 'หลี่เทียนShing' เจ้าสำนักเงาโลหิต ผู้บงการเบื้องหลังการล่มสลายของสำนักเมื่อสิบปีก่อน และยังเป็นอาจารย์ทรยศที่ไป๋ซืออวี้ต้องสะสางบัญชีแค้นด้วยชีวิต “ปากกล้าดีนี่... สมกับที่เป็นศิษย์รักผู้ทรยศของข้า” หลี่เทียนฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าคล้ายแผ่นเหล็กเสียดสีกัน “สิบปีผ่านไป นึกว่าเจ้าจะบรรลุวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์จนถึงขั้นหลุดพ้น ที่แท้ก็ยังเป็นแค่สุนัขจนตรอกที่ใช้สุรากลบเกลื่อนความขลาดเขลา ดูซิว่าร่างสำรองชิ้นนี้ของข้า จะรับมือกระบี่ของเจ้าได้สักกี่กระบวนท่า” สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เทียนฉิงก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย! *เร็วมาก!* ประสาทสัมผัสของไป๋ซืออวี้กรีดร้องเตือนภัยขีดสุดในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ปราณกระบี่สุราไร้ลักษณ์ในตันเถียนหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง มือขวากระชากฝักกระบี่ด้านหลังตวัดต้านรับไปด้านข้างทันที! *เคร้งงงงง!* ประกายไฟสีทองสว่างวาบตัดกับความมืดมิด แรงปะทะอันมหาศาลทำให้พื้นดินรอบรัศมีสิบจัตุรัสยุบตัวลงไปกลายเป็นหลุมลึก ไป๋ซืออวี้รู้สึกชาหนึบไปทั้งแขนขวา กระบี่ในมือแทบจะหลุดร่วง ขณะที่เงาร่างของหลี่เทียนฉิงปรากฏขึ้นซ้อนทับอยู่ด้านหลัง ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มือขวาของมันกลายสภาพเป็นกรงเล็บโลหิตพุ่งตรงเข้าทะลวงหัวใจของเขา! “ระวัง!” เสียงตะโกนอันเย็นชาแต่ทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับแสงสีฟ้าครามที่สะท้อนประกายระยิบระยับดั่งเพชรน้ำเอก 'มู่หรงเสวี่ย' นางพญาโลหิตกระบี่น้ำแข็ง ทะยานร่างเข้ามาดั่งเทพธิดาล่องนอกจากฟากฟ้า กระบี่เยือกแข็งในมือตวัดวาดเป็นวงโค้ง ปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกติดลบพันองศาเข้าสกัดกั้นกรงเล็บโลหิตนั้นในเสี้ยววินาทีเป็นตาย *เปรี้ยง!* พลังปราณสองขั้วปะทะกันอย่างรุนแรง ไอเย็นจัดของมู่หรงเสวี่ยและไอโลหิตร้อนระอุของหลี่เทียนฉิงแผ่ขยายกลายเป็นคลื่นกระแทกสีขาวแดงพุ่งชนกำแพงหินโดยรอบจนพังทลายลงมาเป็นแถบ ๆ มู่หรงเสวี่ยลงมายืนเคียงข้างไป๋ซืออวี้ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลมปราณ ใบหน้างามล่มเมืองนั้นไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ มีเพียงแววตาที่เย็นเยียบดั่งมหาสมุทรน้ำแข็งขั้วโลก นางมิได้กล่าวคำหวานใด ๆ ออกมา แต่การยืนหยัดเคบียงบ่าเคียงไหล่ในยามวิกฤตนี้ ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดนับพันคำ ไป๋ซืออวี้เหลือบมองสตรีข้างกาย แววตากวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนชั่วพริบตา ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาบางเบา “แม่นางมู่ เจ้ามาช้าไปก้าวหนึ่งนะ เกือบจะไม่ได้เก็บศพข้าเสียแล้วสิ” มู่หรงเสวี่ยปรายตามองเขาด้วยหางตาอย่างเย็นชา น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบ “หากเจ้าตายที่นี่ ข้าคงต้องลงมือสังหารศัตรูให้หมดแล้วฝังศพเจ้าไว้ใต้กองเลือดของพวกมัน เพื่อไม่ให้ผีเจ้ามาเกะกะสายตาข้าอีก” “ฮ่า ๆ ๆ! สมเป็นภรรยาในอนาคตของข้าจริง ๆ โหดเหี้ยมได้ใจดีแท้!” ไป๋ซืออวี้หัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงกลัวสถานการณ์เบื้องหน้า แม้ลมหายใจจะยังติดขัดจากอาการบาดเจ็บภายใน “ปากดีนักนะ นังสารเลวตระกูลมู่ เจ้าคิดว่าร่วมมือกับไอ้เด็กเหลือขอนี่แล้วจะต่อกรกับวิชา ‘มารโลหิตกลืนสวรรค์’ ของข้าได้งั้นหรือ?” หลี่เทียนฉิงแค่นเสียงเย้ยหยัน มันสะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้าง อากาศรอบตัวพลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน กลิ่นอายความตายแผ่พุ่งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณจนท้องนภาปรากฏเมฆฝนสีเลือดน่าสะพรึงกลัว พลังของเจ้าสำนักเงาโลหิตในยามนี้ก้าวข้ามขอบเขตที่มนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการได้ มันไม่ใช่แค่การฝึกยุทธ์ แต่เป็นการฝืนกลืนกินชีวิตนับหมื่นเพื่อหล่อเลี้ยงร่างสำรองนี้ให้เป็นอมตะ! “เสวี่ยเอ๋อร์” ไป๋ซืออวี้หุบยิ้ม แววตาคมกริบดั่งกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝัก น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนน่าตกใจ “วิชามารของมัน อาศัยโลหิตในกายเราเป็นสื่อกลาง หากปะทะกันตรง ๆ มีแต่จะตกหลุมพรางของมัน เราต้องใช้กระบวนท่าผสาน... เจ้ากระบี่น้ำแข็งพิชิตโลหิต ที่เราเคยฝึกซ้อมกันในถ้ำน้ำแข็ง จำได้หรือไม่?” มู่หรงเสวี่ยหันมามองสบตาเขา แววตาคู่สวยไหววูบชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “อืม... ข้าพร้อมแล้ว” สิ้นเสียงของนาง พลังปราณทั่วร่างของทั้งสองก็พรั่งพรูออกมาพร้อมกันอย่างไม่ปิดบัง! ไป๋ซืออวี้โคจรลมปราณกระบี่สุราไร้ลักษณ์ แสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าผสานกับไอเย็นยะเยือกสีครามของมู่หรงเสวี่ย เกิดเป็นเกลียวพายุหมุนสองสี ขาวทองและฟ้าคราม หมุนวนรอบตัวพวกเขาทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันระดับนี้ทำให้พื้นศิลาใต้เท้าแหลกสลายเป็นผุยผงในพริบตา! หลี่เทียนฉิงขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก สีหน้าของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก “นะ... นั่นมันวิชาผสานกระบี่ต้องห้าม! พวกเจ้าเสียสติไปแล้วหรือ หากใช้มัน แม้แต่พวกเจ้าก็ต้องแหลกสลายไปพร้อมกันนะ!” “ตายร่วมกัน... ก็ยังดีกว่าอยู่ร่วมโลกกับปีศาจสารเลวเช่นเจ้า!” ไป๋ซืออวี้แผดเสียงคำรามลั่น ประกายกระบี่ในมือพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างของเขาและมู่หรงเสวี่ยพุ่งเข้าหาหลี่เทียนฉิงดั่งดาวตกสองดวงที่แหวกว่ายผ่านความมืดมิด กระบี่สุราไร้ลักษณ์ผสานกระบี่น้ำแข็งเยือกเย็น พุ่งชนเข้าใส่ร่างของหลี่เทียนฉิงอย่างจังจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย แสงสว่างเจิดจ้าแผ่ขยายออกไปจนกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวให้ขาวโพลน! ทว่า ท่ามกลางแสงสว่างจ้าและแรงระเบิดอันมหาศาลนั้นเอง... เงาร่างที่สาม ซึ่งปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท ก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลังของหลี่เทียนฉิงอย่างไร้สุ้มเสียง มันยื่นมือขาวซีดราวกับศพออกมารับคมกระบี่ผสานของทั้งสองคนไว้ด้วยมือเปล่าอย่างง่ายดาย! “ช้าก่อน... เพลงกระบี่ของพวกท่าน น่าสนใจไม่น้อยเลยนี่” เสียงหัวเราะอันเย็นเยียบและแปลกประหลาดดังขึ้น พร้อมกับอักขระมารโบราณนับพันที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ และทันทีที่อักขระเหล่านั้นส่องแสง ไป๋ซืออวี้และมู่หรงเสวี่ยก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง—พลังปราณในร่างของพวกเขาทั้งสองคน ถูกสะกดนิ่งจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่นปลายนิ้ว! —-------- *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และหยาดสุราในบทนี้ด้วยกันนะครับ*
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรากับนางพญาโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%