"แฟ้มคดีนี้ถูกเปิดอ่านโดยไอพีแอดเดรสจากชั้นใต้ดินเขตสาม... และถ้าผมจำไม่ผิด สิทธิ์ในการเข้าถึงระดับนั้นมีเพียงแค่คนสามคนในกิลด์นี้เท่านั้นครับ"
เสียงของรวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมลับ ภายในกิลด์สืบสวนคดีลี้ลับยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดทังสเตนส่องกระทบสันแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลในมือเขา มันไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็นบันทึกการทำพิธีกรรมไสยเวทโบราณที่เพิ่งถูกกวาดล้างไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ข้อมูลลับระดับสูงนี้ควรจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างแน่นหนา ไม่ควรเล็ดลอดออกไปสู่ภายนอกได้เลยแม้แต่นิดเดียว
คุณหนูรินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ดวงตาคู่คมกริบราวกับใบมีดหันมามองพนักงานหนุ่มช่างสังเกตด้วยแววตาที่อ่านยาก ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวเธอจนสัมผัสได้ ไม่ใช่เพราะเครื่องปรับอากาศเสีย แต่เป็นเพราะจิตสังหารที่เจ้าตัวกำลังพยายามกดขี่เอาไว้
"นายกำลังจะบอกว่า... ในกลุ่มของเรามีหนอนบ่อนไส้อย่างนั้นเหรอ รวิน" เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นเอ่ยถามพลางเคาะนิ้วเรียวลงบนโต๊ะไม้สัก
"ไม่ใช่แค่มีครับคุณหนู... แต่เขาคนนั้นกำลังนั่งหายใจร่วมห้องกับเราอยู่ในตอนนี้ต่างหาก"
รวินกวาดสายตามองเพื่อนร่วมทีมทีละคน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นได้ ทุกคนในกิลด์ต่างรู้ดีว่าการทรยศต่อกิลด์สืบสวนมีบทลงโทษที่รุนแรงแค่ไหน วิญญาณของคนทรยศจะไม่ได้รับการปลดปล่อย แต่จะต้องถูกผนึกไว้ในยันต์อาคมเพื่อชดใช้บาปไปตลอดกาล
ความหวาดระแวงเริ่มกัดกินจิตใจของสมาชิกแต่ละคน เสียงลมหายใจ เสียงขยับตัว หรือแม้แต่เสียงนาฬิกาแขวนผนัง กลับดังชัดเจนรากับเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นระทึก
"หลักฐานล่ะรวิน" เสียงทุ้มต่ำของรุ่นพี่ในกิลด์ดังขึ้น พร้อมกับสายตาที่จ้องมองกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ "การกล่าวหาคนในทีมอย่างไร้หลักฐาน มันเป็นพฤติกรรมของคนขี้ขลาดนะ"
"หลักฐานน่ะเหรอครับ..." รวินยิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้ในใจจะเต้นรัวด้วยความเครียด แต่ระบบวิเคราะห์วิญญาณและร่องรอยพลังงานไสยเวทในหัวของเขากำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ข้อมูลที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ถูกประมวลผลออกมาเป็นภาพสามมิติในห้วงความคิด "ร่องรอยของ 'ผงพรายกุมาร' ที่ติดอยู่บนแฟ้มคดีนี้ มันไม่ได้มาจากสถานที่เกิดเหตุครับคุณหนูรินรดา แต่มันถูกเคลือบไว้ด้วยเจตนา เพื่อทิ้งกลิ่นอายพลังงานให้ผมแกะรอยมาเจอ... คนร้ายจงใจส่งสัญญาณบางอย่าง"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนอากาศภายในห้องเบาบางลง เธอก้าวเข้าไปใกล้รวินช้าๆ กลิ่นอายหอมจางๆ ของธูปหอมโบราณผสมกับความเย็นเยียบของไสยเวทชั้นสูงทำให้ใครหลายคนในห้องถึงกับกลืนน้ำลาย
"นายแน่ใจแค่ไหน..." รินรดากระซิบถาม ชิดใกล้จนรวินได้กลิ่นอายอันตรายที่คุ้นเคย
"ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับคุณหนู เพราะคนที่ใช้คาถาอำพรางตาสายนี้ได้คล่องแคล่วที่สุดในกิลด์... ไม่ใช่ใครอื่นไกลเลย"
รวินหันขวับไปจ้องตรงไปยังมุมมืดของห้อง ประตูเหล็กนิรภัยที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างเงาดำปริศนาที่ก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือหน้ากากไสยเวทที่บุคคลปริศนานั้นสวมใส่... มันเป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในคดีลี้ลับเมื่อสามปีก่อน คดีที่พรากชีวิตพ่อของรินรดาไป
จังหวะนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานของระบบก็เด้งขึ้นตรงหน้าของรวิน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนก้องในหัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS - 'ผู้ชักใยเงา' ปรากฏตัว]
[เงื่อนไขภารกิจลับ: เปิดโปงตัวจริงของผู้ทรยศภายใน 3 นาที มิฉะนั้นสมาชิกในกิลด์ทั้งหมดจะถูกกักขังในเขตอาคมมรณะ]
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลุ่มหมอกแห่งไสยเวทไปด้วยกันนะครับ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 28
สายลับในกลุ่ม
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!