คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 5

ของดีต้องมีข้อแลกเปลี่ยน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“ถอยไปรวิน อย่าได้ใช้สายตาโง่เขลาของคนธรรมดามองเข้าไปในเงามืดนั้นเด็ดขาด” เสียงของรินรดาราบเรียบ หากทว่าแฝงด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับถูกหินก้อนใหญ่กดทับไว้ เธอไม่ได้หันมามองผม ดวงตาคู่คมดุจใบมีดจ้องเขม็งไปยังมุมอับแสงของโกดังเก็บของเก่าที่พวกเราเพิ่งบุกเข้ามา ผมหยุดฝีเท้าทันที ความเย็นวาบวิ่งพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลัง แม้สัญชาตญาณพนักงานออฟฟิศที่คุ้นชินกับการจับผิดตัวเลขในรายงานจะเตือนว่า ‘มีบางอย่างผิดปกติ’ แต่การมองด้วยตาเปล่ากลับเห็นเพียงความว่างเปล่าและความมืดมิดที่ดูไร้พิษภัย “คุณหนูครับ ถ้ามันซ่อนตัวดีขนาดนั้น เราจะจัดการมันยังไง” ผมเอ่ยถามพลางขยับถอยหลังตามคำสั่ง เธอคนนี้ไม่เคยพูดพร่ำทำเพลง สิ่งที่หลุดจากปากเธอมักจะเป็นคำเตือนที่แลกมาด้วยชีวิตเสมอ “ของดีต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ รวิน” รินรดาสะบัดนิ้วเรียวยาวไปในอากาศ เกิดเป็นเส้นแสงสีทองจางๆ ลากผ่านความมืด “โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ยิ่งอยากเห็นสิ่งที่คนธรรมดาถูกปิดกั้น ก็ยิ่งต้องยอมเอา ‘บางส่วน’ ของตัวเองไปวางเดิมพัน” เธอยื่นมือมาทางผม ปลายนิ้วสัมผัสที่กลางหน้าผากอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเฉียบของเธอยังไม่ทันจะจางหาย เสียงสัญญาณดิจิทัลที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของผม *[ระบบตรวจพบการถ่ายโอนพลังงานอาคมขั้นสูง]* *[เงื่อนไขการปลดล็อกสกิล: ‘เนตรสถิตวิญญาณ’ ได้รับการยืนยัน]* *[ข้อแลกเปลี่ยน: สูญเสียค่าพลังชีวิต (HP) 5% เป็นค่าธรรมเนียมถาวร]* ผมรู้สึกได้ทันทีว่าเลือดในกายเหมือนถูกกระชากออกไปเสี้ยวหนึ่ง ความอ่อนเพลียแล่นริ้วเข้ามาในกล้ามเนื้อ ทว่าในวินาทีที่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกที่ผมรู้จักก็พังทลายลง จากเดิมที่เห็นเพียงโกดังร้างเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ ตอนนี้ทุกตารางนิ้วกลับถูกแทนที่ด้วยรอยจารึกอาคมสีเลือดที่สั่นไหวราวกับมีชีวิต พวกมันเกาะกลุ่มกันอยู่บนเพดาน บนพื้น และบนตัวของ ‘สิ่งนั้น’ ที่นั่งยองๆ อยู่ในเงามืด มันไม่ใช่คน แต่มันคือกลุ่มก้อนของพลังงานสีดำทมิฬที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวซ้อนทับกันนับสิบ ร่างของมันพยายามขยับเขยื้อนอย่างยากลำบากเพราะถูกตรึงไว้ด้วยอักขระยันต์ที่รินรดาเพิ่งวาดขึ้น “เห็นแล้วสินะ” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงของเธอยังคงเย็นชาแต่วูบหนึ่งผมกลับเห็นแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย “นี่คือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการมองเห็นความจริงที่เน่าเฟะ ความรู้สึกสมเพชตัวเองที่เพิ่งเกิดขึ้นนั่นแหละ คือสิ่งที่จะทำให้เธอรอดชีวิตไปได้ในอาชีพนี้” ผมพยายามกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ “คุณหนูครับ... ไอ้ตัวที่อยู่ตรงนั้น มันกำลังจ้องผมอยู่หรือเปล่า” “ไม่ใช่แค่จ้อง แต่มันกำลังอ่านใจเธอ” เธอขยับกายไปข้างหน้า เตรียมหยิบยันต์สายฟ้าในซองหนังออกมา “การปลดล็อกเนตรนี้ไม่ได้มีแค่ข้อดี แต่มันคือการเปิดประตูกระจกให้พวกมันมองเห็นเธอด้วยเช่นกัน รวิน... ตั้งสติ ถ้าความกลัวในใจเธอพุ่งสูงเกินขีดจำกัด สกิลนี้จะกลายเป็นกับดักที่ดึงให้วิญญาณเธอหลุดออกจากร่างแทน” ผมกัดฟันแน่น มือที่สั่นเทาพยายามกำด้ามปากกาในกระเป๋าเสื้อไว้แน่น นี่คือโลกที่ผมเลือกจะก้าวเข้ามา ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันอันตราย แต่เมื่อเห็นความเจ็บปวดที่แฝงอยู่ในดวงตาของ ‘สิ่งนั้น’ จิตใต้สำนึกของผมกลับสั่งให้ก้าวไปข้างหน้า ผมพุ่งตัวไปด้านข้าง ดึงความสนใจของมันด้วยการโยนไฟแช็กที่ติดไฟทิ้งลงพื้น รอยจารึกอาคมที่ผมเห็นผ่านสกิลใหม่เริ่มเรืองแสงสว่างขึ้นเมื่อผมขยับตัวตามจังหวะที่ระบบวิเคราะห์ “คุณหนู! ตรงนั้น! รอยแตกของยันต์สีแดงนั่นคือจุดอ่อนของมัน!” รินรดาเบิกตากว้าง เธอไม่ได้คาดคิดว่าผมจะสามารถอ่านโครงสร้างอาคมที่ซับซ้อนได้ทันทีในครั้งแรกที่เปิดใช้เนตร ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะลงมือจู่โจม เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเรา ไม่ใช่เสียงของคนปกติ แต่มันคือเสียงของรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นปูน พร้อมกับกลิ่นกำยานหอมรุนแรงที่กลบกลิ่นเหม็นเน่าของวิญญาณในโกดังจนหมดสิ้น “คุณหนูรินรดา... ทายาทสายตรงผู้ถือครองตราประทับแห่งตระกูลหมอผีชั้นสูง ไม่คิดเลยว่าจะมาเสียเวลาเล่นสนุกกับมนุษย์เงินเดือนไร้ค่าที่นี่” เสียงทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยอำนาจทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง บุรุษในชุดสูทสีเทาเข้มยืนพิงเสาเหล็ก มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าหัวกะโหลกเงินที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว รินรดาหยุดชะงัก สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แก...” เธอเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า “ไอ้ทรยศ... แกกลับมาที่นี่ทำไม!” ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นฟันที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ “มาทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของตระกูลผมไงครับ... และดูเหมือนว่าวันนี้ ผมจะได้ทั้งวิญญาณแค้น และ ‘ของเล่นใหม่’ ที่ดวงตาเพิ่งจะตื่นขึ้นอีกด้วย” เขายกไม้เท้าขึ้นชี้มาที่หน้าของผม ในเสี้ยววินาทีนั้นระบบในหัวของผมก็แผดเสียงเตือนดังลั่นจนแทบจะระเบิดออก *[คำเตือนระดับสูงสุด: ตรวจพบศัตรูที่มีค่าพลังงานเหนือขีดจำกัด]* *[ภารกิจพิเศษ: เอาชีวิตรอดจาก ‘ผู้เฝ้าประตูแห่งความตาย’]* *[สถานะ: กำลังจะถูกโจมตีทางจิตโดยตรง... โอกาสรอด: 0.01%]* ผมสัมผัสได้ถึงความมืดที่กำลังไหลทะลักออกจากปลายไม้เท้าของชายคนนั้น มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่รินรดา... แต่มันมุ่งตรงมาที่ดวงตาของผมเพียงผู้เดียว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรวินและคุณหนูรินรดานะครับครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%