“หลับตา!”
เสียงกระชากสั่งนั้นดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่ต้นแขน ผมไม่รอช้าที่จะทิ้งตัวลงตามแรงเหนี่ยวของรินรดา ความรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่รูม่านตาหายวับไปทันทีที่เปลือกตาปิดสนิท แทนที่ด้วยความเย็นยะเยียบที่กรีดผ่านอากาศเหนือศีรษะไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
กลิ่นไหม้ของกำยานราคาถูกลอยฟุ้งขึ้นมาจมูก ผมลืมตาขึ้นอีกครั้งทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย ภาพเบื้องหน้าคือชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาที่ยืนหันหลังให้เราอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ปลายไม้เท้าสีดำสนิทในมือของเขาสั่นไหวเล็กน้อยราวกับมีชีวิต
“มันรู้ตัวแล้ว” รินรดาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอเรียบเฉยแต่แฝงด้วยกระแสความกดดันที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ผมรีบเรียกใช้ 'ระบบวิเคราะห์วิญญาณ' ทันที หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นในมุมมองสายตา ข้อมูลชุดตัวเลขและรหัสไสยเวทไหลพรูราวกับน้ำตก
[แจ้งเตือน: ตรวจพบไสยเวทพรางตัวระดับสูง - 'เงาพันธนาการ']
[สถานะ: กำลังลบเลือนตัวตนออกจากมิติวัตถุ]
[ระดับความอันตราย: ระดับ A]
“คุณหนูครับ... มันไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่ถือของขลัง แต่มันกำลังสละอัตลักษณ์เพื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของเงา” ผมกระซิบรายงานด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น “ถ้าปล่อยให้มันละลายไปกับเงามืดได้ เราจะไม่มีวันตามรอยมันเจออีก”
รินรดาไม่ตอบ แต่เธอกลับดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงกังวานใสของโลหะกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน อักขระสีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศเป็นวงแหวนล้อมรอบตัวชายคนนั้นไว้ เขาหยุดชะงัก ร่างกายที่เริ่มโปร่งแสงเหมือนหมอกควันกลับมาเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง
ชายผู้นั้นหันกลับมาเผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้แววตา มีเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืดสนิท เขายิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสะอิดสะเอียน
“พวกเด็กเมื่อวานซืน... ริจะมาแตะต้องรอยเท้าของความตาย” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแตกพร่าราวกับเสียงใบไม้แห้งที่ถูกขยี้ “พวกเจ้าคิดว่าการขีดวงล้อมแค่นี้จะกักขัง 'คำสั่งสุดท้าย' ไว้ได้งั้นหรือ?”
เขายกไม้เท้าขึ้นชี้ตรงมาที่ผม ความมืดที่ไหลออกมาจากปลายไม้เท้าไม่ใช่แค่พลังงาน แต่มันคือกลุ่มก้อนของ 'ความทรงจำที่แตกสลาย' ผมสัมผัสได้ถึงเสียงกรีดร้องนับพันชีวิตที่อัดแน่นอยู่ในนั้น นี่ไม่ใช่ไสยเวทธรรมดา แต่มันคือการนำวิญญาณของผู้ที่ถูกสังหารมาหลอมรวมเป็นอาวุธ
“รวิน! อย่ามองไปที่มัน!” รินรดาร้องเตือน แต่สายเกินไป ระบบของผมเริ่มประมวลผลผิดพลาด
[คำเตือน: ความสมบูรณ์ของจิตวิญญาณลดลงเหลือ 85%]
[แจ้งเตือน: ระบบตรวจพบมลภาวะทางจิตระดับสูง - ข้อมูลกำลังถูกปนเปื้อนด้วย 'อาฆาตพยาบาทจากก้นบึ้ง']
หัวสมองของผมปวดแปลบเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มแทงทะลุ ผมเห็นภาพเหตุการณ์ที่ชายคนนั้นเคยกระทำ... ความตายในตรอกมืด ความหวาดกลัวก่อนลมหายใจสุดท้าย และรอยยิ้มของฆาตกรที่เฝ้ามองอย่างเยือกเย็น สิ่งเหล่านั้นไหลทะลักเข้ามาในหัวผมโดยไม่ได้รับอนุญาต
“อึก...” ผมทรุดเข่าลงกับพื้น มือหนึ่งกดหน้าผากแน่น พยายามปิดกั้นกระแสข้อมูลที่ถาโถม
“รวิน!” รินรดาพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่ผมไว้ ความเย็นจากฝ่ามือของเธอช่วยดึงสติให้ผมกลับมาได้ชั่วขณะ เธอจ้องมองชายชุดสูทคนนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยโทสะที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา
“เจ้าใช้ชีวิตของคนบริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิงงั้นหรือ” เธอกล่าว น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงของเด็กสาวผู้ร่ำรวยอีกต่อไป แต่เป็นเสียงของ 'ผู้พิพากษา' ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับศตวรรษ “วิชา 'สกัดวิญญาณทมิฬ' มันตายไปพร้อมกับสำนักทรยศเมื่อร้อยปีก่อนแล้ว เจ้าไปเอามาจากไหน!”
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ “โลกมันเปลี่ยนไปแล้วคุณหนู... คนตายไม่ได้หายไปไหน พวกเขาก็แค่รอวันที่จะได้ล้างแค้นคนที่ทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลัง”
เขากระแทกไม้เท้าลงกับพื้นอย่างแรง แรงสั่นสะเทือนทำให้รอบข้างมืดมิดลงทันที ราวกับมีใครบางคนมาปิดสวิตช์ไฟของโลกใบนี้ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างหูผม... มันเป็นเสียงของคนที่ผมเคยรู้จัก... คนที่ตายไปแล้วในคดีก่อนหน้า!
ผมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเห็นเงาดำทมิฬค่อยๆ ก่อตัวขึ้นรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่เงาของชายชุดสูทคนนั้น แต่เป็นเงาของ 'เหยื่อ' ทุกคนที่เขาสังหาร บัดนี้พวกเขาทั้งหมดกำลังหันมามองที่ผม... และรินรดา!
“จบแล้วครับคุณหนู...” ผมแค่นยิ้มทั้งที่เหงื่อเย็นเฉียบไหลอาบใบหน้า “เราไม่ได้กำลังสู้กับคนเพียงคนเดียว แต่เรากำลังสู้กับ 'ผลลัพธ์ของความตาย' ทั้งหมดที่เขาก่อขึ้น”
ในวินาทีที่เงาเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่ ชายชุดสูทก็หายวับไปกับตา ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะที่ดังก้องอยู่ในมิติที่บิดเบี้ยว แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหายวาบยิ่งกว่าคือ หน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน
[ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้น: 'จงเอาชีวิตรอดจากความแค้นที่ไม่มีวันตาย']
[เงื่อนไข: หากรวินพลาดเพียงหนึ่งก้าว ดวงวิญญาณจะถูกดูดกลืนเข้าสู่ไม้เท้า]
[แจ้งเตือนด่วน: รินรดาเริ่มสูญเสียพลังเวท... ปลอกคอสะกดวิญญาณที่คอของเธอเริ่มมีรอยร้าว!]
รินรดาเบิกตากว้าง เธอคว้าคอตัวเองไว้ก่อนจะล้มพับลงไปในอ้อมแขนผม รอยร้าวที่คอของเธอเปล่งแสงสีม่วงน่าสะพรึงกลัวออกมา
และในความเงียบงันที่เข้าครอบงำ... เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาจากเงามืดด้านหลังเรา... ฝีเท้าที่ไม่ควรจะปรากฏอยู่ที่นี่!
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรวินและคุณหนูรินรดานะครับ ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมลุ้นไปกับเราในบทถัดไปครับ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 6
คำเตือนจากความตาย
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!