"ถอยไป... อย่าหันหลังกลับเด็ดขาด"
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของรินรดานั้นเย็นเยียบ ยิ่งกว่าสายลมที่พัดผ่านโครงกระดูกในสุสานโบราณ แผ่นหลังบอบบางของเธอที่สวมชุดยูนิฟอร์มทางการของตระกูลหมอผีเกร็งตึงจนเห็นรatของกระดูกสันหลัง มือเรียวยาวข้างหนึ่งกำยันต์กระดาษสีชาดแน่นเสียจนปลายนิ้วขาวซีด ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมาคว้าข้อมือของผมไว้ ออกแรงดึงให้ผมถอยร่นเข้าไปชิดกับชั้นหนังสือไม้สักโบราณสูงเสียดฟ้าในเขตหวงห้ามชั้นในสุดของสำนัก
และในความเงียบงันที่เข้าครอบงำ... เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาจากเงามืดด้านหลังเรา... ฝีเท้าที่ไม่ควรจะปรากฏอยู่ที่นี่!
*ตึก... ตึก... ตึก...*
จังหวะการเดินนั้นไม่ได้เร่งรีบ แต่มันมั่นคงและหนักแน่นราวกับเสียงค้อนตอกตะปูลงบนฝาโลงศพ กลิ่นอายความกดดันระดับที่ทำให้ผมรู้สึกราวกับมีแท่งตะกั่วร้อยกิโลกรัมกดทับอยู่บนบ่าแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในความมืดสลัวของห้องเก็บตำราไสยเวทต้องห้าม
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือเพื่อสำรวจสถานการณ์ ระบบวิเคราะห์วิญญาณในหัวของผมเริ่มส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นสัญญาณชีพจรต่ำสีแดงกระพริบถี่รัว ข้อมูลดิบถูกประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็วด้วยตรรกะอันเย็นชาของปัญญาประดิษฐ์ในจิตใต้สำนึก
*[คำเตือน: ตรวจพบพลังงานอาคมระดับปรมาจารย์ เกินขีดจำกัดการป้องกันของอาคมพรางตา 340%]*
*[ข้อแนะนำ: โอกาสรอดชีวิตจากการปะทะตรงๆ น้อยกว่า 5% แนะนำให้หาทางหลบหนีหรือเจรจา]*
บ้าจริง... ระบบไม่ได้ช่วยให้ใจชื้นขึ้นเลยสักนิดนะครับ
"รวิน..." เสียงของรินรดากระซิบแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ ดวงตาคู่คมที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชาเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด "หมอนั่น... ไม่ควรจะอยู่ที่นี่เวลานี้ เขาควรจะกำลังร่วมพิธีชำระล้างที่เรือนใหญ่"
"แล้วทำไมคนที่ควรจะอยู่ตรงโน้น ถึงมาเดินย่างสามขุมอยู่ในห้องเก็บตำราต้องห้ามได้ล่ะครับคุณหนู" ผมกระซิบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นเครือ แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มผุดซึมเต็มแผ่นหลัง "หรือว่า... เขาจับไต๋เราได้ตั้งแต่ที่เราก้าวเข้ามาผ่านค่ายกลแรกแล้ว?"
ไม่มีเวลาให้หาคำตอบอีกต่อไปแล้ว เมื่อเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของผู้อาวุโสประจำสำนักก้าวพ้นเขตความมืดออกมาหยุดยืนอยู่ตรงทางเดินระหว่างชั้นหนังสือพอดี แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีลายโบราณสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีก เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากและดวงตาที่ไร้ซึ่งประกายแห่งความเป็นมนุษย์
นั่นคือ "อาจารย์ใหญ่วรพจน์" ผู้มีศักดิ์เป็นถึงผู้อาวุโสฝ่ายมือปราบอาคม และยังเป็นอาแท้ๆ ของรินรดาเอง!
"ริน... หลานรัก และ... พนักงานออฟฟิศผู้บังเอิญหลงเข้ามาในโลกที่พวกเธอไม่ควรยุ่งเกี่ยว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเราจะมาที่นี่ "ช่างกล้าหาญเสียจริง หรือควรจะเรียกว่าโง่เขลาเบาปัญญาดี ที่กล้าลักลอบเข้ามาในหออัคคีทมิฬ... สถานที่ที่แม้แต่เจ้าสำนักยังต้องขออนุญาตก่อนเข้า"
รินรดาก้าวออกมาบังหน้าผมไว้ครึ่งก้าว แม้ตัวเธอจะเล็กกว่าผู้เป็นอามากนัก แต่แผ่นหลังนั้นกลับแผ่รังสีการต่อสู้และความดื้อรั้นออกมาอย่างเต็มเปี่ยม "ท่านอา... พวกเราแค่มาหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีวิญญาณอาฆาตที่ท่านปกปิดไว้ต่างหาก สำนักเรากำลังทำอะไรลับหลังสภาหมอผีกันแน่!"
อาจารย์ใหญ่วรพจน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าฟังดูคล้ายเสียงกระดูกกระทบกัน "ข้อมูลเหรอ? หึ... หลานสาวตัวน้อยของฉัน ช่างไม่รู้อะไรเลยว่า 'ความจริง' บางอย่าง มันมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยวิญญาณทั้งดวง"
ทันทีที่พูดจบ วรพจน์ก็สะบัดแขนเสื้อขึ้นครั้งหนึ่ง อาคมสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือราวกับฝูงงูพิษเลื้อยไปตามพื้นห้อง ชั้นหนังสือไม้สักโบราณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตำราโบราณนับร้อยเล่มหล่นร่วงลงมากระแทกพื้น เสียงกระดาษสวาทดังระรัวท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกกดทับด้วยแรงอาคมมหาศาล
*[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการใช้ 'อาคมสะกดเงา' เป้าหมายกำลังจำกัดการเคลื่อนไหวของคุณ]*
ร่างกายของผมเริ่มขยับไม่ได้ ราวกับมีโซ่อากาศล่องหนมาพันธนาการข้อเท้าและแขนเอาไว้ แรงกดดันมหาศาลทำให้เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ผมหันไปมองรินรดา เธอกำลังใช้ยันต์สีชาดในมือต้านทานคลื่นอาคมของผู้อาวุโสวรพจน์อย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าเนียนละเอียด
นี่ไม่ใช่การสอบสวนธรรมดาเสียแล้ว... นี่คือการฆ่าปิดปากในคราบของการฝึกสอน!
"รวิน! หยิบสมุดบันทึกเล่มที่ตกอยู่ข้างชั้นหนังสือมุมซ้ายนั่น!" รินรดาตะโกนลั่น เสียงของเธอขาดห้วงด้วยแรงปะทะของอาคม "ในนั้นมีบันทึกการทำสัญญาระหว่างสำนักเรากับ... อึก... กับภูตพรายโบราณ! ถ้าไม่ได้มันไป เราจะไม่มีหลักฐานมัดตัวพวกเขาเลย!"
ผมกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการถูกแรงอาคมกดทับทำให้เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ สัญชาตญาณความช่างสังเกตที่ติดตัวมาจากการทำงานออฟฟิศและการวิเคราะห์ข้อมูลก็ทำงานอย่างรวดเร็ว ผมกวาดสายตามองรูปแบบการปล่อยอาคมของวรพจน์
จุดอ่อน... ทุกอาคมย่อมมีจุดบอดเสมอ! วรพจน์ไม่ได้ปล่อยพลังจากศูนย์กลาง แต่เขาใช้พลังจาก 'เงา' ที่ทอดลงบนพื้นเป็นตัวส่งผ่านอาคมสะกดเงา หากผมใช้ระบบวิเคราะห์คำนวณมุมตกกระทบของแสงจันทร์และเงาในห้องนี้ล่ะก็...
*[ประเมินเส้นทางหลบหนีและหยิบตำรา: สำเร็จ 78%]*
*[คำเตือน: ความเสียหายต่อร่างกายระดับปานกลางจากการฝ่าฝืนอาคม]*
ช่างหัวความเสียหายเถอะครับ ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่เป็นผีเฝ้าหอตำรา!
ผมรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้าฝืนแรงอาคมจนกล้ามเนื้อฉีกขาดส่งเสียงประท้วงลั่น ร่างของผมพุ่งตัวสไลด์ไปกับพื้นไม้เก่าๆ ฝุ่นตลบอบอวล มือขวาคว้าหมับเข้าที่สมุดบันทึกปกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าที่ตกอยู่ตามที่รินรดาบอกได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองวรพจน์ที่กำลังเบิกตาโพรงด้วยความตกตะลึง
"แก...!" วรพจน์คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว อาคมสีดำถูกเร่งพลังขึ้นจนถึงขีดสุด ฝ่ามือที่แผ่ไอสีดำทมิฬพุ่งตรงเข้ามาหมายจะปลิดชีพผมในพริบตาเดียว
"สายไปแล้วครับท่านผู้อาวุโส!" ผมตะโกนกลับพร้อมกับโยนสมุดบันทึกเล่มนั้นให้รินรดาที่รอจังหวะอยู่
รินรดารับสมุดไว้ได้ทันที เธอยิ้มมุมปากอย่างเยືือกเย็น ร่างบางสะบัดมือซัดยันต์ปะทุสวรรค์สามแผ่นเข้าใส่เสาหลักของห้องเก็บตำราทันที!
*เปรี้ยงงงง!*
แสงสว่างจ้าแสบตากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนั้น แรงระเบิดจากการปะทะของอาคมทำลายโครงสร้างบางส่วนของหออัคคีทมิฬจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว อาคมสะกดเงาที่ตรึงพวกเราไว้หลุดออกในพริบตา รินรดาไม่รอช้า เธอคว้าแขนผมกระชากให้วิ่งฝ่ากลุ่มควันหนาทึบพุ่งทะยานออกทางหน้าต่างที่แตกกระจายสู่ความมืดมิดของยามวิกาล
ลมราตรีตีปะทะใบหน้าอย่างรุนแรง ขณะที่เรากำลังดิ่งลงสู่พื้นดินเบื้องล่างผ่านความมืดของเขตหวงห้าม ผมเหลือบไปเห็นหน้าจอระบบวิเคราะห์วิญญาณที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยแสงสีทองกระพริบระยิบระยับ แทนที่จะเป็นสีแดงเตือนภัยแบบเมื่อครู่
*[ประกาศระบบภารกิจพิเศษ: ปลดล็อกความลับระดับ SSS - 'พันธสัญญาเลือดแห่งหออัคคีทมิฬ']*
*[เงื่อนไขสำเร็จ: ครอบครองบันทึกต้นฉบับสำเร็จ]*
*[รางวัลภารกิจ: ปลดล็อกทักษะ 'เนตรทิพย์ทะลวงวิญญาณ' ขั้นสมบูรณ์ และการตื่น 100% ของบอสลับระดับตำนานที่ถูกผนึกไว้ใต้สำนัก]*
...เดี๋ยวนะครับ บอสลับอะไรนะ? ตื่นแล้วเหรอ?!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้ และเตรียมพบกับความเดือดระอุในบทต่อไปได้เลยนะครับ
"เข็มทิศมองวิญญาณ"
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 7
การสอบสวนในเขตหวงห้าม
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!