กลิ่นอับชื้นของดินเปียกฝนและใบไม้ผุคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก จนรวินเผลอยกมือขึ้นขยี้ปลายจมูกเบาๆ เพื่อขับไล่ความอึดอัด แสงไฟฉายคาดหัวสีขาวนวลสาดส่องผ่าความมืดทึบของผืนป่าโบราณเบื้องหน้า ทว่าลำแสงนั้นกลับทำได้เพียงแหวกม่านหมอกสีเทาจางๆ ให้ถอยร่นไปไม่ถึงสเมตร ความเงียบงันในยามวิกาลไม่ได้แปลว่าสงบ หากแต่เป็นความกดดันชนิดหนึ่งที่กำลังบีบกระดูกสันหลังของเขาทีละน้อย
"ถ้าคุณยังเดินซุ่มซ่ามเตะรากไม้พญานาคราชนั่นอีกรอบ ฉันจะใช้สายสิญจน์มัดปากคุณแล้วแขวนไว้กับกิ่งยางนาต้นโน้นจริงๆ นะครับรวิน"
น้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่เจือกระแสความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า คุณหนูรินรดาหยุดฝีเท้าลงโดยไม่หันกลับมามอง ร่างโปร่งในชุดเดินป่าทะมัดทะแมงยืนนิ่งสนิท มือเรียวบางข้างหนึ่งถือคบเพลิงอาคมที่เปลวไฟลุกโชนเป็นสีครามเข้ม ขับเน้นให้ใบหน้าคมคายของเธอภายใต้เงาไม้ดูราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้ความปรานี
รวินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน เขาขยับแว่นตากรอบเหล็กที่เริ่มขึ้นฝ้าจากไอความร้อน แล้วยกมือยอมจำนนทันที "โธ่ คุณหนูครับ ใครจะไปรู้เล่าว่ารากไม้บ้านี่มันจะหน้าตาเหมือนงูเห่าตัวเป็นๆ แถมยังมีไออาคมแผ่ออกมาหลอกหลอนระบบวิเคราะห์ของผมซะดิบดี... ว่าแต่เราต้องเดินลึกเข้าไปถึงใจกลางเขตอาถรรพ์นี่จริงๆ หรือครับ? ผมรู้สึกเหมือนมีสายตานับร้อยคู่กำลังจ้องมองเราจากหลังพุ่มไม้ยังไงก็ไม่รู้"
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด เธอหันกลับมามองชายหนุ่มด้วยหางตา แววตาคู่คมฉายแววทั้งระอาและอ่อนใจในความขี้ระแวงของอีกฝ่าย "เขตอาถรรพ์เขาสAงวนไว้สำหรับคนที่มีธุระกับความตายครับรวิน ถ้าไม่อยากถูกวิญญาณบรรพบุรุษเจ้าของพื้นที่ดึงลงไปฝังร่วมหลุม ก็หุบปากแล้วเดินตามรอยเท้าฉันมาให้ดี เครื่องรางโบราณชิ้นนั้น... 'ตะกรุดมหาอุดม์พันปี' อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้แล้ว"
ท่ามกลางบรรยากาศที่หนทึบไปด้วยอาคมและความกดดัน รวินทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ ระบบวิเคราะห์วิญญาณในสมองของเขายังคงส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นระยะ ค่าพลังความอันตรายของสภาพแวดล้อมพุ่งสูงเกินระดับ 85% ไปนานแล้ว ทว่าลึกๆ ในใจ ความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณของนักสืบสวนคดีลี้ลับกลับกระตุ้นให้เขาก้าวเดินต่อไปเคียงข้างทายาทตระกูลหมอผีสาวผู้ดื้อรั้นคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
การเดินทางลึกเข้าไปในป่าอาถรรพ์ไม่ใช่เรื่องสนุก เสียงกิ่งไม้หักดังกรอบแกรบใต้ฝ่ารองเท้าฟังดูคล้ายเสียงกระซิบกระซาบของภาษาโบราณที่ไม่มีใครเข้าใจ รวินกวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความระแวงขีดสุด ทว่าในขณะที่เขากำลังก้มลงสำรวจร่องรอยพลังงานบางอย่างบนพื้นดินนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝั่งตรงข้ามก็หยุดชะงักลง รินรดายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เขานิ่งเงียบ
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือลานโล่งขนาดเล็กกลางป่าลึก ใจกลางลานนั้นมีแท่นหินโบราณสลักลวดลายประหลาดตั้งตระหง่าน เหนือแท่นหินมีกล่องไม้เก่าคร่ำคร่าที่ถูกล่ามด้วยโซ่อาคมสีดำสนิท วางนิ่งสนิทราวกับรอคอยการมาเยือนของใครบางคนมานับร้อยปี
"นั่นสินะ..." รวินพึมพำเบาๆ ดวงตาหลังกรอบแววหรี่ลงด้วยความสงสัย "เครื่องรางระดับตำนาน ทำไมถึงวางไว้โล่งแจ้งแบบนี้ ไม่มีแม้แต่กลไกป้องกัน หรือว่า..."
"ระวัง!"
เสียงตะโกนเตือนของรินรดาประสานเข้ากับเสียงระเบิดของไออาคมสีดำที่พวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินรอบแท่นหินอย่างรุนแรง โซ่ตรวนที่ล่ามกล่องไม้สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ร่างเงาสีดำทึบจำนวนนับไม่ถ้วนจะผุดขึ้นมาจากดิน ล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในพริบตา ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จับจ้องมาที่ผู้บุกรุกด้วยความกระหายเลือด
รินรดาไม่รอช้า เธอร่ายคาถาด้วยน้ำเสียงกังวานทรงพลัง คบเพลิงสีครามในมือถูกวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ เกิดเป็นม่านบาเรียแสงสีฟ้าสว่างวาบปกป้องร่างของทั้งคู่จากเงาดำที่พุ่งเข้ามาตะปบ "รวิน! ใช้ยันต์ชำระล้างที่ฉันให้เมื่อวานแปะลงที่ฐานแท่นหินซะ นั่นคือจุดผนึกหลัก!"
รวินพยักหน้ารับอย่างรู้หน้าที่ แม้ขาจะสั่นพับด้วยความกลัว แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ทำให้เขาพุ่งตัวผ่านดงเงาดำไปได้อย่างเฉียดฉิว มือสั่นเทวหยิบแผ่นยันต์สีทองอร่ามออกจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะกระโจนเข้าหาแท่นหินโบราณ ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของเหล่าวิญญาณร้ายที่พยายามฉุดรั้งเขาไว้
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของรวินกำลังจะสัมผัสกับฐานแท่นหินนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนปริศนาที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของเขา พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า:
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบรหัสผ่านลับระดับ SSS - เงื่อนไขการเปิดผนึก "ตะกรุดมหาอุดม์พันปี" ถูกบังคับเปลี่ยนโดยเจตจำนงภายนอก]
[คำเตือน: สิ่งที่อยู่ภายในกล่องไม่ใช่เครื่องราง... แต่กำลังรอคอยภาชนะรองรับดวงวิญญาณดวงใหม่]
[อัตราความสำเร็จในการหลบหนี: 0.00%]
เงาสีดำทึบตัวหนึ่งพุ่งทะลุผ่านม่านบาเรียเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของรวิน... และวินาทีนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของเขาก็ทรุดตัวลงสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง!
---
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 24
คืนหลอนในป่าอาถรรพ์
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!