กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นเน่าเฟะของซากอินทรีย์ลอยคละคลุ้งจนแสบจมูก รวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมในความมืดสลัวของตึกร้างแห่งนั้น เมื่อเงาดำมหึมาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ฉีกกว้างถึงใบหูบนใบหน้าไร้ดวงตาคู่นั้น
"ถอยไป รวิน"
เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งดังขึ้นพร้อมกับแรงดึงที่ต้นแขน คุณหนูรินรดาขยับตัวมาบังร่างของเขาไว้ ร่างเพรียวบางในชุดไปรเวททะมัดทะแมงก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับอสูรกายไร้หน้าอย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวยาวสะบัดออก ยันต์กระดาษสีชาดสามแผ่นพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับกระสุนปืน ปักฉับเข้าที่หน้าอกของเงาดำนั้นอย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดพลังอาคมดังสนั่นสะท้อนก้องตึกร้าง ประกายไฟสีเขียวมรกตสว่างวาบขึ้นชั่วพริบตา เผยให้เห็นโครงสร้างภายในของเงาดำที่มิใช่ภูตผีตามธรรมชาติ แต่มันคือ "หุ่นพยนต์" ที่ถูกประกอบขึ้นจากโครงเหล็กขึ้นสนิมและเศษเนื้อเน่าเปื่อยของสัตว์ปะปนกับกระดูกมนุษย์ แรงปะทะทำให้มันเซถอยหลังไปสองก้าว แต่รอยยิ้มบิดเบี้ยวนั้นกลับฉีกกว้างขึ้นไปอีกจนถึงใบหู
"ไม่ใช่ภูตผีธรรมดา... นี่คืออาคมสายดำชั้นต่ำที่ถูกดัดแปลงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ดวงตากลมโตฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เธอยกพัดเหล็กจารอักขระขึ้นตั้งรับ "มันถูกควบคุมด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบางอย่าง... ระวังตัวด้วย รวิน มันไม่ได้มาแค่ตัวเดียว"
รวินไม่รอให้เธอต้องเตือนซ้ำ มือขวาที่สวมถุงมือพิเศษรีบกดเปิดระบบวิเคราะห์วิญญาณทันที หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับตัวเลขและกราฟสถิติที่วิ่งพล่านด้วยความเร็วสูง
[ระบบวิเคราะห์วิญญาณกำลังทำงาน...]
[เป้าหมาย: หุ่นพยนต์ดัดแปลง (รุ่นทดลองที่ 04)]
[ระดับอันตราย: B+]
[จุดอ่อน: กล่องควบคุมพลังงานไสยเวทบริเวณซี่โครงด้านซ้าย และระบบส่งสัญญาณชีพจรพลังงานที่ชั้นใต้ดิน B3]
"คุณหนูครับ! มันมีจุดควบคุมอยู่ที่ชั้นใต้ดิน B3 ระบบบอกว่าโครงสร้างพวกนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานีทดลองไสยเวทผิดกฎหมาย!" รวินตะโกนบอกข้อมูลที่ประมวลผลได้ด้วยความรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอของหุ่นพยนต์ที่กำลังพุ่งเข้าใส่พวกเขาอีกครั้ง
รินรดาไม่ตอบรับด้วยคำพูด แต่การกระทำของเธอคือคำตอบ เธอก้าวเท้าแปรขบวนท่าทาง พัดเหล็กในมือแผ่ไอพลังสีทองอร่ามออกมาราวกับเปลวเพลิง เมื่อหุ่นพยนต์พุ่งเข้ามาหมายตะปบ เธอก็ใช้ความอ่อนช้อยหลบหลีกอย่างงดงาม ก่อนจะใช้พัดกระแทกเข้าที่จุดอ่อนบริเวณซี่โครงซ้ายตามที่รวินบอกอย่างแม่นยำ
*แคร็ก!*
เสียงโลหะบิดเบี้ยวและประกายไฟสпар์กกระจายไปทั่วบริเวณ หุ่นพยนต์ร่างยักษ์สะดุ้งเฮือก ก่อนจะล้มฟุบลงแน่นิ่งไปกับพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ
"ทำได้ดีนี่ นายแว่น" รินรดาปัดฝุ่นตามเสื้อเล็กน้อยโดยที่ใบหน้ายังคงเรียบเฉย แม้เม็ดเหงื่อจะเริ่มผุดพรายตามขมับของเธอแล้วก็ตาม "นำทางไปที่ชั้นใต้ดิน B3 ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้พวกสวะสำนักไหนกล้าใช้ตึกร้างกลางเมืองหลวงทำเรื่องแบบนี้"
ทั้งสองลัดเลาะลงมาตามบันไดหนีไฟที่เต็มไปด้วยหยากไย่และกลิ่นอัปชื้น บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจของกันและกัน ยิ่งเดินลึกลงไปเท่าไหร่ อุณหภูมิรอบตัวก็ยิ่งลดต่ำลงราวกับเดินเข้าไปในห้องเก็บศพ ความกดอากาศที่เปลี่ยนไปทำให้หูอื้อเล็กน้อย รวินต้องคอยกวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมที่กระพริบเตือนเป็นระยะ
เมื่อมาถึงประตูเหล็กหนาทึบของชั้นใต้ดิน B3 รวินพบว่ามันถูกล็อกด้วยรหัสผ่านแบบดิจิทัลผสมผสานกับยันต์ผนึกอาคมที่เรืองแสงสีแดงก่ำ
"ให้ผมจัดการครับ" รวินขยับแว่นตา นั่งยองๆ ลงหน้าแผงควบคุม เขาใช้ปลายนิ้วแตะลงบนระบบสแกนที่ดัดแปลงขึ้นมาเฉพาะกิจ สายตากวาดมองโค้ดภาษาโปรแกรมที่ไหลผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว พร้อมกับวิเคราะห์กระแสลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในแผ่นยันต์ "รหัสผ่านนี่... ใช้หลักการคำนวณตามตำราโหราศาสตร์จีนผสมกับฐานเลขฐานสิบหก... พวกมันไม่ได้ใช้แค่ไสยเวท แต่กำลังพยายามผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับศาสตร์มืดอย่างเป็นระบบ"
"นายใช้เวลาถอดรหัสนานแค่ไหน?" รินรดายืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง สอดส่องสายตาไปตามความมืดมิดของโถงทางเดิน
"สามสิบวินาทีครับ" รวินยิ้มมุมปาก นิ้วมือรัวพิมพ์แป้นพิมพ์เสมือนจริงบนหน้าจออย่างคล่องแคล่ว "และ... เรียบร้อยครับ"
*คลิก!*
เสียงกลไกหนักอึ้งปลดล็อกดังขึ้น พร้อมกับประตูเหล็กบานใหญ่ที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยแรงดันลม กลิ่นอายความชั่วร้ายที่เข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้ทะลักออกมาจากด้านในทันที จนรวินต้องยกแขนขึ้นมาปิดจมูก
ภาพเบื้องหลังประตูบานนั้นทำให้ทั้งสองคนต้องนิ่งงันไปชั่วขณะ
เบื้องหน้าพวกเขาคือห้องทดลองขนาดใหญ่ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ดิน หลอดแก้วใสขนาดยักษ์เรียงรายเป็นแถวราวกับโรงงานอุตสาหกรรม ภายในหลอดแก้วเหล่านั้นบรรจุของเหลวสีเขียวเรืองแสง และมีร่างของวิญญาณมนุษย์ที่ถูกบิดเบือนรูปร่างจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดไร้เสียง สายระโยงระยางนับพันเส้นเชื่อมต่อจากหลอดแก้วเหล่านั้นเข้ากับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และแท่นบูชาไสยเวทที่ตั้งอยู่กลางห้อง
นี่ไม่ใช่แค่การเล่นของมนต์ดำธรรมดา แต่มันคือ "โรงงานผลิตกองทัพวิญญาณเทียม" ที่ทำเพื่อการค้าหรือสงครามลับบางอย่าง
"พวกมันบ้าไปแล้ว..." รินรดาพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก "การเอาวิญญาณบริสุทธิ์มาผสานกับพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อสร้างอาวุธสงคราม... นี่คือวิชาต้องห้ามที่สูญหายไปตั้งแต่ร้อยปีก่อน"
รวินกวาดสายตาอ่านข้อมูลบนหน้าจอหลักที่ตั้งอยู่กลางห้อง รายชื่อลูกค้ารายใหญ่และแผนผังการกระจายสินค้าถูกบันทึกไว้ทั้งหมด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปที่ตาตุ่มคือ บันทึกการทดลองล่าสุดที่ระบุชื่อเป้าหมายรายต่อไป...
*เป้าหมายรายต่อไป: ตระกูลหมอผีสายตรง - รินรดา*
"คุณหนู! ถอยออกมา!" รวินตะโกನ್สุดเสียงด้วยความตื่นตระหนก
ทว่า มันสายเกินไปเสียแล้ว
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากมุมมืดลึกสุดของห้องทดลอง หลอดแก้วยักษ์ตรงกลางห้องแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ของเหลวสีเขียวทะลักนองเต็มพื้น พร้อมกับร่างของเงาดำมหึมาอีกร่างหนึ่งที่สูงใหญ่กว่าตัวแรกถึงเท่าตัว มันก้าวออกมาจากกลุ่มควัน พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าที่บาดลึกถึงโสตประสาท
และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ บนใบหน้าไร้ดวงตานั้น มันไม่ได้มีแค่รอยยิ้มบิดเบี้ยวอีกต่อไป... แต่มันกำลังสวมหน้ากากที่แกะสลักขึ้นจากใบหน้าของ "พ่อ" ของรินรดาที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายปีก่อน
[ระบบวิเคราะห์วิญญาณแจ้งเตือนฉุกเฉิน!]
[ตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS: บอสลับแห่งห้องทดลอง - "เงาผู้ทรยศ"]
[คำเตือน: พลังงานอาคมในรัศมี 50 เมตรกำลังถูกดูดกลืน การเชื่อมต่อกับโลกภายนอกถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์]
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเราในตอนนี้นะครับ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 9
ความลับใต้ตึกร้าง
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!