"ถ้าคุณยังฝืนใช้อาคมระดับสามกับค่ายกลทิศบูรพาแบบนั้นอีกแค่ครั้งเดียว เส้นชีพจรวิญญาณในแขนซ้ายของคุณได้ขาดสะบั้นกลายเป็นคนพิการไร้ค่าสมใจแน่ รวิน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของคุณหนูรินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดินอับชื้น กลิ่นอายของธูปหอมโบราณและคราบเลือดอาถรรพ์ที่แห้งกรังรอบตัวยังคงส่งกลิ่นคละคลุ้ง ทายาทตระกูลหมอผีชื่อดังยืนกอดอกพิงผนังอิฐมอญสีดำสนิท ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพอันน่าเวทนาของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความหงุดหงิดระคนความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งทระนง
รวินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าหอบหายใจรุนแรง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด เสื้อเชิ้ตทำงานสีขาวชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเขม่าควันจากการต่อสู้กับดวงวิญญาณอาฆาตเมื่อครู่ มือซ้ายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เส้นเลือดปูดโปนเป็นสีคล้ำจากการฝืนใช้พลังงานเกินขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ธรรมดา
"แต่... ถ้าผมไม่ทำอย่างนั้น ค่ายกลนั่นก็คงระเบิดกลืนกินพวกเราทั้งคู่ไปแล้วนะครับ คุณหนูรินรดา" รวินฝืนยิ้มแห้งแล้ง แววตาขี้ระแวงแต่ฉลาดเฉลียวช้อนขึ้นมองเจ้าของห้อง "อีกอย่าง ระบบวิเคราะห์วิญญาณในหัวผมมันก็ฟ้องอยู่โต้งๆ ว่าถ้าไม่เสี่ยงตอนนี้ อัตราการรอดชีวิตคือศูนย์เปอร์เซ็นต์นะคร้าบ"
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียดอย่างระอา เธอเดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นขวดกระปุกยาสมุนไพรสีหยกเนื้อเย็นจัดให้เขา "กินซะ... แล้วอย่าหาญกล้าทำเรื่องบุ่มบ่ามแบบนี้อีก ร่างกายของคุณไม่ใช่เหล็กไหล ต่อให้วิญญาณบรรพบุรุษมาเข้าทรง ก็ช่วยประสานกระดูกที่แตกละเอียดไม่ได้หรอกถ้ามันพังไปแล้ว"
รวินรับขวดโหลนั้นมาเปิดกินอย่างว่าง่าย ความเย็นวาบของตัวยาสมุนไพรแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย บรรเทาความเจ็บปวดร้อนรุ่มที่อกและแขนซ้ายลงได้ชะงัก ทว่า ในวินาทีที่ฤทธิ์ยาเริ่มผสานเข้ากับพลังวิญญาณในร่าง ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยแต่กลับดังสนั่นหวั่นไหวผิดปกติก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา
[ติ๊ง! ตรวจพบการดูดซับพลังงานอาถรรพ์ระดับสูงสำเร็จ]
[ระบบวิเคราะห์วิญญาณ ทำการประเมินผลกระทบทางกายภาพ...]
[คำเตือน: ขีดจำกัดของมนุษย์ถูกทะลวงผ่านจุดวิกฤต!]
[กำลังทำการอัปเกรดระบบหลัก... 10%... 45%... 80%... 100% สมบูรณ์!]
รวินเบิกตากว้าง ร่างกายที่เคยอ่อนล้ากลับเบาสบายอย่างประหลาด กระแสพลังงานสายใหม่ที่อุ่นหนาและทรงพลังไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดทุกตารางนิ้ว มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกแข็งแรงขึ้น แต่มันคือการ "มองเห็น" มิติที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม รอบตัวเขายามนี้ เต็มไปด้วยละอองแสงวิญญาณหลากสีสันล่องลอยอยู่เต็มอากาศ คลื่นความถี่ของพลังงานรอบตัวถูกถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลขและสัญลักษณ์เรขาคณิตสามมิติในหัวสมองอย่างเป็นระเบียบ
"เกิดอะไรขึ้น... ทำไมพลังงานในตัวคุณถึงพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผลแบบนี้?" รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินหันหลังกลับ เธอนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันทางวิญญาณที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของพนักงานออฟฟิศหนุ่ม แรงกดดันนี้ไม่ได้เกิดจากการใช้คาถาอาคมภายนอก แต่เป็น "แก่นพลัง" ภายในที่ยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนน่ากลัว
"ผม... ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับคุณหนู" รวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างมั่นคง ความเจ็บปวดก่อนหน้าหายเป็นปลิดทิ้ง เขายื่นมือซ้ายออกไปข้างหน้าเบื้องล่าง แล้วเพ่งสมาธิเพียงเสี้ยววินาที
*พรึบ!*
เปลวเพลิงสีครามบริสุทธิ์ลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือโดยไม่ต้องท่องคาถาหรือใช้ยันต์กระดาษแม้แต่แผ่นเดียว มันเป็นเปลวไฟแห่งการชำระล้างที่บริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าอาคมของนักพรตโบราณเสียอีก รวินกะพริบตาปริบๆ มองผลงานบนมือตัวเองด้วยความทึ่งปนหวาดระแวงไม่แพ้กัน "นี่มัน... สกิลใหม่เหรอเนี่ย?"
รินรดากัดริมฝีปากเล็กน้อย ความเย็นชาบนใบหน้าถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด ตลอดชีวิตการฝึกฝนไสยเวทอันยาวนานของเธอ เธอไม่เคยพบมนุษย์คนใดที่สามารถทะลวงขีดจำกัดทางจิตวิญญาณได้รวดเร็วและรุนแรงขนาดนี้ รวินเป็นเพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่จับพลัดจับผลูมาพัวพันกับคดีลี้ลับ แต่เวลานี้ เขากลับก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า "คนธรรมดา" ไปไกลโขแล้ว
"คุณไม่ใช่แค่รอดตายแล้วล่ะ รวิน..." รินรดากล่าวเสียงเครียด สายตาจ้องมองไปที่รอยสักอักขระโบราณบนผนังห้องใต้ดินที่เริ่มสั่นไหว "แต่พลังที่คุณเพิ่งปลุกมันขึ้นมา... มันไปรบกวนบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ดินลึกเข้าไปอีก"
บรรยากาศภายในห้องใต้ดินพลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นกว่าครั้งไหนๆโชยเข้าจมูก เสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงดังระงมขึ้นจากพื้นดินเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นจากการจำศีลอันยาวนาน รวินหุบเปลวไฟสีครามบนมือลงทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่เฉียบคมเตือนภัยเขาสุดขีด
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันตั้งตัว พื้นคอนกรีตหนาเตอะใจกลางห้องใต้ดินก็ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวขนาดย่อมทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทาง
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าประชิด]
[เป้าหมาย: บอสลับแห่งเขตอาถรรพ์ทิศบูรพา]
[สถานะ: กำลังตื่นจากการหลับใหล... และมันกำลังมองมาที่คุณ]
ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบและเศษซากอิฐปูนที่ร่วงหล่น คู่ดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมาคู่หนึ่งก็ลืมตาขึ้นในความมืดมิด พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเราในตอนนี้นะครับ
"เข็มทิศมองวิญญาณ"
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 10
เลเวลอัป! สกิลล้างอาถรรพ์
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!