"อย่าขยับครับคุณรินรดา รอยเท้านั่น... ไม่ได้มุ่งหน้าออกไปทางประตูหลัก"
เสียงกระซิบต่ำของรวินดังลอดผ่านไรฟัน ในขณะที่ปลายนิ้วชี้ของเขาแตะเบาๆ ลงบนพื้นไม้สักเก่าคร่ำคร่าของอาคารเรียนไม้หลังเก่า ภายในโรงเรียนมัธยมปลายประจำจังหวัดที่ถูกปิดตาย ฝุ่นผงละอองละเอียดลอยเคคว้างอยู่กลางลำแสงสลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ด ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาไม่ใช่ความทรุดโทรมของสถานที่ หากแต่เป็นรอยเท้าเปื้อนโคลนสีดำสนิทที่ประทับซ้อนกันเป็นทางยาว ราวกับมีใครบางคนหรือ... บางสิ่ง กำลังลากสังขารเดินวนเวียนอยู่ในห้องเรียนห้องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รินรดาชะงักฝีเท้า ใบหน้างามที่เคยเรียบเฉยราตุ๊กตาหกระเบื้องเคลือบ บัดนี้ปรากฏรอยเคร่งเครียดอย่างชัดเจน ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดนิ่งที่กระดานดำ ซึ่งมีข้อความเขียนด้วยชอล์กสีขาวหวัดๆ ว่า *'พวกมันมารับตัวฉันไปแล้ว'* ตัวอักษรบิดเบี้ยวผิดสัดส่วนราวกับไม่ได้เขียนด้วยมือมนุษย์
"ไม่ใช่รอยเท้าของเด็กนักเรียนที่หายตัวไปเมื่อสามวันก่อนอย่างแน่นอนครับ" รวินวิเคราะห์ต่อด้วยน้ำเสียงสุขุม แม้ในใจจะเริ่มเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง ดวงตาของเขาฉายแสงสีฟ้าจางๆ ออกมาวูบหนึ่งผ่านระบบวิเคราะห์วิญญาณที่ถูกกระตุ้นขึ้น ข้อมูลชุดตัวเลขและค่าพลังงานอาถรรพ์สีเทาทึบปรากฏขึ้นในห้วงความคิด "พลังงานความอาฆาตระดับ C-Plus... และที่สำคัญ รอยเท้านี้กำลังสะท้อนความถี่เดียวกับอักขระไสยเวทที่พวกเราเพิ่งเหยียบพลาดที่ทางเข้า"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เธอปรายตามองชายหนุ่มที่ยืนบังหน้าเธอไว้ด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง แม้ปากของเขาจะบ่นกระปอดกระแปอดอยู่ตลอดเวลา แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ รวินมักจะเป็นที่พึ่งพาได้เสมออย่างไม่น่าเชื่อ
"คุณกำลังจะบอกว่า... คดีนักเรียนหายตัวไปสามคนติดต่อกันในรอบสัปดาห์ ไม่ใช่การหนีออกจากบ้าน หรือแม้แต่การลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่สินะครับคุณรวิน" เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เธอยกพัดกระดาษสาโบราณขึ้นแตะริมฝีปาก เป็นกิริยาที่ใช้เรียกสมาธิและประเมินสถานการณ์
"ถูกต้องครับ" รวินพยักหน้ารับช้าๆ สายตาไม่ละไปจากรอยเท้าที่เริ่มส่งกลิ่นอายความชื้นและกลิ่นดินกลิ่นสาบสางจางๆ ลอยมาเตะจมูก "นี่คือพิธีกรรม 'ดึงเงา' ศาสตร์มืดโบราณที่ใช้พรากทั้งกายเนื้อและจิตวิญญาณของเหยื่อไปซ่อนไว้ในมิติซ้อนทับ และพวกมัน... ตั้งใจต้อนพวกเราเข้ามาในกับดักนี้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในเขตโรงเรียนแล้วครับ"
บรรยากาศภายในห้องเรียนเริ่มเปลี่ยนไป อุณหติลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ฝุ่นละอองที่เคยลอยเคว้างกลับหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง เงาของโต๊ะเรียนและเก้าอี้ไม้ที่ทอดยาวตามแสงอาทิตย์ เริ่มบิดเบี้ยวและขยับเขยื้อนได้เองอย่างน่าสยดสยอง
รินรดาไม่รอช้า เธอสะบัดข้อมือเบาๆ ยันต์กระดาษสีแดงชาดสามแผ่นพุ่งออกจากปลายนิ้วราวกับกระสุนปืน ปักฉับลงบนพื้นเบื้องหน้าเพื่อกางเขตอาคมคุ้ม
"ระวังตัวด้วยครับรวิน! มีบางอย่างกำลังขึ้นมาจากใต้พื้นไม้!" เธอร้องเตือนด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดขึ้น
*เอี๊ยด... โครก... ปึง!*
พื้นไม้ใจกลางห้องเรียนระเบิดออก เศษไม้กระเด็นว่อนพร้อมกับกลุ่มควันสีดำทึบที่พวยพุ่งขึ้นมา ร่างของใครบางคนค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง เส้นผมยาวรุงรังปกคลุมใบหน้า และที่น่าตกใจที่สุดคือ ชุดนักเรียนที่ร่างนั้นสวมใส่อยปัก
เป็นชุดของ "ธน ภัทร" หนึ่งในนักเรียนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามวันก่อน!
"ช... ช่วยด้วย..." เสียงแหบพร่าแห้งผากราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมาแรมปีดังลอดออกมาจากลำคอของร่างนั้น ร่างกายของเด็กหนุ่มบิดเบี้ยวผิดรูป กระดูกข้อต่อส่งเสียงดังกรอบแกรบทุกครั้งที่ขยับเขยื้อน ดวงตาที่เงยขึ้นมองพวกเขาทั้งสองข้างทางเป็นสีดำสนิทไร้แววตาของมนุษย์
รวินก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่สายตายังคงจ้องมองวิเคราะห์โครงสร้างพลังงานรอบตัวเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างรวดเร็ว ระบบในหัวของเขาทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อหาจุดอ่อนของอาคมที่ควบคุมร่างนี้อยู่
"ไม่ใช่คนแล้วครับคุณรินรดา นั่นคือ 'เงาตานี' หรือร่างจำแลงที่ถูกใช้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับแดนสนธยา หากเราทำลายร่างนี้ไม่ถูกวิธี วิญญาณของเด็กคนนั้นจะแตกสลายไปตลอดกาล!" รวินเอ่ยเตือนเสียงเครียด เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมตามขมับ
รินรดาหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด พัดในมือถูกกางออกเผยให้เห็นอักขระโบราณสีทองเรืองแสงจางๆ "ถ้าอย่างนั้น... เราต้องใช้กระบวนท่าชำระล้างวิญญาณควบคู่ไปกับการตัดขาดเงา รวิน คุณต้องช่วยดึงความสนใจมันไว้สามวินาที เพื่อให้ฉันเปิดประตูอาคมส่งวิญญาณกลับสู่ร่างต้นแบบที่แท้จริง"
"สามวินาทีเหรอครับ? ฟังดูเป็นงานที่เสี่ยงตายเป็นบ้าเลย..." รวินแย้มยิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือขวากระชับยันต์ปราบวิญญาณที่พกติดตัวไว้แน่น "แต่เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูคนสวย... ผมจัดให้ครับ!"
สิ้นคำพูด ร่างของรวินก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนู เขาไม่ได้หลบหนี แต่เลือกที่จะเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่กำลังแผ่ขยายออกมารอบตัวของเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่รวินกำลังจะซัดยันต์เข้าใส่ร่างจำแลงนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยแต่กลับทรงพลังอย่างประหลาด ก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา—
*[ระบบตรวจพบพลังงานระดับ SSS: "เจ้าแห่งเงาพันปี" กำลังตื่นจากการหลับใหล]*
*[คำเตือน: เป้าหมายที่พวกท่านกำลังเผชิญหน้า ไม่ใช่เหยื่อ... แต่เป็น "เหยื่อล่อ" ของแท้ที่ถูกส่งมาเพื่อเปิดประตูมิติขั้นสูงสุด]*
*[เงื่อนไขภารกิจลับเปิดใช้งาน: จงเลือก... จะยอมสละวิญญาณหนึ่งดวงเพื่อปิดผนึก หรือก้าวข้ามผ่านประตูแห่งเงาไปพร้อมกับความจริงที่ถูกซ่อนไว้?]*
รวินชะงักกึกกลางอากาศ ยันต์ในมือเกือบหลุดร่วง เมื่อเงาบนผนังห้องทั้งหมดไม่ได้สะท้อนภาพของพวกเขาอีกต่อไป แต่พวกมันกำลัง... ฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ากลัว และเริ่มขยับตัวเป็นอิสระจากร่างต้นแบบ!
ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรานะครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 12
อย่าหันหลังให้เงา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!