"ก้มหัวลง!"
เสียงตะโกนก้องที่สั่นเครือแต่เฉียบขาดของคุณหนูรินรดาแหวกลมพายุวิญญาณที่กำลังคำรามกึกก้อง ร่างโปร่งแสงของวิญญาณระดับภัยพิบัติที่ก้าวทะลุมิติออกมาจากรอยแยกสีดำสนิทนั้น แผ่ไอเย็นเยือกยะเยือกจนคอนกรีตรอบตัวเริ่มขึ้นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ รวินไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาพุ่งตัวเข้าชาร์จร่างระหงของคุณหนูตระกูลหมอผีผู้หยิ่งทระนงให้พ้นจากรัศมีของแรงกระแทกที่กำลังจะแหลกสลาย แรงปะทะทำให้ทั้งคู่กลิ้งหล่นลงไปตามทางลาดของบันไดหนีไฟ เสียงเศษปูนแตกละเอียดและเสียงโลหะบิดตัวดังสนั่นหวั่นไหว
"คุณรวิน! ปล่อยนะ... ฉันลุกเองได้!" รินรดาพยายามยันกายลุกขึ้น ใบหน้าสวยเชิดรั้นซีดเผือดเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณของทายาทสายตรง แต่ยามนี้แววตานั้นกลับสั่นระริกเมื่อเงื้อมมือมหึมาของภูตผีเบื้องบนกำลังเอื้อมลงมาหมายจะบดขยี้พวกเขาให้แหลกคามือ
"อย่าเพิ่งถือตัวเลยครับคุณหนู สถานการณ์แบบนี้ ถ้าเราไม่ร่วมมือกันเป็นเป้าหมายเดียว ได้กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนเฝ้าตึกร้างนี่จริงๆ แน่ครับ" รวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง มือข้างหนึ่งกระชับแว่นตาที่เอียงกระเท่เร่ให้เข้าที่ ขณะที่ดวงตาอีกข้างกำลังจ้องมองผ่านเลนส์พิเศษที่เชื่อมต่อกับระบบวิเคราะห์จุดอ่อนวิญญาณในห้วงความคิด
[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมาย: 'อสูรบรรพกาลรอยแยก' (ระดับภัยพิบัติ - สูง)]
[สถานะ: กำลังเบี่ยงเบนกฏเกณฑ์มิติ]
[จุดอ่อน: จุดศูนย์รวมพลังงานสีแดงบริเวณกระดูกไหปลาร้าด้านซ้าย ซึ่งเป็นรอยต่อจากการผนึกเมื่อสามร้อยปีก่อน หากโจมตีด้วยอาคมธาตุไฟผสานกับแรงดันจิตวิญญาณระดับ 3 ขึ้นไป จะสามารถทำลายแกนกลางได้ชั่วคราว]
ข้อมูลตัวเลขและสัญลักษณ์เรืองแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของรวินอย่างรวดเร็วราวกับหน้าจอโฮโลแกรม ระบบนี้ไม่ได้บอกแค่จุดอ่อน แต่มันยังคำนวณความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตที่ตอนนี้ลดฮวบลงเหลือเพียงสิบสองเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
"คุณหนูครับ อาคมตระกูลหลินของคุณมีกระบวนท่าที่ใช้ไฟชำระล้างวิญญาณใช่ไหมครับ?" รวินหันไปถามด้วยน้ำเสียงรวดเร็วขณะที่หลบหลีกเศษซากตึกที่ร่วงหล่นลงมาเฉียดหัวไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย "นายรู้ได้อย่างไรว่ากระบวนท่าลับของตระกูลฉันมีวิชาอัคคีชำระบาป? นั่นเป็นวิชาลับขั้นสูงที่แม้แต่คนในตระกูลบางคนยังฝึกไม่สำเร็จด้วยซ้ำ!"
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสอบสวนประวัติผมครับ! เล็งไปที่กระดูกไหปลาร้าด้านซ้ายของมัน ตรงนั้นคือจุดตายที่พลังงานรั่วไหลมากที่สุด ผมจะเป็นคนสร้างเบี่ยงเบนความสนใจและคำนวณวิถีลมปราณให้ คุณแค่เตรียมรวบรวมสมาธิแล้วซัดตบะทั้งหมดที่มีไปที่จุดนั้นจุดเดียว!"
รวินไม่รอให้หญิงสาวได้ทักท้วง เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างกล้าหาญ หยิบยันต์กระดาษเก่าคร่ำครึที่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมาสามแผ่น แม้เขาจะไม่ใช่หมอผีที่มีตบะแก่กล้า แต่ด้วยการคำนวณมุมและทิศทางลมจากระบบวิเคราะห์ ทำให้เขารู้ดีว่าควรดีด
ยันต์เหล่านี้ไปที่จุดใดเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงและดึงดูดความสนใจของภูตยักษ์
"เฮ้ย ไอ้ตัวประหลาดหน้าตาน่าเกลียด! ทางนี้ต่างหากเล่า!" รวินตะโกนท้าทายพร้อมกับซัดยันต์ออกไปสามทิศทาง
ยันต์ทั้งสามแผ่นเปล่งแสงสีส้มวาบก่อนจะระเบิดออกเป็นละอองไฟเล็กๆ พุ่งเข้าใส่ดวงตาสีแดงฉานของอสูรบรรพกาล มันคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แรงลมจากการคำรามทำให้ร่างของรวินปลิวถอยหลังไปกระแทกกับผนังปูนอย่างแรงจนจุกเสียด กระแสเลือดอุ่นๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก แต่รอยยิ้มกลับปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม เพราะมันได้ผล... อสูรตนนั้นเบี่ยงศีรษะหนีละอองไฟและเปิดช่องว่างบริเวณกระดูกไหปลาร้าด้านซ้ายอย่างสมบูรณ์แบบ
"รินรดา! เดี๋ยวนี้เลยครับ!"
ทายาทตระกูลหมอผีสาวได้ยินดังนั้น ความลังเลทั้งหมดก็ถูกปัดเป่าทิ้งไป ร่างบางพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศด้วยวิชาตัวเบา เปลวเพลิงสีครามเข้มลุกโชนขึ้นรอบกายของเธอ รัศมีพลังกดดันแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว รินรดารวบรวมจิตวิญญาณทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือเรียองาม ก่อนจะตบลงไปที่จุดศูนย์รวมพลังงานสีแดงบนร่างของอสูรยักษ์อย่างแม่นยำ
"อัคคีชำระวิญญาณ: ทัณฑ์สวรรค์สลายโลกันตร์!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณระดับภัยพิบัติดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งตึกร้าง เปลวไฟสีครามกลืนกินร่างมหึมานั้นจนสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำก่อนจะจางหายไปในอากาศ ร่างของคุณหนูรินรดาร่วงหล่นลงมาเนื่องจากสูญเสียพลังงานตบะไปจนหมดสิ้น รวินที่ยังเจ็บซี่โครงรีบพุ่งเข้าไปรับร่างของเธอไว้ทันเวลา ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้นฝุ่นตลบอีกครั้ง
รินรดานอนหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแนบชิดอยู่กับอกเสื้อของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตมองใบหน้าของรวินที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยแผลถลอก ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย
"นาย... นายทำได้อย่างไรกัน..." เสียงกระซิบแผ่วเบาเอ่ยขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา
"ไว้ผมจะเล่าให้ฟังทีหลังนะครับ ตอนนี้เราคงต้องรีบออกไปจาก..."
รวินยังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานจากระบบวิเคราะห์ในหัวของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นสีเลือดพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวจนแก้วหูแทบแตก
[คำเตือนระดับวิกฤตสูงสุด!]
[ตรวจพบรอยแยกมิติที่สองกำลังเปิดออกใต้พื้นลิฟต์โดยสาร]
[และ... สิ่งที่กำลังก้าวออกมา ไม่ใช่วิญญาณ แต่เป็น 'ผู้ล่า' ที่เคยถูกผนึกร่วมกับอสูรบรรพกาล... และมันกำลังจ้องมองมาที่พวกคุณโดยตรง]
รวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อพื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าเริ่มแตกร้าวออกเป็นทางยาว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยแต่ทรงพลังกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าดังขึ้นจากความมืดมิดของปล่องลิฟต์ร้างเบื้องล่าง
ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาบทแรกนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 3
ภารกิจแรก: วิญญาณในลิฟต์
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!