กลิ่นอับชื้นของซากอิฐปรักหักพังผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดของค่ำคืน รวินยืนนิ่งอยู่หลังแนวเทปสีเหลืองของตำรวจ ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบไสยเวทสีดำที่ยังคงพ่นพิษระเหยเป็นไอจางๆ บนพื้นคอนกรีต ระบบวิเคราะห์วิญญาณในหัวสมองของเขาแสดงผลตัวเลขและสัญลักษณ์เรืองแสงสีแดงฉานเตือนภัยระดับวิกฤต
เบื้องหลังความโกลาหลของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังระรัว รวินกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่อาจหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างได้...
ตึกแถวร้างย่านชานเมืองแห่งนี้ถูกปิดตายด้วยอาคมชั้นต่ำ แต่สิ่งที่ดึงดูดรวินให้ก้าวเข้ามาในรัศมีอันตรายไม่ใช่ผลงานของพวกมือสมัครเล่น หากแต่เป็นร่องรอยการสะกดวิญญาณที่เฉียบคมจนน่าขนลุก
"ถอยไปซะ นายกำลังยืนขวางทางทำมาหากินของฉัน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลัง
รวินสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกวาดสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธออยู่ในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบไว้เรียบร้อย ใบหน้ารูปไข่สวยเฉี่ยวไร้รอยยิ้ม ดวงตากลมโตสีนิลคู่นั้นสะท้อนความเหินห่างและเย่อหยิ่งราวกับมองมดปลวก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรวินกระตุกวูบไม่ใช่ความงามอันน่าทึ่งนั้น... แต่เป็นออร่าสีทองหม่นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอต่างหาก
ออร่าที่กำลังถูกกลืนกินด้วยกลุ่มควันสีดำสนิทจากเบื้องลึกภายใน
"คุณเป็นใคร? ที่นี่พื้นที่อันตราย ห้ามคนนอกเข้า... เฮ้! เดี๋ยวสิครับคุณผู้หญิง!" รวินร้องท้วงเมื่อเห็นหญิงสาวเดินดุ่มๆ ฝ่าแนวเทปตำรวจเข้าไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ราวกับสถานที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมลึกลับเป็นเพียงสนามหลังบ้านของเธอ
รินรดาไม่แม้แต่จะชายตากลมมองพนักงานออฟฟิศชุดยับยู่ยี่อย่างเขา เธอยกมือขึ้นเรียวสวยขึ้นวาดอักขระกลางอากาศด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นในพริบตา สะกดกั้นคลื่นพลังงานอาฆาตที่พยายามพุ่งเข้าใส่จากมุมมืดของห้องโถงร้าง
รวินหรี่ตามองพลางคำนวณในใจ ระบบวิเคราะห์วิญญาณส่งเสียงเตือนถี่รัวในโสตประสาท
[แจ้งเตือน: ตรวจพบพลังไสยเวทสายตระกูลโบราณระดับสูง]
[สถานะเป้าหมาย: รินรดา ทายาทสายตรงผู้ถือครองอาคมปราบวิญญาณ]
[คำเตือนซ้ำ: ตรวจพบวิญญาณระดับบอสซ่อนตัวอยู่ในร่างของคุณหนูรินรดา กำลังเริ่มกระบวนการแย่งชิงร่าง... 3... 2...]
"ระวังตัวด้วยครับ!" รวินพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอด้วยความตกใจ แรงกระชากนั้นทำให้รินรดาเสียหลักเซถลามาปะทะแผงอกของเขา กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกลิ่นอายธูปโบราณลอยแตะจมูก
"2... 1... เริ่มกระบวนการแทรกแซงจิตสำนึก" เสียงจากระบบดังขึ้นในหัวของรวิน พร้อมกับที่ดวงตาสีนิลคู่สวยของคุณหนูรินรดาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในชั่วพริบตา!
รินรดาชะงักกึก ร่างกายของเธอนิ่งค้าง ดวงตาที่เคยราบเรียบกลับฉายแววเจ็บปวดทรมาน เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด เสียงกระซิบแหบพร่าและเย็นเยียบดังลอดไรฟันออกมา ไม่ใช่เสียงของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป แต่เป็นเสียงคำรามต่ำของอสุรกายจากขุมนรก
"แก... กล้าดียังไง... มาแตะต้องภาชนะของข้าไอ้มนุษย์ชั้นต่ำ..."
รวินไม่ถอยหนี เขากัดฟันแน่น มือข้างหนึ่งคว้าเครื่องรางกระดาษยันต์ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้ออกมาอย่างคล่องแคล่ว นี่ไม่ใช่เวลามานั่งเกรงใจคุณหนูผู้ดีที่ไหนอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อวิญญาณร้ายในตัวเธอกำลังจะตื่นขึ้นมาอาละวาด
"คุณหนูครับ! ตั้งสติหน่อย! อย่าเพิ่งยอมแพ้ให้ไอ้ตัวประหลาดนี่สครับ!" รวินตะโกนก้อง พร้อมกับตบยันต์อัคคีลงบนกลางหลังของหญิงสาว เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วตึกร้าง เมื่อเปลวไฟสีฟ้าครามลุกท่วมร่างของรินรดาเพื่อแผดเผาไสยเวทชั่วร้ายที่กำลังกัดกินวิญญาณเธอจากภายใน
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสองสี (สีดำสนิทและสีแดงฉาน) จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรวิน ริมฝีปากบางเฉียบขยับยิ้มเยาะเย้ยอย่างน่ากลัว ก่อนที่มือเรียวที่ควรจะไร้เรี่ยวแรงจะคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของรวินด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แรงบีบมหาศาลทำให้รวินหายใจไม่ออก
"เจ้ามนุษย์โง่เขลา... แกคิดว่าไฟกระจิ๋วหลิวแค่นี้จะทำอะไรข้าได้งั้นเหรอ?" เสียงนั้นหัวเราะลั่นอย่างสะใจ
ทว่า ในวินาทีที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม รวินกลับสังเกตเห็นรอยสักโบราณที่ข้อมือซ้ายของรินรดาเปล่งแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง เป็นแสงที่ดื้อรั้นและทรงพลังอย่างยิ่งยวด รินรดากัดฟันกรอด ฝืนดึงสติอันน้อยนิดกลับคืนมา เธอจ้องมองหน้าพนักงานออฟฟิศหนุ่มที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ
นิ้วเรียวสั่นเทาเอื้อมขึ้นมาแตะข้อมือของรวินแน่น เธอกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางสงครามแย่งชิงร่างที่กำลังถึงจุดแตกหัก
"นาย... นายเห็นมัน... จริงๆ สินะ... ช่วยฉัน..."
ก่อนที่รวินจะได้ทันเอ่ยปากตอบรับ ท1้องฟ้าเหนือตึกร้างก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่า ทั้งๆ ที่ไม่มีเค้าลางของฝน รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือหัวของพวกเขาทั้งสองคน พร้อมกับเงาร่างมหึมาของวิญญาณระดับภัยพิบัติที่ก้าวทะลุมิติออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาทจนไขสันหลังชา
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันลึกลับนี้ร่วมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 2
คุณหนูผู้สูงส่งกับพนักงานออฟฟิศกากๆ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!