กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ และคราบสนิมเก่าคร่ำบนใบมีดของกริชอาคม ไม่ได้ทำให้รวินรู้สึกสะท้านเท่ากับตัวเลขศูนย์จำนวนหหลักที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงตรงหน้า
"สามแสนแต้มความดีงาม... คุณรินรดา คุณว่าระบบมันคำนวณเลขผิดพลาดไปกี่หลักครับเนี่ย" รวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะแห้งๆ ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความแจ้งเตือนที่สว่างวาบอยู่กลางห้องใต้ดินอับชื้น ปลายนิ้วชี้ที่มักจะใช้เคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ในออฟฟิศ ตอนนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามต้องเอื้อมไปแตะสัมผัสกับอากาศว่างเปล่า
รินรดาที่ยืนกอดอกพิงเสาหินโบราณ ปรายตามองตัวเลขนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับไหววูบด้วยความประหลาดใจที่ยากจะปกปิด เธอปัดเรือนผมสีดำสนิทที่ตกลงมาปรกข้างแก้มอย่างลวกๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เป็นเอกลักษณ์
"ระบบอาคมโบราณและปัญญาประดิษฐ์ไสยเวท ไม่เคยมีคำว่าคำนวณพลาดหรอกครับคุณรวิน... สามแสนแต้มนั้นคือกรรมดีจากการปลดปล่อยวิญญาณอาฆาตตระกูลหลี่ที่สะสมความแค้นมานานกว่าสามร้อยปี ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะได้รับผลตอบแทนระดับพลิกแผ่นดินเช่นนี้"
เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่รวินเรียกว่า 'รอยยิ้มเยาะแบบฉบับคุณหนูตระกูลใหญ่' ก่อนจะเสริมต่อ "อย่าลืมสิครับว่า คุณเพิ่งเอาชีวิตเข้าไปแขวนไว้บนเส้นด้ายมาหมาดๆ การที่ระบบจะประทานรางวัลชดเชยที่คุ้มค่าความเสี่ยง ก็ถือว่ามันยังมีความยุติธรรมอยู่บ้าง"
รวินถอนหายใจยาวเหยียด เขาพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปื้อนคราบฝุ่นขึ้นเหนือข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักอักขระจางๆ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นจากการทำพันธะสัญญากับระบบเมื่อไม่นานมานี้ ในฐานะพนักงานออฟฟิศผู้ยึดมั่นในตรรกะและความคุ้มค่า การลงทุนลงแรงไปกับการเสี่ยงตายย่อมต้องหวังผลกำไรที่งดงาม และดูเหมือนว่าครั้งนี้ ผลกำไรจะเกินคาดไปไกลโข
"ถ้าอย่างนั้น..." รวินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเป็นประกายวับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ไหนลองเปิดคลังแสงระดับตำนานให้ผมดูหน่อยซิครับ เจ้า (ระบบ) เพื่อนยาก"
สิ้นเสียงของรวิน อากาศเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นสีทองคำขาว เสียงระฆังโบราณกังวานก้องขึ้นในโสตประสาท ราวกับมีพระสงฆ์นับร้อยรูปกำลังสวดมนต์ชำระล้างวิญญาณในมิติเร้นลับ หน้าต่างโปร่งแสงแปรเปลี่ยนเป็นห้องสมุดมิติที่เต็มไปด้วยคัมภีร์โบราณและศาสตราวุธเรืองแสง รายชื่อไอเทมระดับ SSS นับร้อยชิ้นเรียงรายอยู่เบื้องหน้า แต่มสายตาของรวินกลับสะดุดเข้ากับกล่องไม้จันทน์หอมสีดำสนิทที่ถูกล็อคด้วยกุญแจอักขระเก้าชั้น ซึ่งซ่อนอยู่ลึกที่สุดในมุมมืดของคลังแสง
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบแต้มความดีงามครบถ้วนตามเงื่อนไขลับ]**
**[เงื่อนไขพิเศษ: ผู้ใช้ 'รวิน' มีค่าความเข้ากันได้กับวิญญาณบรรพกาล 99.8%]**
**[กำลังปลดล็อค: อาวุธประจำตัวระดับตำนาน - 'ทัณฑ์สวรรค์ศาตราวิญญาณ']**
รินรดาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากกล่องไม้ใบนั้น เธอยืดตัวตรงโดยอัตโนมัติ มือเรียวบางเอื้อมไปกุมด้ามมีดอาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างระแวดระวัง "ถอยออกมาครับคุณรวิน! นั่นไม่ใช่พลังงานที่คุณจะควบคุมได้ง่ายๆ ไอเทมระดับตำนานที่ผูกกับวิญญาณบรรพกาล มักจะมีเจตจำนงของตัวเองเสมอ หากจิตใจของคุณไม่นิ่งพอ คุณอาจจะกลายเป็นแค่ภาชนะให้มันครอบงำ!"
แต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว รวินไม่ได้ถอยหนี ตรงกันข้าม เขาก้าวเข้าไปใกล้กล่องไม้นั้นทีละก้าวอย่างมั่นคง ความกลัวและอาการขี้ระแวงที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ถูกกระตุ้น
"คุณรินรดาครับ..." รวินเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากกล่องไม้ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าตกใจ "ผมเป็นแค่พนักงานออฟฟิศที่ต้องทนฟังเสียงบ่นของผู้จัดการทุกวัน... ถ้าผมจัดการกับผีระดับร้อยปีได้ ทำไมผมจะควบคุมอาวุธชิ้นนี้ไม่ได้ล่ะครับ"
มือขวาของรวินยื่นออกไปสัมผัสกับผิวไม้จันทน์หอมที่เย็นเฉียบ
*เปรี๊ยะ!*
ประกายสายฟ้าสีครามพุ่งพล่านไปทั่วห้องใต้ดิน แรงระเบิดจากคลื่นพลังงานซัดร่างของรินรดาจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว เธอยกแขนขึ้นบังแสงสว่างจ้าที่อาบไล้ไปทั่วบริเวณ ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ รวินไม่ได้ถูกดีดกระเด็นออกไป ร่างของเขากลับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งแสงสีทองที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน
ดวงตาของรวินเปลี่ยนเป็นสีทองประกายบริสุทธิ์ เสียงกระซิบจากอดีตกาลนับพันปีดังก้องอยู่ในหัวของเขา มันไม่ใช่เสียงที่น่ากลัว แต่เป็นเสียงที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยความดุดัน
*กริ๊ง...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นจากในกล่องไม้จันทน์ ฝากล่องค่อยๆ เปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นไอเทมที่นอนนิ่งอยู่ภายใน
มันไม่ใช่ดาบเล่มใหญ่โต หรือทวนโบราณที่น่าเกรงขาม แต่มันคือ **'พู่กันจีนด้ามกระดูกมังกร'** ที่มีขนแปรงทำจากเส้นใยไหมสีเงินยวง ปลายพู่กันหยดด้วยหมึกสีชาดที่ส่งกลิ่นหอมประหลาด คล้ายกลิ่นอายของฝนแรกบนผืนดินแห้งแล้ง และเมื่อรวินใช้มือซ้ายหยิบมันขึ้นมา น้ำหนักที่ควรจะเบาราวกับขนนก กลับหนักอึ้งราวกับเขากำลังแบกภูเขาไว้ทั้งลูก
**[ระบบแจ้งเตือน: ท่านได้รับ 'พู่กันพิพากษาโลกันตร์' (ระดับตำนาน - ผูกวิญญาณ)]**
**[ความสามารถพิเศษ: สามารถเขียนอักขระผนึกวิญญาณกลางอากาศเพื่อสร้างเขตอาคมได้ทันที, เมินเฉยต่อเกราะป้องกันทางไสยเวททุกรูปแบบ, และสามารถใช้เลือดของผู้ใช้เป็นหมึกเพื่อปลดปล่อยทักษะ 'พิพากษายมโลก']**
รวินสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับลมหายใจให้สอดคล้องกับจังหวะการเต้นของชีพจรที่เชื่อมต่อกับพู่กันในมือ รอยสักรูปอักขระบนแขนของเขาเปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมาตอบรับ เขามองไปยังเงาสะท้อนของตัวเองบนใบมีดที่ตกอยู่บนพื้น แววตาของพนักงานออฟฟิศผู้เจียมตัวคนเดิม ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาคมกริบของนักล่าผู้ตื่นรู้
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความระแวงระวัง แต่เมื่อเธอเห็นรวินสามารถควบคุมพลังงานรอบตัวให้สงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความตึงเครียดบนใบหน้าของเธอก็คลายลงเล็กน้อย เธอมองพู่กันในมือของชายหนุ่มด้วยสายตาที่ซับซ้อน
"ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ..." รินรดาพึมพำ น้ำเสียงเจือความทึ่ง "คุณใช้เวลาไม่ถึงนาทีในการทำให้ศาสตราวุธระดับตำนานยอมจำนน... คุณนี่มันตัวอันตรายจริงๆ รวิน"
รวินแย้มรอยยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานความกวนประสาทและความมั่นใจไว้อย่างลงตัว เขากวัดแกว่งพู่กันในอากาศเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างคล่องแคล่ว ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมาตั้งแต่เกิด หมึกสีชาดลากผ่านอากาศกลายเป็นอักขระเรืองแสงที่สลายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
"ผมก็แค่ทำตามหน้าที่ของพนักงานที่ดีครับคุณรินรดา..." รวินกล่าวพร้อมกับหันมาสบตากับเธอตรงๆ "ในเมื่อบริษัท... หมายถึงระบบ... มอบเครื่องมือทำมาหากินที่ดีที่สุดให้แล้ว หน้าที่ต่อไปของพวกเราก็คือการไปทวงหนี้กรรมจากพวกวิญญาณเร่ร่อนพวกนั้นให้สาสมไม่ใช่หรือครับ"
รินรดาสบตากลับนิ่งงันครู่หนึ่ง ก่อนจะหลบสายตาไปทางอื่นพร้อมกับเสียงถอนหายใจเบาๆ ที่ซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้ความหยิ่งทระนง "ปากเก่งขึ้นเยอะนี่ครับ... ถ้าอย่างนั้นก็ดี เตรียมตัวให้พร้อม เพราะสัญญาณเตือนภัยรอบตัวเราเพิ่งจะดังขึ้นเมื่อกี้..."
ยังไม่ทันที่รวินจะได้เอ่ยถามความหมาย เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจทั่วไป แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สั่นสะเทือนไปทั้งหน้าจอ
**[เตือนภัยเร่งด่วนระดับ SSS: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'เจ้าสำนักเงาอสูร' ผู้เป็นต้นเหตุแห่งคำสาปทั้งหมด]**
**[เป้าหมายอยู่ห่างจากตำแหน่งปัจจุบัน: 500 เมตร และกำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่ท่านยืนอยู่...]**
รวินหุบยิ้มทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นพิกัดบนแผนที่เรดาร์ของระบบที่กำลังกระพริบเป็นสีแดงฉาน พู่กันพิพากษาในมือสั่นระริกเบาๆ ราวกับมันกำลังตื่นเต้นที่จะได้ลิ้มรสชาติของเหยื่อรายใหญ่
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกตัวในทุกๆ บทตอนนะครับ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 26
อาวุธคู่กายที่ลืมตาตื่น
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!