"หมอบลงครับ!"
เสียงตะโกนของรวินเฉียบขาดรากับคมมีดที่กรีดผ่านความตึงเครียด แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวขนาดเล็กใต้พื้นคอนกรีตไม่ได้ทำให้สติของชายหนุ่มหลุดลอย ตรงกันข้าม สมองของเขาในยามนี้กลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าหน่วยประมวลผลควอนตัม ดวงตาสีแดงคู่มหึมานับสิบคู่ที่กำลังเบิกโพลงขึ้นมาจากรอยแยกเบื้องล่าง ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้เขามากเท่ากับการคำนวณ 'ความเป็นไปได้' และ 'จุดเชื่อมโยงของอาคม' ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
รินรดาเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณอันยอดเยี่ยมของทายาทตระกูลหมอผี ร่างระหงทรุดตัวลงต่ำพร้อมกับสะบัดพัดกระดาษเคลือบอักขระโบราณในมือ อาคมปราการโลหิตสีชาดแผ่ขยายออกเป็นรูปโดมคุ้ม
กันเศษปูนและไอนรกที่พวยพุ่งขึ้นมาราวกับลาวา แต่ทว่า ดวงตาสีแดงเหล่านั้นหาใช่ภูตผีเร่ร่อนทั่วไปไม่ พวกมันมีเจตจำนง มีทิศทาง และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังเคลื่อนไหวตามจังหวะการหายใจของใครบางคนบนพื้นผิวนี้
"คุณรวิน เบื้องล่างนั่นไม่ใช่เขตอาคมปิดผนึกธรรมดา..." เสียงของรินรดาเอ่ยลอดไรฟัน ขณะที่แรงกดดันมหาศาลกดทับจนเส้นเลือดที่ขมับของเธอเต้นตุบๆ "มันคือ 'กับดักสะท้อนวิญญาณ' ใครบางคนจงใจใช้พวกเราเป็นตัวล่อ เพื่อปลุกสัญชาตญาณของราชาปรโลกชั้นต่ำขึ้นมา"
"ถูกต้องครับคุณหนู และผมก็รู้ด้วยว่าไอ้ 'ใครบางคน' คนนั้นกำลังยืนยิ้มอยู่ที่ไหน"
รวินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มือขวาของเขาไม่ได้ถืออาวุธไสยเวทราคาแพงเหมือนตระกูลใหญ่ หากแต่กำ 'สมุดบันทึกเล่มเก่า' และปากกาหมึกซึมด้ามโปรดเอาไว้แน่น หน้ากระดาษทุกแผ่นที่เขาจดบันทึกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ใช่แค่บันทึกคดี แต่คือ 'ผังตรรกะ' ของค่ายกลที่ซ้อนทับกันถึงสามชั้น
ในโลกของไสยเวท คนส่วนใหญ่พึ่งพาพลังตบะและของขลัง แต่สำหรับรวินแล้ว ไสยเวทก็ไม่ต่างอะไรกับชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ ทุกอาคมย่อมมีเงื่อนไข มีตัวแปรต้น และมีจุดบกพร่อง
"คุณจะทำอะไรครับ" รินรดาขมวดคิ้วมุ่นยามเห็นชายหนุ่มก้าวเท้าออกจากเขตปราการโลหิตไปหนึ่งก้าว ท่ามกลางละอองไอสีดำที่พร้อมจะกัดกินวิญญาณทุกดวงที่สัมผัส
"ผมกำลังจะพิสูจน์สมมติฐานครับว่า... คนฉลาดมักจะฉลาดเกินไปจนลืมมองข้อผิดพลาดที่ง่ายที่สุด"
รวินสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความตายตีรวนอยู่ในจอดประสาทสัมผัส แต่เขากลับเลือกที่จะปิดตาลงข้างหนึ่งแล้วเปิด 'เนตรวิเคราะห์' ที่ระบบมอบให้ ค่าพลังงานสีฟ้าใสปรากฏขึ้นเป็นเส้นใยโยงใยไปทั่วบริเวณตึกร้างแห่งนี้ เส้นใยเหล่านี้ไม่ได้พุ่งมาจากรอยแยกเบื้องล่าง แต่มันถูกดึงมาจาก 'เสาเข็มต้นที่สี่' ของอาคาร ซึ่งอยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตร
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ในห้องทำงานอับทึบที่เต็มไปด้วยแฟ้มคดี รวินเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า *ทำไมคดีฆาตกรรมต่อเนื่องถึงเกิดขึ้นเฉพาะในเขตก่อสร้างที่มีเจ้าของเป็นคนๆ เดียวกัน?* และ *ทำไมทุกศพถึงไร้ดวงวิญญาณ ทั้งที่ร่องรอยการตายบ่งบอกว่าพวกเขายังมีห่วง?*
คำตอบเดียวคือ... มันไม่ได้ถูกฆ่าเพื่อเอาวิญญาณไปกิน แต่ถูกฆ่าเพื่อใช้เป็น 'ตัวถ่วงดุล' ในการสร้างเขตอาคมขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บพลังงานบางอย่างไว้ใต้ดิน และไอ้ตัวที่อยู่ข้างล่างนั้นไม่ใช่บอสลับที่ตื่นขึ้นมาเอง แต่มันคือ 'นาฬิกาปลุก' ที่ถูกตั้งเวลาไว้ด้วยชีวิตของเหยื่อ
"ถ้าพวกมันต้องการให้เราสู้กับกองทัพดวงตาสีแดงพวกนั้นเพื่อสูญเสียพลังงาน..." รวินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังเงาดำที่ยืนตระหง่านอยู่บนโครงสร้างเหล็กชั้นสองของตึก "เราก็แค่อย่าเล่นตามเกมที่พวกมันเขียนบทไว้สิครับ"
รวินไม่รอช้า เขาพลิกข้อมือแล้วซัดแผ่นยันต์กระดาษสีเหลืองนวลแปดแผ่นออกไปในอากาศอย่างแม่นยำ ยันต์แต่ละแผ่นไม่ได้พุ่งเข้าใส่ดวงตาสีแดงเบื้องล่าง แต่กลับปักลงบนจุดอับสายตาของเสาเข็มและคานคอนกรีตทั้งแปดทิศรอบตัวเขาและรินรดา
*พรึบ!*
เสียงอักขระระเบิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิด แรงสั่นสะเทือนที่กำลังจะฉีกกระชากพื้นดินหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที ราวกับมีมือยักษ์มองไม่เห็นเข้ามากดปุ่มหยุดการทำงานของเครื่องจักร ดวงตาสีแดงนับสิบคู่ที่กำลังจะพุ่งทะยานขึ้นมา กะพริบถี่ๆ ด้วยความสับสน ก่อนที่เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดจะดังสะท้อนมาจากมิติเบื้องล่าง
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง แม้เธอจะเป็นทายาทตระกูลหมอผีผู้เลื่องชื่อ แต่การใช้วิถีอักขระผสมผสานกับหลักการ 'หักล้างคลื่นพลังงาน' (Energy Cancellation) แบบที่รวินกำลังทำอยู่นั้น เป็นศาสตร์ที่แม้แต่ผู้เฒ่าในตระกูลของเธอก็ยังไม่เคยคิดค้นมาก่อน
"นี่คุณ... ใช้หลักการฟิสิกส์คำนวณตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงของค่ายกลงั้นเหรอครับ?" รินรดาเผลอหลุดปากถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความทึ่งอย่างปิดไม่มิด
"เกือบถูกครับคุณหนู แต่ผมใช้หลักการ 'ยืมมือยืมแรง' ต่างหาก" รวินหันมายิ้มเจ้าเลุทให้เธอนิดหนึ่ง ก่อนจะตวัดปลายปากกาในมือชี้ขึ้นไปบนชั้นสอง "ในเมื่อพวกมันอยากให้เราเปิดประตูขุมนรกนัก เราก็แค่เปลี่ยนทางเดินของประตู ให้มันเปิดไปหา 'เจ้าของตัวจริง' ที่แอบดูอยู่ตรงนั้นก็พอครับ"
สิ้นคำพูดของรวิน เงาดำบนโครงสร้างเหล็กชั้นสองก็สะดุ้งเฮือก ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทเปิดเผยตัวตนออกมาเมื่อเขตอาคมสะท้อนย้อนกลับพุ่งเข้าใส่เขาอย่างรุนแรงจนต้องกระโดดหลบแทบไม่ทัน แสงไฟฉุกเฉินสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและรอยยิ้มบิดเบี้ยวของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง—ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างที่ควรจะตายไปในคดีแรกสุด!
"แก... แกเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงล่วงรู้กลไกการสลับวิญญาณของฉัน!" เสียงแหบพร่าตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด มือขวาของมันกำกริชโบราณที่อาบด้วยเลือดสดๆ เตรียมพร้อมจะปลิดชีพพวกเขาทั้งสองคนในคอยืน
รวินถอนหายใจเบาๆ เคาะด้ามปากกาลงกับฝ่ามือตัวเองเบื้องหน้าอย่างใจเย็น ราวกับชายหนุ่มกำลังยืนฟังการนำเสนอโปรเจกต์งานของลูกน้องในออฟฟิศมากกว่าจะเผชิญหน้ากับฆาตกรต่อเนื่องสายมืด
"ผมก็แค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่งครับที่เกลียดการทำงานล่วงเวลา... และยิ่งเกลียดพวกที่ชอบทำให้ผมต้องกลับบ้านดึกดื่นอย่างไร้เหตุผลเข้าไปใหญ่"
รวินก้าวเท้าเดินหน้าไปทีละก้าวอย่างมั่นคง ขณะที่รินรดาก้าวตามเคียงข้างโดยอัตโนมัติ พัดในมือของเธอประสานพลังกับอักขระของรวินจนเกิดเป็นประกายไฟสีฟ้าครามล้อมรอบตัวทั้งคู่ไว้ราวกับเกราะแก้ว
"ทีนี้... เรามาคุยกันดีกว่าครับว่า ใครเป็นคนจ้างให้คุณเอาวิญญาณของคนงานตาดำๆ เหล่านั้นมาทำเป็น 'เชื้อเพลิง' ให้กับไอ้ตัวข้างล่างนั่นกันแน่?"
รวินเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มสุภาพ แต่ดวงตากลับคมกริบรา과ยยามที่เหยี่ยวจ้องมองเหยื่อ บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันลงชั่วขณะ ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างกำลังรอฟังคำตอบจากปากของฆาตกร
ทว่า ทันทีที่ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ใบหน้าของมันก็บิดเบี้ยวด้วยความทรมานอย่างกะทันหัน ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยแตกกระเซ็น เลือดสีดำทะลักออกมาจากมุมปากทั้งสองข้างอย่างน่ากลัว
รวินชะงักฝีเท้าลงทันที สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องลั่นระดับวิกฤต
"ไม่ใช่ฝีมือมัน..." รวินพึมพำเสียงเครียด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสังเกตเห็นเส้นใยสีดำปริศนาสายใหม่ที่พุ่งทะลุผ่านผนังปูนเข้ามาด้านหลังของฆาตกรโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
รินรดาหน้าถอดสี "ระวังครับ! มีคนอื่นซ่อนอยู่เหนือพวกเราขึ้นไปอีกชั้น!"
*ฉับ!*
เสียงของมีคมตัดผ่านอากาศดังสนั่นพร้อมกับร่างของผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างที่ขาดเป็นสองท่อนต่อหน้าต่อตา โดยที่ยังไม่ทันได้เอמהชื่อผู้บงการออกมาแม้แต่ครึ่งพยางค์เดียว และในความมืดมิดบนเพดานชั้นสามนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ เยือกเย็น และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ก็ดังขึ้น...
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ทำได้ดีมาก คุณพนักงานออฟฟิศ... ไม่นึกเลยว่าหมากตัวกระจอกในสายตาฉัน จะเดินเกมได้น่าสนุกขนาดนี้"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับรวินและคุณหนูรินรดานะครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 21
แผนซ้อนแผนของตัวเอก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!