กลิ่นอายความอับชื้นของคัมภีร์หนังมนต์โบราณและคราบเขม่าควันธูปในห้องใต้ดินตระกูลรินรดา ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวเท่ากับความเงียบงันที่กดทับอยู่ระหว่างคนทั้งสองในเวลานี้
"คุณรวิน... ถ้าคุณคิดว่าความอยากรู้อยากเห็นจะช่วยให้คุณรอดออกไปจากที่นี่ได้โดยปลอดภัย ผมเกรงว่าคุณกำลังประเมินตระกูลของเราต่ำเกินไปนะครับ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งที่เจือความเยียบเย็นเป็นเอกลักษณ์ของคุณหนูรินรดา ดังขึ้นท่ามกลางแสงเทียนสลัว เธอไม่ได้หันมามองรวินด้วยซ้ำ สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่รูปถ่ายขาวดำใบใหญ่บนหิ้งบูชา—ภาพของหญิงสาวผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเธอราวกับแกะ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและรอยร้าวรากในจิตวิญญาณที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือน
รวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาขยับแว่นตาที่เริ่มมีไอน้ำจากความเครียดเกาะเล็กน้อย แม้ปากจะชอบหาเรื่องและตั้งคำถามกับระบบวิเคราะห์วิญญาณในหัวอยู่บ่อยครั้ง แต่ในยามนี้เขากลับสัมผัสได้ถึงมวลพลังงานกดดันระดับสูงที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวตรงหน้า ร่างกายของเขาฟ้องเตือนด้วยสัญชาตญาณว่าเบื้องหลังความหยิ่งทระนงของคุณหนูผู้เพียบพร้อมคนนี้ มีม่านหมอกแห่งโศกนาฏกรรมชิ้นใหญ่ซ่อนอยู่
"ผมไม่ได้ประเมินต่ำไปหรอกครับคุณหนู..." รวินเลือกใช้คำพูดที่ระมัดระวังที่สุดเท่าที่เคยทำมาในชีวิตการทำงาน "แต่ระบบวิเคราะห์ในหัวของผมมันร้องเตือนเสียงดังลั่นตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้ามาในเขตอาคมชั้นในนี้แล้ว... พลังวิญญาณที่ผูกติดอยู่กับรูปถ่ายใบนั้น มันไม่ได้อาฆาตมาดร้าย แต่มันกำลัง 'ร้องขอความช่วยเหลือ' จากทายาทสายตรงต่างหากล่ะครับ"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย มือเรียวที่กำลังถือธูปสำหรับทำพิธีสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที—การสั่นไหวที่หาได้ยากยิ่งจากปากคำของทายาทหมอผีผู้ไร้พ่าย
"คุณรู้อะไรมา..." เธอหันขวับมามองเขา ดวงตาสองชั้นคู่สวยวับวาวด้วยหยดน้ำตาที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยศักดิ์ศรี "คนนอกอย่างคุณ จะไปเข้าใจอะไรกับคำว่า 'สายเลือด' ที่ต้องแลกมาด้วยความวิปริตทางไสยเวทของตระกูลรินรดา"
ในโลกของไสยเวทและศาสตร์มืด การสืบทอดทายาทไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ รวินรู้ดีจากข้อมูลที่ระบบค่อยๆ ปลดล็อกให้ทีละนิด ตระกูลรินรดาเป็นหนึ่งในเสาหลักของวงการไสยเวทไทยมานานนับร้อยปี แต่เบื้องหลังความเรืองอำนาจนั้นคือการใช้ 'วิญญาณบรรพบุรุษ' เป็นเครื่องมือค้ำจุนอำนาจ และผู้หญิงทุกคนในตระกูลนี้ที่ถูกเลือกให้เป็นร่างทรงหลัก ล้วนต้องเผชิญกับชะตากรรมอันแสนอายูร—ถูกสูบกินพลังชีวิตทีละน้อยจนกระทั่งดับสูญไปก่อนวัยอันควร
"ผมอาจจะไม่เข้าใจความเจ็บปวดของการเป็นทายาทตระกูลใหญ่หรอกครับ..." รวินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เว้นระยะห่างที่พอเหมาะเพื่อให้เกียรติ แต่ก็ใกล้พอที่จะส่งผ่านความจริงใจ "แต่ผมเข้าใจความรู้สึกของการถูกบังคับให้แบกรับเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ก่อ... เหมือนที่คุณแม่ของคุณในรูปนั้น เคยพยายามขัดขืนระบบบ้าๆ ของตระกูลนี้เมื่อยี่สิบปีก่อนยังไงล่ะครับ"
คำว่า 'แม่' หลุดออกจากปากของรวิน ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิม เปลวเทียนไหววูบราวกับถูกกระชากด้วยลมหายใจที่สะดุดกึกของรินรดา
"ท่านไม่ได้ตายเพราะอาการป่วย..." รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนอย่างเงียบเชียบ เป็นภาพที่ทรงพลังและเปราะบางที่สุดเท่าที่รวินเคยเห็นจากหญิงสาวผู้เย็นชาคนนี้ "ท่านเลือกที่จะทำลายผนึกอาคมตระกูลในคืนพระจันทร์สีเลือด เพื่อปลดปล่อยวิญญาณเด็กสาวนับร้อยที่ถูกบรรพบุรุษของเราใช้เป็น 'ยันต์มีชีวิต' ...และนั่นคือเหตุผลที่ท่านต้องถูกลงทัณฑ์โดยการถูกผนึกวิญญาณไว้ในห้องใต้ดินแห่งนี้ ตราบจนชั่วนิรันดร์"
รวินสูดหายใจเข้าลึกๆ ระบบวิเคราะห์วิญญาณในสมองของเขาแสดงผลหน้าจอสีฟ้าเรืองแสงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ปลดล็อกเงื่อนไขลับ 'ปมประวัติศาสตร์ตระกูลรินรดา' สำเร็จ]
[ระดับความสัมพันธ์กับเป้าหมาย (รินรดา): เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด (สถานะ: ผู้ร่วมชะตากรรม)]
[คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานวิญญาณระดับสูงกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตอาคมชั้นใน ความหนาแน่นของพลังมืดเกินขีดจำกัดปลอดภัย 300%]
"คุณหนูครับ..." รวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังและเด็ดเดี่ยว ไม่มีคราบความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ถ้าแม่ของคุณพยายามจะปลดปล่อยพวกเขาเมื่อยี่สิบปีก่อน แต่ทำไม่สำเร็จ... ถึงเวลาที่เราจะต้องสานต่อมันให้จบแล้วล่ะครับ"
รินรดามองหน้าชายหนุ่ม แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและกำแพงหนาเตอะ บัดนี้สะท้อนภาพของรวิน—พนักงานออฟฟิศธรรมดาที่ก้าวเข้ามาในโลกอันมืดมนของเธอด้วยความซื่อตรงและพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเธอในทุกเดิมพัน
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อnคำพูดใดเพิ่มเติม พื้นหินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีดำทมิฬแตกแขนงไปทั่วผนังห้องราวกับใยแมงมุม กลิ่นอายความอาฆาตที่รุนแรงจนหายใจไม่ออกพุ่งทะลักขึ้นมาจากรอยแตกเหล่านั้น
เสียงกระซิบอันโหยหวนนับร้อยเสียงดังประสานกันระงม ราวกับประตูรกภูมิถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล และในวินาทีที่แสงเทียนทั้งหมดดับลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตูห้องใต้ดิน—พร้อมกับเงาร่างของใครบางคน หรือ 'บางสิ่ง' ที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: บอสลับแห่งตระกูลรินรดา 'ผู้อาวุโสสูงสุดผู้ล่วงลับ' ได้ตื่น 100%]
[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: เอาชีวิตรอดจากการทดสอบสุดท้ายของตระกูล หรือสูญสิ้นจิตวิญญาณตลอดกาล]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร้ายไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 22
ความจริงของตระกูลรินรดา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!