"คุณกำลังบอกผมว่า ฆาตกรเดินทะลุกำแพงแก้วหนาแปดนิ้วเข้าไปลงมือ แล้วเดินหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอยอย่างนั้นหรือครับ... ช่างเป็นข้อสันนิษฐานที่ฟังดูสิ้นคิดเสียจริง"
รวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตกลับกวาดมองคราบไสยเวทสีครามที่เจือจางอยู่บนกรอบกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าอย่างละเอียดลออ นิ้วเรียวของเขาเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างเป็นจังหวะ เพื่อประมวลผลข้อมูลในระบบวิเคราะห์วิญญาณที่กำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ ในโสตประสาท
คดีฆาตกรรมในคฤหาสน์ตระกูลบูรพาชัชวาลย์เมื่อคืนนี้ กลายเป็นปริศนาในสถานที่ปิดตายที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่วงการสืบสวนและไสยเวทเคยพบเจอ ผู้ตายคือคุณชายรองผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ ถูกพบเป็นศพอยู่ภายในห้องนิรภัยส่วนตัวที่ลงอักขระป้องกันอาคมไว้หนาแน่นถึงเจ็ดชั้น ประตูและหน้าต่างทุกบานถูกลงกลอนจากด้านในอย่างแน่นหนา ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีทางหนีทีไล่ แต่ที่ประหลาดที่สุดคือ ร่างไร้วิญญาณนั้นกลับนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์ โดยมีรอยกรีดลึกเป็นรูปยันต์โบราณกลางแผ่นหลัง ทว่าหน้ากระจกกลับไม่มีคราบเลือดแม้แต่หยดเดียว
"ไม่ใช่การเดินทะลุกำแพงหรอกครับรวิน แต่เป็น 'การสะท้อน' ต่างหาก"
เสียงเย็นเยียบทว่าทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คุณหนูรินรดาในชุดกิโมโนสีดำสนิทก้าวเท้าออกมาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีรัตติกาลของเธอกวาดมองสภาพห้องด้วยความเยือกเย็น ปิ่นปักผมรูปดอกฮิกังбанаในมือเปล่งประกายแสงสีเงินจางๆ ยืนยันว่าอาคมรอบตัวกำลังทำงานอย่างหนัก
รวินหันไปมองคู่คิดสาวผู้ดื้อรั้นแต่พึ่งพาได้เสมอ เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขยับแว่นตาแล้วเอ่ยแย้งด้วยตรรกะอันเฉียบคม "การสะท้อนในทางไสยเวทระดับนี้ ต้องใช้พลังวิญญาณมหาศาลเพื่อบิดเบือนมิติกระจกเงาให้กลายเป็นประตูเชื่อมต่อ หากเป็นเช่นนั้นจริง ระบบวิเคราะห์ของผมคงตรวจจับคลื่นความถี่พลังงานตกค้างที่รุนแรงกว่านี้สิครับ นี่มันเบาบางเสียจนเหมือนกับ..."
"เหมือนกับว่าผู้ลงมือ ไม่ได้ใช้พลังของตัวเอง แต่ใช้ 'ร่างเงา' ของผู้ตายเป็นสะพานเชื่อมต่างหากล่ะครับ"
รินรดาขัดขึ้น สายตาคมกริบมองตรงไปยังเงาสะท้อนในกระจกที่ดูเหมือนจะขยับช้ากว่าความจริงเสี้ยววินาที ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องนิรภัยทันที กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของไสยเวทสายมืดเริ่มโชยแตะจมูก ทำให้รวินต้องรีบหยิบยันต์คุ้ม
"ถ้าสมมติฐานของคุณถูกต้อง..." รวินหรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความรอบคอบ "นั่นหมายความว่าฆาตกรไม่ได้อยู่ในห้องนี้ตอนที่ลงมือฆ่า แต่ยืนอยู่ 'อีกฟากหนึ่ง' ของกระจก... ซึ่งเป็นมิติคู่ขนานที่ถูกสร้างขึ้นจากความโลภและความอาฆาตของผู้ตายเอง"
"ถูกต้องครับ" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งปรากฏบนใบหน้างดงามไร้ที่ติ "และตอนนี้... มันกำลังมองเราอยู่"
สิ้นคำพูดของคุณหนูรินรดา ภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ก็เกิดอาการบิดเบี้ยวราวกับผิวน้ำถูกโยนหินลงไป รอยยันต์รูปกากบาทสีดำปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเงาสะท้อนทั้งสอง ก่อนที่มือคู่หนึ่งจะทะลักออกมาจากพื้นผิวของกระจก คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของรวินอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ!
รวินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น แรงดึงมหาศาลจากในกระจกพยายามกระชากลากตัวเขาเข้าไปในความมืดมิดอันหนทึบของโลกอีกใบ ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตจากระบบในหัวของรวินก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับหน้าจอสีแดงฉานที่ปรากฏข้อความตัวโต:
[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการเชื่อมต่อเขตอาคมระดับ SSS - 'ประตูมรณะแห่งกระจกเงา']
[เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: ปลดล็อกรหัสลับของคดีภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นวิญญาณจะถูกผนึกถาวร]
[เป้าหมายปริศนา: เงาที่กำลังจ้องมองคุณอยู่ ไม่ใช่ฆาตกร... แต่เป็นร่างจริงของคุณหนูรินรดาจากอนาคต!]
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ -
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 19
คดีฆาตกรรมในกระจก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!