คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ•ตอนที่ 19

คดีฆาตกรรมในกระจก

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"คุณกำลังบอกผมว่า ฆาตกรเดินทะลุกำแพงแก้วหนาแปดนิ้วเข้าไปลงมือ แล้วเดินหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอยอย่างนั้นหรือครับ... ช่างเป็นข้อสันนิษฐานที่ฟังดูสิ้นคิดเสียจริง" รวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตกลับกวาดมองคราบไสยเวทสีครามที่เจือจางอยู่บนกรอบกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าอย่างละเอียดลออ นิ้วเรียวของเขาเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างเป็นจังหวะ เพื่อประมวลผลข้อมูลในระบบวิเคราะห์วิญญาณที่กำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ ในโสตประสาท คดีฆาตกรรมในคฤหาสน์ตระกูลบูรพาชัชวาลย์เมื่อคืนนี้ กลายเป็นปริศนาในสถานที่ปิดตายที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่วงการสืบสวนและไสยเวทเคยพบเจอ ผู้ตายคือคุณชายรองผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ ถูกพบเป็นศพอยู่ภายในห้องนิรภัยส่วนตัวที่ลงอักขระป้องกันอาคมไว้หนาแน่นถึงเจ็ดชั้น ประตูและหน้าต่างทุกบานถูกลงกลอนจากด้านในอย่างแน่นหนา ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีทางหนีทีไล่ แต่ที่ประหลาดที่สุดคือ ร่างไร้วิญญาณนั้นกลับนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์ โดยมีรอยกรีดลึกเป็นรูปยันต์โบราณกลางแผ่นหลัง ทว่าหน้ากระจกกลับไม่มีคราบเลือดแม้แต่หยดเดียว "ไม่ใช่การเดินทะลุกำแพงหรอกครับรวิน แต่เป็น 'การสะท้อน' ต่างหาก" เสียงเย็นเยียบทว่าทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คุณหนูรินรดาในชุดกิโมโนสีดำสนิทก้าวเท้าออกมาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีรัตติกาลของเธอกวาดมองสภาพห้องด้วยความเยือกเย็น ปิ่นปักผมรูปดอกฮิกังбанаในมือเปล่งประกายแสงสีเงินจางๆ ยืนยันว่าอาคมรอบตัวกำลังทำงานอย่างหนัก รวินหันไปมองคู่คิดสาวผู้ดื้อรั้นแต่พึ่งพาได้เสมอ เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขยับแว่นตาแล้วเอ่ยแย้งด้วยตรรกะอันเฉียบคม "การสะท้อนในทางไสยเวทระดับนี้ ต้องใช้พลังวิญญาณมหาศาลเพื่อบิดเบือนมิติกระจกเงาให้กลายเป็นประตูเชื่อมต่อ หากเป็นเช่นนั้นจริง ระบบวิเคราะห์ของผมคงตรวจจับคลื่นความถี่พลังงานตกค้างที่รุนแรงกว่านี้สิครับ นี่มันเบาบางเสียจนเหมือนกับ..." "เหมือนกับว่าผู้ลงมือ ไม่ได้ใช้พลังของตัวเอง แต่ใช้ 'ร่างเงา' ของผู้ตายเป็นสะพานเชื่อมต่างหากล่ะครับ" รินรดาขัดขึ้น สายตาคมกริบมองตรงไปยังเงาสะท้อนในกระจกที่ดูเหมือนจะขยับช้ากว่าความจริงเสี้ยววินาที ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องนิรภัยทันที กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของไสยเวทสายมืดเริ่มโชยแตะจมูก ทำให้รวินต้องรีบหยิบยันต์คุ้ม "ถ้าสมมติฐานของคุณถูกต้อง..." รวินหรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความรอบคอบ "นั่นหมายความว่าฆาตกรไม่ได้อยู่ในห้องนี้ตอนที่ลงมือฆ่า แต่ยืนอยู่ 'อีกฟากหนึ่ง' ของกระจก... ซึ่งเป็นมิติคู่ขนานที่ถูกสร้างขึ้นจากความโลภและความอาฆาตของผู้ตายเอง" "ถูกต้องครับ" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งปรากฏบนใบหน้างดงามไร้ที่ติ "และตอนนี้... มันกำลังมองเราอยู่" สิ้นคำพูดของคุณหนูรินรดา ภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ก็เกิดอาการบิดเบี้ยวราวกับผิวน้ำถูกโยนหินลงไป รอยยันต์รูปกากบาทสีดำปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเงาสะท้อนทั้งสอง ก่อนที่มือคู่หนึ่งจะทะลักออกมาจากพื้นผิวของกระจก คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของรวินอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ! รวินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น แรงดึงมหาศาลจากในกระจกพยายามกระชากลากตัวเขาเข้าไปในความมืดมิดอันหนทึบของโลกอีกใบ ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตจากระบบในหัวของรวินก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับหน้าจอสีแดงฉานที่ปรากฏข้อความตัวโต: [แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการเชื่อมต่อเขตอาคมระดับ SSS - 'ประตูมรณะแห่งกระจกเงา'] [เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: ปลดล็อกรหัสลับของคดีภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นวิญญาณจะถูกผนึกถาวร] [เป้าหมายปริศนา: เงาที่กำลังจ้องมองคุณอยู่ ไม่ใช่ฆาตกร... แต่เป็นร่างจริงของคุณหนูรินรดาจากอนาคต!] ขอบคุณที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ -
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเล่นสิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%