พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 2

แบบแปลนที่พังไม่เป็นท่า

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ที่ดัง *‘แคว่บ’* ติดต่อกันสามครั้งกลางไซต์งานรีโนเวตเรือนกระจก ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงตัดกิ่งไม้ธรรมดาค่ะ แต่มันคือเสียงกรีดร้องในใจของสถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในลายเส้นเรขาคณิตอย่างธันวา รอยยิ้มหวานหยดที่รินรดาใช้ทักทายเมื่อครู่ มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงสายตาคมกริบที่มองตรงไปยังรากของต้นไทรใบยอขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้ถูกย้ายมาปักหลักอยู่ตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้—จุดที่ธันวาเพิ่งจะเซ็นรับรองแบบแปลนโครงสร้างฐานรากเหล็กกล้าไปหมาด ๆ เมื่อวานนี้ "คุณกำลังทำลายสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของฉันค่ะ... คุณรินรดา" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทแต่แฝงไปด้วยแรงอัดอั้นระดับสิบกิกะวัตต์ เขาไม่ได้ตะโกน แต่ความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นคมพอจะบาดผิวได้เลยทีเดียว รินรดาชะืองกรรไกรในมือเล็กน้อย เธอปาดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้าสวยด้วยหลังมืออย่างไม่ี่นทายนัก ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่กำลังยืนกอดอกจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ชิ้นเอกเหรอคะ? สำหรับฉันมันคือกล่องเหล็กทึบตันที่ขาดวิญญาณต่างหากล่ะค่ะ คุณธันวา" หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอีโก้ระดับพระกาฬของอีกฝ่าย "ถ้าฉันไม่เอาต้นไทรนี่มาเบรกมุมตึกไว้นะคะ อีกสามเดือนตรงนี้จะกลายเป็นเตาอบมนุษย์ดี ๆ นี่เองค่ะ สถาปนิกจบเกียรตินิยมอย่างคุณ ไม่เคยคำนึงถึงทิศทางลมกับองศาแดดธรรมชาติเลยหรือไงคะ?" "ผมคำนึงถึงความถูกต้องของแบบแปลนค่ะ!" ธันวา΄าวเท้าเข้ามาประชิดด้วยความเร็วที่ทำเอารินรดาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนอ่อน ๆ ลอยเข้าแตะจมูก "โครงสร้างเหล็กตัวนี้ถูกคำนวณการรับน้ำหนักมาเป็นอย่างดี การที่คุณเอาต้นไม้รากชอนไชมาปลูกชิดคานรับน้ำหนักแบบนี้ มันคือการก่อวินาศกรรมทางวิศวกรรมชัด ๆ!" "อุ๊ย! คำก็วินาศกรรม สองคำก็ทำลายโครงสร้าง..." รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหมั่นไส้เสียจนธันวาอยากจะยกมือขึ้นมานวดขมับ "รบกวนถอดแว่นตาหนาเตอะแล้วใช้ตาเปล่ามองความงามของธรรมชาติบ้างนะคะคุณสถาปนิก ต้นไม้นี่แหละค่ะที่จะช่วยค้ำยันจิตใจคุณ เวลาที่นั่งเครียดหน้าจอคอมพิวเตอร์จนหัวล้านตอนอายุสี่สิบ" "คุณ!" ธันวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย มือหนาที่กอดอกอยู่คลายออกโดยอัตโนมัติ ความปากร้ายและฝีปากที่คมกริบของยัยนักจัดสวนสติไม่สมประดีคนนี้ มักจะทำให้เขาหลุดจากมาDผู้ชายเนี้ยบ ๆ ได้ทุกครั้งสิน่า บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ระยะห่างที่เหลือเพียงคืบเดียวทำให้ธันวาได้กลิ่นหอมจาง ๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวรินรดา มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลตามงานสังคม แต่มันคือกลิ่นอายของดินและใบไม้สดชื่นที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในอกอย่างประหลาด รินรดาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าเธอเผลอยืนประชิดกับร่างสูงเกินไป ดวงตาคมกริบที่มองลงมาจากมุมสูงของธันวา กำลังจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาอยู่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาโกรธเกรี้ยวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความ... ค้นหาบางอย่าง "ถ้าคุณยังไม่หยุดมองฉันแบบนี้นะคะ..." รินรดาเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว หัวใจในอกเต้นรัวผิดจังหวะจนน่ากลัว "ฉันจะถือว่าคุณกำลัง... ละลาบละล้วงพื้นที่ส่วนตัวของนักจัดสวนนะคะ" "พื้นที่ส่วนตัว?" ธันวาแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ โน้มใบหน้าลงไปใกล้เธออีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แล้วที่คุณเอาต้นไม้กวาดต้อนมาไว้ในพื้นที่ทำงานของผมล่ะครับ... ไม่เรียกว่าละลาบละล้วงหรือไง?" คำพูดที่หลุดปากออกไปพร้อมสรรพนามที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ทำให้รินรดาชะงัก เธอนิ่งค้างไปในวินาทีที่สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่สะท้อนเงาของเธออยู่ข้างในนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมรอบบริเวณ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้และเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำเกินกว่าจะควบคุม เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมเสียงกวน ๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นทำลายมนต์สะกดนั้นทันที "โอ๊ะโอ... ขอโทษทีครับคุณเพื่อนรัก ขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเอ่ย?" เสียงของคีย์ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาในเรือนกระจกอย่างไม่รู้กาลเทศะ รินรดารีบผละตัวออกจากธันวาหน้าแดงก่ำ หันไปหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดกิ่งไม้แห้งอย่างไร้จุดหมายเพื่อกลบเกลื่อนอาการพิรุธ ธันวายืดตัวตรงอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าใบหูที่แดงก่ำของเขากลับทรยศทุกคำแก้ตัว "แกมาทำไมคีย์?" ธันวาหันไปถถมเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงห้วนจัด คีย์ยิ้มกริม กวาดสายตามองระหว่างธันวากับรินรดาสลับไปมาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ก่อนจะชูซองเอกสารในมือขึ้น "เปล่า... แค่เอาแบบแปลนฉบับแก้ไขด่วนมาให้... และกะว่าจะมาเตือนว่า..." คีย์เว้นจังหวะนิดนึงแล้วหันไปยิ้มให้รินรดา "คุณรินรดาครับ ระวังตัวหน่อยนะ ช่วงนี้สถาแถวนี้หมาดุมาก... แต่ดูท่าทางแล้ว น่าจะดุแต่ปากมากกว่านะ" ธันวาตวัดสายตาดุส่งให้เพื่อนรักทันที ส่วนรินรดาแอบอมยิ้มมุมปาก พลางเหลือบมองสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนฮึดฮัดอยู่ข้าง ๆ อย่างนึกสนุก ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะ หวังว่าจะหลงรักความปากแข็งของพ่อคุณหนุ่มสถาปนิกคนนี้กันแล้วนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%