เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเคล้ากับเสียงเคาะปากกาแลคเกอร์บนโต๊ะพับสนามชั่วคราวอย่างหงุดหงิด ธันวาไม่ได้ปรายตามองคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในอาณาเขตหน้างานด้วยซ้ำ เขากลับกดสายตาคมกริบลงบนแปลนกระดาษแผ่นใหญ่ที่ถูกลมพัดกระพือเบา ๆ ราวกับมันคือศัตรูตัวฉกาจ
"คุณรินรดาคะ... ดูเหมือนคุณจะเข้าใจความหมายของคำว่า 'พื้นที่ควบคุมพิเศษ' ผิดไปถนัดเลยนะคะ" สถาปนิกหนุ่มเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ลดฮวบลงรอบตัว
รินรดาที่กำลังง้างมือจะสั่งงานคนงานเรื่องการย้ายตำแหน่งต้นสนฉัตรชะงักกึก เธอลดมือลงช้า ๆ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของโปรเจกต์จอมเผด็จการที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุกในความเยอะของอีกฝ่าย
"ตรงไหนที่เรียกว่าเข้าใจผิดเหรอคะคุณธันวา หรือว่าดิฉันยืนล้ำเส้นเขตที่คุณขีดไว้ด้วยชอล์กสีขาวนั่น... เลยทำให้สถาปนิกผู้สูงส่งนอนไม่หลับ?" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ที่ตั้งใจกวนประสาทเขาโดยเฉพาะ
ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาผละออกจากเสาปูนแล้วก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนจาง ๆ ลอยเข้าแตะจมูก รินรดาแอบกลืนน้ำลายลงคออึ้งไปชั่วขณะเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้เกินความจำเป็นไปมากแล้ว แต่ทว่า... เธอย่อมไม่ใช่ผู้หญิงที่จะก้าวถอยหลังให้ใครข่มขู่หรอกนะคะ
"ถอยไปเถอะแม่คุณ..." ธันวาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจดจ้องมองลึกลงมาในดวงตากลมโตของเธอ "อย่ามาทำเป็นเก่งไม่เข้าเรื่องในพื้นที่ของฉัน แบบแปลนสวนที่คุณแก้เมื่อคืน มันทำลายคอนเซปต์สถาปัตยกรรมมินิมอลโมเดิร์นที่ฉันวางไว้จนพังพินาศหมด คุณใช้อะไรคิด ถึงเอาต้นไม้ทรงพุ่มหนาเตอะพวกนี้มาปลูกบังหน้ากระจกใสบานใหญ่?"
"ดิฉันใช้หัวใจค่ะ..." รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย แม้หัวใจดวงน้อยจะเริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะความใกล้ชิด "สถาปัตยกรรมของคุณมันแข็งกระด้างไร้ชีวิตชีวา เหมือนกรงขังคอนกรีตเย็นชา ต้นไม้ของดิฉันต่างหากที่จะเข้าไปช่วยโอบกอดและเติมจิตวิญญาณให้ตึกบ้าๆ นี่มันน่าอยู่ขึ้นมาบ้าง!"
"ผมไม่ได้จ้างคุณมาทำบุญสุนทาน หรือมาสอนผมเรื่องจิตวิญญาณ!" ธันวาตวาดเสียงกร้าว ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึ่งลงตรงนั้น เขายกมือขึ้นชี้ไปทางประตูทางออกหน้าไซต์งาน "เก็บของแล้วออกไปซะ รินรดา ผมให้เวลาคุณสิบนาทีในการถอนทีมออกจากการคุมหน้างานนี้ทั้งหมด"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงทันที คนงานก่อสร้างที่กำลังแบกกระสอบปูนต่างพากันหยุดชะงักและเหลือบมองคู่กัดประจำไซต์งานด้วยความลุ้นระทึก คีย์ที่แอบยืนดูสถานการณ์อยู่หลังเสาไกลออกไปถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับกับความปากร้ายของเพื่อนรัก
รินรดานิ่งงันไปชั่ววินาที ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความโกรธกรำ เธอนึกว่าเขาเป็นแค่คนเรื่องเยอะน่ารำคาญ แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะใจร้ายถึงขั้นไล่เธอกลางคันแบบนี้โดยไม่ฟังเหตุผล
"คุณไม่มีสิทธิ์ไล่ดิฉัน..." เธอกัดฟันกรอด เสียงสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "สัญญาจ้างระบุชัดเจนว่าดิฉันมีอำนาจเต็มที่ในการจัดการพื้นที่สีเขียว!"
"แต่อำนาจอนุมัติขั้นสุดท้าย... อยู่ที่ผม!" ธันวายื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอ น้ำเสียงเยдяชาและเด็ดขาดไร้เยื่อใย "ถ้าคุณยังดึงดันจะรั้นต่อ ผมจะฉีกสัญญาและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่คุณทำให้แบบแปลนผมเสียหาย... เลือกเอาว่าจะเดินออกไปเองแบบมีเกียรติ หรือจะให้ผมใช้ รปภ. หิ้วปีกคุณออกไป"
คำพูดนั้นเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนชาไปหมด รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความอีโก้สูงลิ่วของเธอถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจไม่ให้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้
"ก็ได้ค่ะ..." รินรดากระซิบตอบ เสียงสั่นพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตมาดร้าย "อยากไล่นักใช่ไหมคะ? เชิญคุณอยู่กับตึกคอนกรีตเปลือยๆ และความเหงาของคุณไปคนเดียวเถอะค่ะ!"
เธอสะบัดหน้าหนีอย่างแรง น้ำตารื้นที่พยายามกลั้นไว้เกือบจะทะลักออกมา รินรดาก้าวเท้าฉับ ๆ ไปหยิบกระเป๋าผ้าและม้วนแบบแปลนบนโต๊ะทำงานชั่วคราวอย่างรวดเร็ว โดยไม่คิดจะชายตาแลสถาปนิกหนุ่มที่ยืนนิ่งค้างไปกับคำพูดทิ้งท้ายของเธอ
ธันวามองตามแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไป ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกข้างซ้าย มันไม่ใช่ชัยชนะ... แต่มันเหมือนกับเขากำลังทำบางสิ่งที่สำคัญมากๆ หลุดมือไปตลอดกาล เขายกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ อย่างหัวเสีย สมองสั่งให้เรียกเธอไว้ แต่ริมฝีปากเจ้ากรรมกลับเม้มแน่นสนิทด้วยทิฐิ
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะเดินพ้นประตูรั้วไซต์งาน เสียงรถสปอร์ตหรูคันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างกะทันหัน ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเนี๊ยบที่รินรดารู้จักเป็นอย่างดี... พี่ชายแท้ๆ ของธันวา ซึ่งกุมอำนาจสูงสุดในบริษัทแม่
"หยุดก่อนครับคุณรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าใครก้าวลงมาจากรถคันนั้น "โปรเจกต์นี้ยังไม่ได้ถูกยกเลิก และคนที่ต้องไปจากไซต์นี้... ไม่ใช่คุณหรอกครับ"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแซ่บและฟินจนใจเจ็บของคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 3
ถอยไปเถอะแม่คุณ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
