พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 1

ไซต์งานนรก

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ถ้าคุณคิดว่างานศิลปะบนผืนดิน มันหยิบต้นไม้มาปักลงดินเหมือนปักธงชาติบนกองขยะล่ะก็... เชิญกลับไปนั่งวาดเส้นตรงในห้องแอร์เย็นๆ ของคุณเถอะค่ะ คุณธันวา” สุ้มเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราकारीมมีดโกนอาบน้ำผึ้งถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ รินรดายืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินกว่าจะมานั่งอยู่กลางห้องประชุมเครียดๆ บนไซต์งานก่อสร้างมูลค่าหลายพันล้าน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตาสายตาคู่นั้นกวาดมองร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากของเธอไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่มันคือความท้าทายที่พร้อมจะแผดเผาทุกระเบียบจัดของเขาให้เป็นจุล ภายในห้องประชุมชั่วคราวที่อบอ้าวและมีกลิ่นสีกับปูนใหม่คละคลุ้ง บรรยากาศตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ทว่าไม่มีใครกล้าหายใจแรงแม้แต่คนเดียว เมื่อเป้าหมายในห้องนี้คือการปะทะกันระหว่าง ‘สถาปนิกผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ’ กับ ‘นักจัดสวนสาวผู้เกลียดกรอบเกณฑ์เข้าไส้’ ธันวาขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่บ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังขาดผึ่ง เขายังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำนับตั้งแต่เริ่มการประชุม แต่รัศมีเย็นชาและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้าของเขาก็แผ่ขยายจนคนในห้องต้องรีบหลบสายตา นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเคาะลงบนโต๊ะไม้กระดานเสียงดัง ‘ก๊อกๆ’ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังกดขี่ข่มขู่คู่สนทนาทางอ้อม ก่อนที่เขาจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิทที่ซ่อนความดูแคลนไว้มิดชิด “งานของผมไม่ใช่ขยะ... และคุณรินรดา” ธันวาเว้นจังหวะ เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ก็ไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนแปลนโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ผมใช้เวลาคิดมาสามเดือน แค่เพราะคุณอยากให้ ‘เฟิร์นก้านดำ’ ของคุณเลื้อยพันเสาปูนเปลือยพวกนั้นอย่างไร้ทิศทาง” “มันไม่ใช่ความไร้ทิศทางค่ะ แต่มันคือธรรมชาติ” รินรดาโต้กลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความถือดี เธอก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมฝั่งตรงข้าม มือเรียวตบลงบนแปลนกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางอยู่ “สถาปัตยกรรมที่แข็งกระด้างและเย็นชาของคุณ มันต้องการธรรมชาติที่มีชีวิตชีวามาช่วยชีวิตไว้ต่างหากล่ะคะ ถ้าคุณยอมเปิดตาให้กว้างกว่าช่องหน้าต่างกระจกใสแคบๆ พวกนั้น คุณอาจจะเห็นว่าโลกนี้มันไม่ได้มีแค่เส้นตั้งและเส้นนอน” “ผมไม่สนโลก... ผมสนแค่ความสมบูรณ์แบบ” ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากผู้ชายที่สูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งอึดอัด เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ “และจำไว้ว่า ไซต์งานนี้ผมคุม ถ้าผมสั่งให้ถอนรากต้นไม้บ้าบอพวกนั้นทิ้ง คุณก็ต้องทำตาม ไม่อย่างนั้นก็เตรียมตัวรับใบยกเลิกสัญญาได้เลย” รินรดาชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัว หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธ ไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือดเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทที่ดื้อรั้นพอกัน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ริมฝีปากยังคงเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “คุณมันก็แค่ผู้ชายใจแคบที่ยึดติดกับกระดาษแผ่นเดียว!” เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมหลบ “เก่งนักก็ลองฉีกสัญญาแล้วไล่ฉันออกดูสิคะ แล้วรอดูว่าโปรเจกต์ ‘คฤหาสน์หินอ่อน’ ของคุณจะกลายเป็นกองขยะจริงๆ หรือเปล่าเมื่อไม่มีสวนของฉัน!” ธันวาชะوกไปเล็กน้อยกับความกล้าหาญที่ล้นทะลักออกมาจากร่างบางตรงหน้า ปกติแล้วไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาเกินสามประโยคโดยไม่ร้องไห้วิ่งหนีหรือก้มหน้ายอมจำนน แต่นี่... เธอกลับยืนจ้องหน้าเขาด้วยแววตาท้าทายที่ทั้งดื้อรั้นและน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวยที่ปล่อยเคลียไหล่บางโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย เขาจงใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว จนหลังของรินรดาเกือบจะชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์ก่อสร้างด้านหลัง ธันวาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูเนียนจนคนตัวเล็กสะ้านเฮือก “ปากเก่งแบบนี้... หวังว่าฝีมือจะดีเท่าปากนะ” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดผิวแก้มใส “เพราะถ้าต้นไม้ของคุณตายแม้แต่ต้นเดียว ผมจะเอาคุณมาปลูกฝังไว้ที่นี่แทนหญ้าพวกนั้นแน่” รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับคำพูดเผด็จการนั้นด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุดเท่าที่สมองจะประมวลผลได้ ทว่า... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท “เฮ้ย ธันวา! แกอยู่... อุ๊ย ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย หน้าตาเคร่งเครียดกันเชียว” เสียงทุ้มคุ้นเคยของคีย์ เพื่อนสนิทตัวแสบดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้ แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งธันวาและรินรดาลืมหายใจ ไม่ใช่การมาขัดจังหวะของคีย์... แต่เป็นร่างสูงโปร่งของบุคคลที่สามที่เดินตามหลังคีย์เข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่ทำให้โลกทั้งใบของธันวาหยุดหมุนไปชั่วขณะ “สวัสดีค่ะทุกคน... พอดีฉันแวะมาดูความคืบหน้าของไซต์งานนิดหน่อยค่ะ” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
ไซต์งานนรก — พิมพ์เขียวรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ | yayni