มัณฑนากรไร้เงา กับอดีตสามีที่ถูกลบชื่อทิ้ง•ตอนที่ 2

นามแฝงในโลกของดีไซน์

ผลงานโดย บันทึกคนจร
รอยเปื้อนสีอะคริลิกสีครามบนปลายนิ้วชี้ของรินรดา ไม่ได้ลบเลือนความจริงที่ว่า เธอกำลังใช้ชีวิตอยู่บนรอยแผลเป็นที่ยังไม่แห้งสนิท กลิ่นอายของทินเนอร์และฝุ่นไม้ในโกดังเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอออกแบบขนาดกะทัดรัด ย่านชานเมืองฝั่งตะวันตก คืออาณาจักรใหม่ที่ปราศจากเงาของธันวา... อดีตสามีผู้เคยตีราคาชีวิตการแต่งงานของเธอไว้เท่ากับศูนย์ บนโต๊ะทำงานไม้สักทองตัวเก่า เอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคลในนามบริษัทออกแบบอิสระวางอยู่เคียงข้างกับใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลใหม่ รินรดารู้ดีว่าการลบตัวตนเก่าทิ้งไม่ใช่เรื่องง่าย รอยแผลในใจจากคืนฝนตกเมื่อสี่ปีก่อนยังคงกรีดลึกทุกครั้งที่หลับตา เสียงร้องไห้ของเด็กทารกที่ไม่มีลมหายใจ และภาพของธันวาที่เลือกเดินจากไปเพื่อดูแลเด็กชายคนอื่นในโรงพยาบาลหรู กลายเป็นเครื่องพันธนาการทางวิญญาณที่เธอต้องชำระด้วยความสำเร็จ เสียงเคาะประตูกระจกบานใสขัดจังหวะความคิด รินรดาเงยหน้าขึ้นจากแปลนห้องชุดสุดหรูของลูกค้ากระเป๋าหนัก ปรากฏร่างของ "ภาคิน" หุ้นส่วนคนสำคัญและรุ่นพี่ในวงการสถาปนิก ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ "ริน ลูกค้ารายใหม่ยืนยันจะเข้ามาคุยรายละเอียดโปรเจกต์รีโนเวทโรงแรมบูติกกลางกรุงบ่ายนี้แล้วนะ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความกังวลเล็กน้อย "แต่แปลก... ทางนั้นระบุเงื่อนไขพิเศษมาว่า ต้องการพบหัวหน้านักออกแบบโดยตรง และระบุชื่อนามแฝงที่คุณใช้จดทะเบียนบริษัทเท่านั้น เขาบอกว่าถ้าไม่ใช่ 'คุณรัน' เขาจะไม่เซ็นสัญญาเด็ดขาด" รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ นามแฝง 'รัน' ที่เธอใช้ในโลกดีไซน์ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกราะกำบังไม่ให้ใครสืบสาวราวเรื่องมาถึงอดีตภรรยาผู้ตกอับในบ้านตระกูลธนกุล การที่ลูกค้ารายนี้เจาะจงชื่อนี้ แสดงว่าเขาต้องทำการบ้านมาอย่างดีเยี่ยม หรือไม่... ก็เป็นคนจากโลกใบเก่าที่พยายามขุดคุ้ยหาเธอให้พบ "คุณรันพอจะไหวไหมครับ ดูสีหน้าคุณไม่ค่อยสู้ดีเลย" ภาคินถามด้วยความห่วงใย พร้อมขยับแว่นสายตา "ฉันไหวค่ะ... เอ๊ย ไหวครับพี่ภาคิน" รินรดาเผลอหลุดคำพูดเก่าๆ ออกมาเล็กน้อยด้วยความคุ้นชิน ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและหนักแน่นขึ้น "ไม่มีอะไรครับ แค่พักผ่อนน้อย นัดลูกค้ากี่โมงนะ?" "บ่ายสองครับ... อ้อ อีกอย่าง เจ้าของโปรเจกต์นี้เป็นกลุ่มทุนอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาซื้อกิจการโรงแรมนี้ต่อ พวกเขาเปลี่ยนทีมบริหารใหม่ทั้งหมด ได้ข่าวว่าท่านประธานคนใหม่เป็นคนละเอียดและเด็ดขาดมาก ขึ้นชื่อเรื่องการรื้อถอนและสร้างใหม่หมดจด ไม่สนว่าของเดิมจะมีคุณค่าทางจิตใจแค่ไหน" คำพูดของภาคินทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ภาพซ้อนทับของธันวาผู้ชายที่ทำลายทุกอย่างในชีวิตเธอเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจผุดขึ้นมาในหัว รินรดากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่องานขึ้นสีขาว เธอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับชะตากรรมในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ อีกต่อไปแล้ว เวลาบ่ายสองตรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในสตูดิโอ รินรดายืนรอต้อนรับอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ดวงตาสีเข้มใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นมองตรงไปยังผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว ทว่า เมื่อร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา รินรดากลับรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกจนหมดสิ้น ลมหายใจสะดุดกتึ่น กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เธอเคยเกลียดชัง ลorไปทั่วบรรยากาศ ธันวาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปทั่วสตูดิโอ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าของเธอ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มของนักธุรกิจ แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ตามเหยื่อจนเจอ "ยินดีที่ได้พบครับ 'คุณรัน'..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความเยียบเย็นและกระแสอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา "ผมไม่คิดเลยว่า... สถาปนิกมือฉมังที่บริษัทผมตามหามานาน จะซ่อนตัวอยู่ใต้ชื่อปลอมในซอยเปลี่ยวๆ แบบนี้" รินรดากลืนก้อนความขื่นขมลงคอ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงกลับไป เพื่อประกาศให้เขารู้ว่าเธอกลัวเขาเป็นครั้งสุดท้าย "ยินดีต้อนรับสู่สตูดิโอของเราครับ ท่านประธานธันวา" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความระส่ำระสาย "ถ้าคุณมาเพื่อคุยเรื่องงาน เชิญนั่งทางนี้ครับ แต่ถ้ามาเพื่อรื้อฟื้นอดีต... เกรงว่าเวลาของคุณจะเสียเปล่า เพราะคนที่คุณรู้จักคนนั้น ได้ตายไปตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้ว" ธันวาไม่ได้โกรธเคืองต่อคำพูดเชือดเฉือนนั้น ตรงกันข้าม แววตาของเขากลับไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่พยายามเก็บกดไว้ เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนแทบประชิดตัว ก่อนจะวางเอกสารสัญญาแผ่นหนึ่งลงตรงหน้าเธอ เอกสารนั้นไม่ใช่แปลนโรงแรม แต่เป็นสำเนาใบมรณบัตรและประวัติการรักษาของเด็กทารกคนหนึ่ง ที่ถูกซ่อนไว้ในแฟ้มลับซึ่งรินรดาคิดว่าถูกทำลายไปหมดแล้ว! "ผมไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นอดีตครับ ริน..." ธันวาโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างหูเธอ น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "แต่ผมมาเพื่อชดใช้... และเพื่อบอกคุณว่า ลูกของเรา... เขายังไม่ตาย" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวและหยาดน้ำตาไปด้วยกันในบทนี้ครับ - บันทึกคนจร -
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงา กับอดีตสามีที่ถูกลบชื่อทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%