มัณฑนากรไร้เงา กับอดีตสามีที่ถูกลบชื่อทิ้ง•ตอนที่ 5

เงื่อนไขของมืออาชีพ

ผลงานโดย บันทึกคนจร
เสียงถอนหายใจของธันวาในความสลัวของลานจอดรถใต้ดิน ไม่ได้บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ แต่มันคือเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่จนตรอก ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอเมื่อประโยคท้าทายนั้นลอยคว้างอยู่กลางอากาศ—*“คุณพ่อมือใหม่”* คำว่า 'พ่อ' ในบริบทที่ถูกฉีกกระชากออกจากความทรงจำเมื่อห้าปีก่อน เปรียบเสมือนลิ่มเหล็กที่ตอกย้ำความโง่เขลาของตนเอง ธันวาก้าวเท้าตามแผ่นหลังบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มของรินรดาไปอย่างคนไร้สติ ทุกย่างก้าวบนพื้นปูนเปลือยสะท้อนเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความจริงที่เขาไม่เคยกล้าเผชิญ รินรดาไม่ได้หันกลับมามอง เขารู้ว่าธันวากำลังเดินตามมาด้วยความกระวนกระวายใจแค่ไหน ความเงียบระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมหาศาล มันอัดแน่นไปด้วยเศษซากของความผิดบาปที่ธันวาเป็นคนจุดไฟเผามันขึ้นมาเองกับมือในอดีต รถยนต์ยุโรปสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่ริมเสาต้นที่สี่ ประตูหลังถูกแง้มไว้เล็กน้อย เผยให้เห็นแสงไฟนวลตาจากภายในห้องโดยสาร รินรดาหยุดยืนอยู่ข้างรถ เขาดึงกุญแจออกจากกระเป๋าถือด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "เชิญครับ... คุณธันวา" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับพนักงานต้อนรับกำลังผายมือเชิญแขกวีไอพีเข้าชมห้องตัวอย่าง "ถ้าคุณยังมีความกล้าพอที่จะมองความจริงที่คุณเคยปฏิเสธมันอย่างไร้เยื่อใย" ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ มือหนาที่เคยใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เขาเอื้อมมือไปเปิดประตูรถออกกว้าง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้ลมหายใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่สะดุดกึก เบาะหลังถูกเนรมิตให้เป็นมุมพักผ่อนขนาดย่อม มีตุ๊กตากระต่ายสีขาวตัวโปรดวางอยู่ข้างเบาะเด็กนิรภัย และตรงกลางนั้น... เด็กหญิงตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบกำลังขยี้ตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เส้นผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มล้อมกรอบใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นใสกระจ่างราวกับหยดน้ำค้างยามเช้า และที่สำคัญที่สุด... สรรพางค์กายทุกตารางนิ้วของเด็กคนนั้น ถอดพิมพ์ทรงมาจากธันวาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา "ป๊าขา..." เสียงใสแจ๋วเอ่ยเรียกพร้อมกับเอียงคอด้วยความสงสัย ก่อนที่ดวงตากลมโตจะกะพริบปริบๆ เมื่อเห็นชายแปลกหน้ายืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างรถ ธันวารู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลในวันที่ไม่มีแม้แต่ร่มกันฝน ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน ภาพของรินรดาในอดีต—หญิงสาวผู้เคยนั่งเงียบเชียบอยู่ในห้องนั่งเล่นอันโอ่อ่า รอคอยความใส่ใจจากเขาที่มักจะกลับบ้านดึกดื่นอย่างไร้จุดหมาย—ซ้อนทับเข้ามาในหัว สมองของเขาประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า ห้าปีที่ผ่านมา เขาคิดมาตลอดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่เขาเขี่ยทิ้งได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่า... เธอกลับซ่อนสมบัติล้ำค่าที่สุดของเขาไว้ และตัดขาดมันออกจากชีวิตของเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด "ริน..." ธันวาเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอตีบตันจนไม่สามารถสรรหาคำพูดใดมาบรรยายความรู้สึกที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจได้ รินรดาก้าวเข้ามาขวางระหว่างประตูกลางกับตัวเด็กหญิง เขาปิดประตูรถเบาๆ เพื่อไม่ให้ลูกสาวต้องตกใจ เสียงกลอนประตูล็อคดังคลิก เปรียบเสมือนกำแพงกั้นระหว่างอดีตสามีผู้ไร้ค่ากับเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง "ไม่ต้องเรียกชื่อผมแบบนั้นครับ คุณธันวา" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น... และหน้าที่สามีภรรยาของคุณ มันสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยบนโต๊ะอาหารเมื่อห้าปีที่แล้วแล้วครับ" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความถือดีบัดนี้เจือไปด้วยความเวทนาและสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "ริน... ผมขอร้อง ให้ผมได้คุยกับแก... ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ..." "หน้าที่พ่อ?" รินรดาทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่บาดลึกถึงกระดูกดำ "คุณเพิ่งนึกถึงคำนี้หลังจากผ่านมาตั้งห้าปีอย่างนั้นหรือครับ? ตอนที่เด็กคนนี้ป่วยไข้จนผมต้องอุวิ่งฝ่าสายฝนไปโรงพยาบาลคนเดียว คุณอยู่ที่ไหน? ตอนที่ผมต้องเซ็นชื่อยินยอมการผ่าตัดโดยไม่มีใครอยู่เคียงข้าง คุณกำลังดื่มฉลองความสำเร็จกับเลขาฯ คนใหม่ของคุณไม่ใช่หรือครับ?" ทุกถ้อยคำคมกริบดั่งใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าของธันวา เขาทำได้เพียงยืนรับความเจ็บปวดนั้นอย่างไร้ข้อแก้ตัว เพราะทุกสิ่งที่เธอกล่าวมาคือความจริง—ความจริงอันน่ารังเกียจที่เขาก่อขึ้นเอง "ผมยอมรับผิดทุกอย่าง... ริน คุณจะให้ผมทำอะไรผมยอมทั้งนั้น แลกด้วยอะไรก็ได้ ขอแค่..." "ถ้าคุณอยากได้โอกาส..." รินรดาแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แววตาคมกริบมองตรงไปยังดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของอีกฝ่าย "คุณก็ต้องพิสูจน์ให้ผมเห็นว่า... คุณคู่ควรกับคำว่า 'พ่อ' และคู่ควรกับโปรเจกต์ 'The Heritage' ที่คุณกำลังดิ้นรนแย่งชิงอยู่ตอนนี้" ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ "หมายความว่ายังไง?" รินรดายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถือติดมือมาตลอดให้ชายหนุ่ม ธันวารับมันมาด้วยมือที่สั่นเทา เขารีบเปิดออกและกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งอ่าน... สีหน้าของเขาก็ยิ่งซีดเผือดลงเรื่อยๆ "นี่มัน... เงื่อนไขอะไรกัน?" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาด้วยความตกตะลึง "เงื่อนไขของมืออาชีพไงครับ" รินรดาแย้มยิ้มเยือกเย็น ดวงตาคู่สวยฉายแววแห่งผู้ชนะอย่างเต็มเปี่ยม "คุณอยากให้บริษัทของคุณชนะการประมูลโครงการหรูนั้นใช่ไหมครับ? ได้... ผมจะยอมรับงานออกแบบในฐานะหัวหน้ามัณฑนากรให้คุณ แต่มีข้อแม้ว่า... คุณต้องโอนหุ้น 40% ของบริษัทคุณให้ลูกสาวของผม เป็นหลักประกันล่วงหน้าก่อนที่เราจะเริ่มเซ็นสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น" ธันวาอ้าปากค้าง หุ้น 40% ของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่เขาสร้างมากับมือ มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้ และนั่นหมายถึงการยอมจำนนต่ออดีตภรรยาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด "ริน... คุณกำลังจะเอาอนาคตบริษัทผมไปแขวนไว้..." "ผมไม่ได้เอาไปแขวนไว้ครับ..." รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ธันวา จนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เคยรังเกียจ เธอกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างใบหูของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนหัวลุก "แต่ผมกำลังจะเอา *ชีวิตทั้งหมดของคุณ* มาอยู่ในกำมือต่างหากล่ะครับ" ธันวาตัวชาไปทั้งร่าง เขามองหน้าหญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและโง่เขลา บัดนี้เธอกลับกลายเป็นนางพญาผู้กุมชะตากรรมของเขาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือต่อรอง เสียงเคาะกระจกรถด้านหลังก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ก๊อก ๆ* ทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อย ธันวาหันขวับไปมองตามเสียง และพบว่ากระจกรถถูกเลื่อนลงโดยฝีมือของเด็กหญิงตัวน้อย แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่ใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาว... หากแต่เป็นเงาร่างของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาจากมุมมืดของลานจอดรถ พร้อมกับยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างสนิทสนม "คุณพ่อซื้อขนมมาฝากแล้วครับคนดี... เอ๊ะ? คุณธันวา?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับคมกริบและเยียบเย็นไม่แพ้รินรดาเลยแม้แต่น้อย ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้มาใหม่ชัดเจน—นนท์... อดีตมือขวาคนสนิทของเขาเอง ที่ลาออกไปอย่างไร้สาเหตุเมื่อสามปีก่อน! "แก... แกมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?" ธันวากัดฟันกรวด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนขึ้นมา รินรดาหัวسิเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันมามองอดีตสามีที่กำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความพินาศ พร้อมกับเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ดึงสติของธันวาให้ดิ่งลงสู่เหวลึก "ยินดีต้อนรับสู่เกมของพวกเรานะครับ... คุณสามีเก่า" *** ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิความแค้นไป1บรรทัดด้วยกันนะครับ บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงา กับอดีตสามีที่ถูกลบชื่อทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%