กลิ่นอายของสีทาภายในสูตรพิเศษและปูนฉาบใหม่ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นเคมีเหล่านั้น คือความเงียบงันที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งสองในห้องโถงกว้างของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง
รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าผนังปูนเปลือยขนาดยักษ์ ปลายเรียวนิ้วของเธอสวมถุงมือหนังสีดำแตะสัมผัสลงบนพื้นผิวที่ยังเรียบสนิท ไร้ซึ่งลวดลายใดๆ แต่ในสายตาของมัณฑนากรอัจฉริยะอย่างเธอ ผนังผืนนี้ไม่ได้ว่างเปล่า มันคือผืนผ้าใบที่รอการชำระล้างประวัติศาสตร์อันเน่าเฟะที่เคยถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของชีวิตคู่
"คุณจะรื้อโครงสร้างตรงนี้ทั้งหมดจริงๆ หรือ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ธันวาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับดูภูมิฐานและทรงอำนาจดังเช่นเคย ทว่าแววตาของเขาในยามนี้กลับเจือความลังเล และมีความเปราะบางบางอย่างที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครได้เห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมา
รินรดายังคงไม่หันกลับไปมอง เธอเพียงแค่ปัดเศษฝุ่นผงจางๆ ออกจากปลายนิ้ว ช้าๆ และเยือกเย็น
"ผนังด้านนี้เคยเป็นจุดที่ถูกบังคับให้หันหลังให้กันไม่ใช่หรือครับ คุณธันวา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับกำลังสนทนากับลูกค้าทั่วไป "ตอนที่เราแต่งงานกัน คุณบอกว่าบ้านหลังนี้ต้องการความเรียบง่าย... ความเรียบง่ายที่คุณนิยาม คือการทำให้ตัวตนของฉันหายไปจากพื้นที่ตรงนี้จนหมดสิ้น"
ธันวากัดกรามแน่นสันกรามคมสันนูนเด่นขึ้นมาทันที คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเป็นเก่าแก่ที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเองกับมือ ในอดีต... ในยุคสมัยที่เขามองว่ารินรดาเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่งในบ้าน เป็นภรรยาที่ทำหน้าที่แม่บ้านเงียบๆ โดยไม่มีสิทธิ์มีเสียงออกความเห็นในอาณาจักรธุรกิจของเขา เขาเคยสั่งให้ทุบผนังที่เธอออกแบบพับเก็บออกทั้งหมด เพียงเพราะมัน "รกหูรกตา" ในสายตาของเขา
"ผมขอโทษ..." คำพูดนั้นหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ธันวากลืนก้อนความขื่นขมลงคอ "เรื่องในอดีต ผมรู้ว่ามัน..."
"คำขอโทษจากปากคนที่เพิ่งมารู้จักคุณค่าของสิ่งของหลังจากที่มันแตกสลายไปแล้ว มันไม่มีราคาค่างวดอะไรหรอกครับ" รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบราวกับมองทะลุไปถึงวิญญาณของเขา "คุณจ้างฉันมาในฐานะมัณฑนากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรีโนเวทคอนโดมิเนียมหรูหลังนี้ให้กลายเป็นเรือนหอครั้งใหม่กับคู่หมั้นคนปัจจุบันของคุณ... กรุณาอย่าลืมขอบเขตหน้าที่ของเราสิครับ"
คำว่า *คู่หมั้นคนปัจจุบัน* กระแทกเข้าที่กลางใจของธันวาอย่างจัง มันคือความจริงที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเพื่อประชดประชันโชคชะตา แต่ในวินาทีนี้ กลับเป็นตัวเขาเองที่รู้สึกหายใจไม่ออกเมื่อได้ยินมันหลุดออกมาจากเรียวปากของอดีตภรรยา
ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา "ริน... คุณทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องรับงานนี้ ทำไมต้องกลับมาเหยียบที่นี่ เพื่อทรมานผมใช่ไหม"
รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับอดีสามีด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ธันวารู้สึกราวกับตัวเองเป็นเพียงเด็ก A-Mateur ไร้เดียงสาในเกมของเธอ
"ทรมานหรือครับ?" เธอทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "คุณคิดว่าตัวเองมีความสำคัญถึงขนาดที่ฉันต้องเสียเวลามานั่งล้างแค้นเลยหรือครับ คุณธันวา? ผิดถางแล้ว... ฉันมารับงานนี้เพราะเงินก้อนโตที่คุณเสนอมาต่างหาก เงินที่มากพอจะทำให้บริษัทออกแบบของฉันติดอันดับท็อปของประเทศ และเป็นเงินที่ได้มาจากความโง่เขลาของคุณเองที่ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อให้งานนี้เสร็จเร็วที่สุด"
ความจริงอันเจ็บแสบถูกสาดใส่หน้าอย่างไม่ไว้หน้า ธันวานิ่งงัน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยร้องไห้เงียบๆ อยู่ในมุมมืดของบ้านหลังนี้ จะเติบโตขึ้นมาเป็นปีศาจผู้สง่างามที่ใช้ความเยือกเย็นเป็นอาวุธในการเชือดเฉือนเขาให้ตายทั้งเป็นได้ถึงเพียงนี้
"แต่ถ้าคุณอยากจะพูดถึงรอยร้าว..." รินรดาปรายตามองไปยังรอยต่อของปูนฉาบที่แตกแขนงออกเป็นลายงูเล็กๆ บนผนังอีกด้าน "ลองเดินไปดูตรงนั้นสิครับ ตรงเสาต้นนั้น... ที่คุณเคยผลักฉันล้มลงไปเมื่อสามปีก่อน วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องของฉันมันไม่มีค่าพอที่จะเกิดมา"
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ธันวาร่างกายแข็งค้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจหาคำบรรยาย ภาพเหตุการณ์ในคืนฝนตกวันนั้นย้อนกลับมาหลอนหลอน เสียงร้องไห้สะอื้นและคราบเลือดสีแดงฉานบนพื้นห้องโถง... ภาพที่เขาพยายามลบมันออกจากความทรงจำมาตลอดหลายปี แต่กลับถูกเธอยกขึ้นมาขุดคุ้ยได้อย่างหน้าตาเฉย
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณ "วันนั้น... ผมไม่ได้ตั้งใจ..."
"ครับ ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ "เพราะสำหรับคุณแล้ว สิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า 'รินรดา' และเด็กคนนั้น มันไม่เคยมีตัวตนอยู่ในสายตาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว... เพราะฉะนั้น การที่คุณมารู้สึกผิดในตอนนี้ มันจึงเป็นเรื่องน่าขันเสียยิ่งกว่าตลกคาเฟ่เสียอีก"
เธอเดินเลี่ยงผ่านเขาไปหยิบม้วนแบบพิมพ์เขียวบนโต๊ะทำงานชั่วคราว ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังทางจิต2ใจของตนเอง ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างเจ็บปวด ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อบาปกรรมที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้นอย่างไม่มีข้อแก้ตัว
ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบงันกำลังจะเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง เสียงกNกระดิ่งลมเบาๆ จากระเบียงด้านนอกที่เชื่อมต่อกับสวนลอยฟ้าก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสๆ ของเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามาภายในห้อง
"คุณแม่ครับ! น้องธามหิวน้ำจังเลย ทำไมคุณแม่คุยกับลุงคนนี้นานจัง..."
ร่างเล็กของเด็กชายวัยราวๆ สามขวบ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก วิ่งดุจลูกกวางน้อยเข้ามาควชายเสื้อของรินรดา ดวงตากลมโตใสแป๋วและรอยยิ้มพิมพ์ใจเงยขึ้นมองมารดา ทว่าเสี้ยววินาทีต่อมา ดวงตาสดใสคู่นั้นก็เบนมาสบเข้ากับร่างสูงของธันวาที่ยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหน้า
ธันวาราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกาลเวลา ร่างกายทั้งหมดหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกكَนคอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อโครงหน้าเรียวเล็ก จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะนัยน์ตาคู่คมกริบของเด็กชายตรงหน้า... ถอดแบบมาจากกระจกเงาของตัวเขาเองในวัยเด็ก ราวกับถูกแกะพิมพ์ออกมาจากเบ้าหลอมเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวอันเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนะครับ
มัณฑนากรไร้เงา กับอดีตสามีที่ถูกลบชื่อทิ้ง•ตอนที่ 6
รอยร้าวบนผนังขาว
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงา กับอดีตสามีที่ถูกลบชื่อทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!