เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาเคลือบดินเผาสั่นสะเทือน น้ำชาสีเหลืองอ่อนกระฉอกรดขอบโต๊ะเปรอะเปื้อน แต่หลินเฟยหาได้ใส่ใจไม่ ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอยังคงเคาะจังหวะลงบนพื้นโต๊ะช้าๆ อย่างใจเย็น สวนทางกับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อร้ายเพื่อตัดทิ้งในคราเดียว
"หลินเฟย! เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้ กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีต่อหน้าผู้ใหญ่!"
ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเฉินแผดเสียงแหลมสูงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางกวาดตามองรอบห้องโถงคับแคบของบ้านเก่าหลังนี้ด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเต็มประดา "บ้านหลังนี้ ที่ดินแปลงนี้ รวมถึงข้าวสารครึ่งกระสอบสุดท้ายในยุ้งฉาง ล้วนเป็นของตระกูลเฉิน สมบัติเหล่านี้ต้องตกเป็นของต้าเฉียงลูกชายฉัน เพื่อเอาไปเป็นสินสอดแต่งเมีย ส่วนแกกับไอ้ใบ้นั่น... ไสหัวออกไปจากที่นี่ตัวเปล่าซะ!"
รอยยิ้มบนมุมปากของหลินเฟยหยุดชะงักลงทันที ดวงตาสีเข้มหรี่แคบลงอย่างอันตราย
ความทรงจำจากชาติภพก่อนหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ในชาติที่แล้ว หลินเฟยผู้ไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก ถูกคนตระกูลนี้หลอกลวง ขูดรีด และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแทบไม่เหลือชิ้นดี พวกมันสูบเลือดสูบเนื้อทุกหยาดหยดจนเธอต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถในโรงนาเก่าๆ แต่วันนี้... เธอย้อนเวลากลับมาแล้ว และคนพวกนี้จะต้องชดใช้ในสิ่งที่เคยทำไว้ทบต้นทบดอก
"สมบัติของตระกูลเฉินอย่างนั้นหรือครับ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง จางเหว่ย ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ แผ่บรรยากาศกดดันอันน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่ มือหนากรำศึกวางลงบนบ่าบางของหลินเฟยอย่างแผ่วเบาเพื่อส่งต่อความอบอุ่น แต่นัยน์ตาคมกลาบของชายหนุ่มกลับกวาดมองเครือญาติจอมปลอมเหล่านี้ด้วยแววตานิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ คล้ายพญาเสือที่กำลังมองฝูงสุนัขจิ้งจอกพยายามแย่งชิ้นเนื้อ
ป้าสะใภ้ใหญ่สะดุ้งเฮือกยามสบตาเข้ากับจางเหว่ย แม้ชายหนุ่มจะบาดเจ็บและปลดประจำการมาเป็นชาวนาเงียบๆ แต่สัญชาตญาณดิบของอดีตทหารผ่านศึกยังคงชัดเจน นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ความโลภบังตาทำให้นางเชิดหน้าขึ้นแล้วร้องแว้ดต่อ
"ทะ... ทำไมเล่า! แกเป็นแค่เขยแต่งเข้าบ้าน อย่ามาทำเป็นปากดีนะจางเหว่ย! กฎของหมู่บ้านนี้ ลูกสาวที่แต่งออกไปแล้วไม่มีสิทธิ์ในกองมรดก และพวกแกสองคนก็แยกบ้านออกมาตัวเปล่าตั้งแต่จดทะเบียนสมรสแล้ว เอกสารแบ่งบ้านฉบับนั้น... ฉันเป็นคนเก็บรักษาไว้เองกับมือ!"
หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขันเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือเสียงหัวเราะของยมทูตที่กำลังเคาะประตูบ้านผู้ใกล้ตาย
"เอกสารแบ่งบ้านงั้นหรือครับ ป้าสะใภ้ใหญ่..." หลินเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเธอทำให้ต้องแหงนมองเล็กน้อย แต่วิสัยทัศน์และความนิ่งสงบกลับกดดันให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ท่านแน่ใจหรือครับว่าเป็นเอกสารแบ่งบ้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเป็นกระดาษเปื้อนหมึกที่พวกท่านร่วมมือกันปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อโกงส่วนแบ่งของพ่อแม่ฉันที่เสียชีวิตไปแล้วกันแน่?"
สีหน้าของลุงใหญ่ที่นั่งเงียบสูบไปป์อยู่มุมห้องกระตุกวูบ ทว่าเขายังคงตีหน้าขรึมแล้วกระแทกไปป์ลงกับพื้น
"เหลวไหล! พูดจาแบบนี้มีหลักฐานหรือไง หลินเฟย! อย่าคิดว่าเรียนจบมัธยมปลายมาหน่อยแล้วจะมากล่าวหาผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลได้ตามอำเภอใจนะ!"
"หลักฐานน่ะหรือครับ... มีสิครับ ทำไมจะไม่มี"
หลินเฟยหยิบกระดาษแผ่นเก่าสีเหลืองกรอบออกจากอกเสื้อ กระดาษแผ่นนั้นมีรอยพับยับเยินและคราบหมึกจางๆ แต่ตราประทับสีแดงชาดของคณะกรรมการคอมมิวนิตี้ประจำตำบลในยุคสมัยก่อนยังคงเด่นชัด ป้าสะใภ้ใหญ่เบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อจำได้ทันทีว่ากระดาษแผ่นนั้นคืออะไร
นั่นคือ "พินัยกรรมแท้จริง" ฉบับที่ปู่ของเธอทำไว้ก่อนตาย มอบบ้านหลังนี้และที่ดินแปลงท้ายไร่ให้เป็นกรรมสิทธิ์เด็ดขาดของพ่อแม่หลินเฟย โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องการตัดขาดทางสายเลือดใดๆ ทั้งสิ้น!
"แก... แกไปเอามาจากไหน!" ป้าสะใภ้ใหญ่โผเข้าหมายจะแย่งกระดาษในมือหลินเฟย แต่ว่องไวยิ่งกว่า จางเหว่ยขยับตัวเพียงนิดเดียวก็คว้าข้อมือของหญิงวัยกลางคนไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ร้องโหยหวนออกมาเหมือนหมูถูกเชือด
"อย่าคิดแตะต้องภรรยาผม" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ แต่เย็นเยียบจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังเย็นวาบ
หลินเฟยเก็บกระดาษแผ่นนั้นพับใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น ดวงตาสีเข้มกวาดมองหน้าเครือญาติทุกคนที่ตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งความฮึกเหิมเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
"พวกท่านอยากได้บ้านหลังนี้มากใช่ไหมครับ อยากได้ที่ดินท้ายไร่เพื่อเอาไปขายเก็งกำไรใช่ไหม..." หลินเฟยเดินเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้ใหญ่ทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนที่เธอใช้ปรุงเพื่อขับพิษในร่างกายลอยแตะจมูกอีกฝ่าย "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความโลภของพวกท่านกำลังจะทำให้ตระกูลเฉินต้องพินาศ... เพราะเอกสารฉบับนี้ไม่ได้มีแค่ตราประทับของคอมมิวนิตี้เท่านั้น แต่ยังมีบันทึกการเบิกจ่ายเสบียงหลวงที่พวกท่านแอบอوبยยอกเอาไปซ่อนไว้ใต้พื้นบ้านหลังนี้เมื่อสามปีก่อนด้วย!"
ตูม! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง ลุงใหญ่ถึงกับหน้าถอดสี ล้มฟุบลงไปกองกับเก้าอี้ ความลับที่เก็บงำมานานนับปีถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
"แก... แกมันปีศาจ!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดร้องสติหลุด
"ผมไม่ใช่ปีศาจหรอกครับ ผมก็แค่หมอคนหนึ่งที่เก่งเรื่องการ 'ถอนพิษ' และการทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นก็เท่านั้น" หลินเฟยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่นัยน์ตากลับไร้ความปรานี "ตอนนี้เชิญพวกท่านเก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากบ้านของผมได้แล้วครับ ก่อนที่ผมจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่คอมมูนให้มาตรวจสอบบัญชีลับของลุงใหญ่ด้วยตัวเอง"
บรรยากาศภายในบ้านเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนตระกูลเฉิน จางเหว่ยขยับเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยเติมเต็มความรู้สึกมั่นคงในหัวใจของหญิงสาวอย่างประหลาด
ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังคลี่คลายลง เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งร้อน ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของเพื่อนบ้านผู้ดูแลยุ้งฉางท้ายหมู่บ้าน
"คุณหนูหลิน! คุณจาง!แย่แล้วครับ! มีรถจี๊ปทหารจากตัวอำเภอขับเข้ามาจอดหน้าฟาร์ม แถมคนที่ลงมาจากรถ... ดูเหมือนจะเป็นนายอำเภอคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาหมาดๆ พร้อมกับหอบหิ้วกล่องสมุนไพรโบราณและ... แขกผู้มีเกียรติที่อาการกำเริบจนล้มพับหมดสติไปหน้าแปลงเกษตรของคุณแล้วครับ!"
หมอภัทรแก้ไขชะตา
คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70•ตอนที่ 2
แยกบ้านออกจากพวกปลิง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!