คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70•ตอนที่ 1

ฟื้นจากความตายในวันที่ฝนตก

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
กลิ่นอับชื้นของดินโคลนผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิด หลินเฟยรู้สึกราวกับร่างทั้งร่างถูกรถบรรทุกสิบล้อทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระดูกทุกชิ้นคล้ายจะหลุดออกจากกัน ความเจ็บปวดจากการถูกแทงทะลุปอดในห้องผ่าตัดเมื่อวานซืน—หรืออาจจะเป็นชาติภพก่อน—ยังคงฝังแน่นอยู่ในประสาทสัมผัส ปลายประสาทกรีดร้องด้วยความทรมาน ทว่าสิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือความแค้นเคืองที่สุมแน่นจนร้อนรุ่มอยู่ในทรวงอก *พวกมันโกงความตาย ขโมยผลงานวิจัย ยึดครองมรดก และปล่อยให้เธอตายอย่างโดดเดี่ยวบนพื้นห้องสีขาวที่เย็นเฉียบ* “นังตัวดี! แกคิดจะแกล้งตายหนีความผิดไปถึงไหนกัน! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้! ข้าวของในบ้านยังไม่ได้กวาด น้ำในตุ่มยังไม่ได้ตัก แกคิดจะให้ฉันกับลูกสะใภ้ใหญ่ต้องมาปรนนิบัติแกหรือไง!” เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังแหวะทะลุกำแพงดินทรุดโทรมเข้ามา ตามมาด้วยแรงกระชากที่หัวไหล่อย่างรุนแรงจนร่างของหลินเฟยเซถลาไปตามแรงดึง หลินเฟยลืมตาโพรงขึ้นในทันที ดวงตาคู่นคมืดสนิท เยียบเย็น และไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรังสีสังหารที่แผ่ออกมาวูบหนึ่งจนคนที่กำลังยื่นมือมาด่าทอถึงกับชะงักกึก ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามวัยของป้าสะใภ้เฉินบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือข้างหนึ่งยังคงง้างค้างไว้กลางอากาศ นางจ้องมองหลินเฟยด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์เช่นเดียวกับเมื่อสิบปีก่อน—ปี 1978 ปีที่ชีวิตของหลินเฟยต้องดิ่งลงเหวลึกเพราะอุบัติเหตุที่ถูกจัดฉาก และการบังคับให้แต่งงานล้างซวยกับไอ้ใบ้ตระกูลจาง “มองหน้าฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง! นังเด็กอกตัญญู พ่อแม่แกตายจากไปตั้งแต่ยังเล็ก ถ้าไม่ได้บ้านตระกูลเฉินเลี้ยงดูข้าวแดงแกงอิ่ม แกคงอดตายข้างถนนไปนานแล้ว ป่านนี้ยังมาทำตัวสำส่อนสร้างเรื่องให้อับAอายขายขี้หน้าชาวบ้านอีก! รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!” น้ำเสียงแหลมแสบแก้วหูยังคงพ่นถ้อยคำดูถูกเหียดหยามออกมาเป็นชุดๆ ทว่าหลินเฟยในยามนี้หาใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกต่อไปแล้ว นี่คือปี 1978 ปีแห่งความผันผวนและการเริ่มต้นยุคใหม่ และที่สำคัญที่สุด... นี่คือร่างเดิมของเธอ ก่อนที่เธอจะตกเป็นเหยื่อของการหักหลังครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลินเฟยค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้เรียวขาจะยังสั่นเทาจากพิษไข้ แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงสง่างามอย่างไร้ที่ติ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองรอบห้องดินเผ่าเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายความยากจนข้นแค้นและหยาดน้ำตาในอดีตลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศชื้นแฉะจากสายฝนที่กำลังโปรยปรายนอกหน้าต่าง มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะหน้าผากตนเองเบื้องล่าง รอยฟกช้ำดำเขียวจากการถูกผลักกระแทกขอบเตียงเมื่อคืนยังคงปวดหนึบ แต่สติปัญญาและความทรงจำของศัลยแพทย์มือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 กลับหลอมรวมเข้ากับเจ้าของร่างนี้อย่างสมบูรณ์แบบ “พูดจบหรือยังครับ... อ้อ ไม่สิ พูดจบแล้วใช่ไหม?” หลินเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นยะเยือกจนป้าสะใภ้เฉินที่กำลังอ้าปากเตรียมด่าประโยคต่อไปถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน! นังสารเลว!” “ฉันจะพูดอย่างไร มันก็เรื่องของฉัน” หลินเฟยขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อย ทว่ารัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้ป้าสะใภ้เฉินรู้สึกราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า “บ้านตระกูลเฉินเลี้ยงดูฉันมาด้วยข้าวแดงแกงอิ่มอย่างนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี ตั้งแต่ฉันอายุแปดขวบ ใครกันที่เป็นคนกวาดบ้าน ล้างคอกหมู หาฟืนเข้าบ้าน และทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำจนมือแตกเป็นแผล? ใครกันที่ต้องสละโควต้าเรียนต่อในเมืองให้ลูกสาวของท่าน? และเงินชดเชยการเสียชีวิตของพ่อแม่ฉัน... มันอยู่ที่ไหน?” ประโยคสุดท้ายถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งสนิท ทว่ากลับทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงในพริบตา ป้าสะใภ้เฉินหน้าซีดเผือดลงทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจปนความโกรธจัดที่ถูกจี้จุดตาย นางถลึงตาใส่หลินเฟยอย่างเอาเรื่อง “เหลวไหล! เงินบ้าบออะไรกัน! พ่อแม่แกเป็นหนี้บุญคุณตระกูลเฉินต่างหาก แกมันพวกเนรคุณ! อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้ คนงานในคอมมูนเขารอกันอยู่ แกต้องไปเกี่ยวข้าวเดี๋ยวนี้!” “ถ้าฉันไม่ไปล่ะ?” หลินเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันอย่างเยือกเย็น “ท่านป้า... ท่านก็รู้ดีว่าช่วงนี้มีการตรวจสอบเรื่องการทุจริตในคอมมูน หากมีคนรู้ว่าเงินช่วยเหลือครอบครัวทหารผ่านศึกและเงินเยียวยาถูกยักยอกไปสร้างบ้านให้ลูกชายท่าน... คิดว่าท่านหัวหน้าคอมมูนจะว่าอย่างไรดีนะ?” “แก... แกขู่ฉันเรอะ!” ป้าสะใภ้เฉินหวีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกลัวผสมความแค้น นางเงื้อมือหมายจะตบหน้าหลินเฟยให้หายแค้น ทว่า— ก่อนที่ฝ่าหยาบกร้านนั้นจะทันได้สัมผัสแก้วضاعของหลินเฟย ประตูไม้ผุพังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือใหญ่หนาที่เต็มไปด้วยรอยแปร่งของแคลลัส สายฝนสาดซัดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมกันฝนสีเขียวเข้ม รัศมีอันดุดันและเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพยัคฆ์ร้ายที่เพิ่งก้าวออกมาจากป่าลึก จางเหว่ย... สามีในนามที่ชาวบ้านต่างนินทาว่าเป็นใบ้และอัปลักษณ์ ผู้นี้เองที่ในชาติก่อนเธอเคยหวาดกลัวและพยายามหลบEหนี ทว่าในยามนี้ สายตาคมกริบคู่นั้นกลับมองตรงมาที่หลินเฟยด้วยความห่วงใยระคนกังวลอย่างปิดไม่มิด จางเหว่ยเหลือบมองป้าสะใภ้เฉินที่กำลังยืนค้างอยู่ในท่าเงื้อมมือ ก่อนจะก้าวเข้ามาขวางตรงกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยท่าทีสงبแต่น่าเกรงขาม ร่างกายกำยำแผ่ไอความร้อนระอุออกมาจากความเปียกชื้นของสายฝน เขายกมือขึ้นโอบไหล่บางของหลินเฟยไว้หลวมๆ เป็นการปกป้องโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมาสักแอมป์ ป้าสะใภ้เฉินสะดุ้งสุดตัวเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุจเหยี่ยวของจางเหว่ย นางถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากชายผู้นี้แม้จะไม่ค่อยพูดจา แต่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและพละกำลังที่น่ากลัว สมัยที่ยังเป็นทหารผ่านศึก เขาเคยหิ้วหมูป่าตัวใหญ่กลับบ้านมาแล้วด้วยมือเปล่า “แก... แกไอ้ใบ้ จะทำอะไร!” ป้าสะใภ้เฉินเสียงสั่นระริก จางเหว่ยไม่ตอบ เขาเพียงแต่ปรายตามองนางด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะหันมามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างกาย มือหนายกขึ้นปัดหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนเส้นผมของหลินเฟยอย่างทะนุถนอม ราวกับเผลอทำของล้ำค่าแตกสลาย “เจ็บ... หรือไม่?” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถามขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเจือความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง หลินเฟยชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างจากการทรยศหักหลังในชาติก่อน คล้ายมีกระแสความอบอุ่นบางเบาไหลผ่านเข้ามาหล่อเลี้ยงอย่างประหลาด นางเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นสามี แววตาคมกริบทอประกายล้ำลึกขึ้นวูบหนึ่ง “ไม่เจ็บครับ” หลินเฟยตอบเสียงนุ่ม พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก “แต่คนที่สมควรเจ็บ... ต่อจากนี้ คงไม่ใช่พวกเราอีกต่อไปแล้ว” จางเหว่ยพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ เขารู้ว่าภรรยาของตนเปลี่ยนไป... ทว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกลัว กลับกัน มันทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาพองโตขึ้นอย่างประหลาด ราวกับสิ่งล้ำค่าที่เคยสูญหายได้กลับคืนสู่อ้อมกอดอีกครั้ง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ทันใดนั้นเอง— เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้าหน่วยผลิตที่ดังแทรกสายฝนเข้ามา “จางเหว่ย! หลินเฟย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! มีคนแจ้งว่าพวกเธอแอบซุกซ่อนสิ่งของต้องห้ามและค้าขายผิดกฎหมายในบ้าน! ค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม!” รอยยิ้มบนมุมปากของหลินเฟยหยุดชะงักลงทันที ดวงตาสีเข้มหรี่แคบลงอย่างอันตราย *(ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปด้วยกันนะครับ)*
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%