กลิ่นหอมฉุยของแป้งสาลีย่างผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของต้นหอมและกากหมูเจียว ลอยอบอวลตลบอบอวลอยู่ทั่วห้องครัวเล็กๆ ท้ายไร่
หลินเฟยใช้ปลายนิ้วเรียวงามกดแป้งแผ่นกลมให้แบนลงในกระทะเหล็กหล่อ เสียงน้ำมันเดือดเบาๆ *ฉ่า...* ดังเคล้ากับเสียงฟืนในเตาถ่านที่กำลังลุกโชนอย่างอบอุ่น แววตาของเธอทอประกายความสุขยามมองดูสามีร่างสูงใหญ่กำลังนั่งเหลาไม้ไผ่ทำด้ามเสียมอยู่ตรงชานเรือน แผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อที่ไหวตามแรงขยับสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอดีตทหารผ่านศึก ผู้ซึ่งในตอนนี้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาเป็นเกราะกำบังให้เธอแต่เพียงผู้เดียว
"พี่จางเหว่ยครับ... แผ่นนี้สุกพอดีแล้ว ลองชิมดูหน่อยสิครับว่ารสชาติใช้ได้หรือยัง"
หลินเฟยส่งเสียงเรียกพลางใช้ตะหลิวไม้ตักแป้งทอดสีเหลืองทองกรอบน่ารับประทานขึ้นมาวางบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายดอกไม้ จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นจากงานในมือ ดวงตาคมเข้มทอดมองภรรยาด้วยความอ่อนโยนที่มักจะมีให้เธอเสมอ เขาวางไม้ไผ่ลง ล้างมือด้วยน้ำสะอาดในอ่างข้างๆ แล้วเดินเข้ามาในครัว
ชายหนุ่มหยิบแป้งทอดร้อนๆ ขึ้นมากัดคำหนึ่ง เสียงกรอบดังสนั่นเบาๆ เปลือกนอกกรอบฟูแต่เนื้อในนุ่มหนึบ รสเค็มมันกลมกล่อมจากกากหมูและต้นหอมกระจายไปทั่วปาก รสชาตินี้ดีกว่าอาหารในกองทัพหรืออาหารตามบ้านเรือนทั่วไปเสียอีก เพราะฝีมือการปรุงและการเลือกวัตถุดิบที่ประณีตของหลินเฟย
"อร่อยมากครับเฟยเฟย... ฝีมือคุณไม่มีที่ติเลยสักนิด" จางเหว่ยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาเป็นประกายระยิบระยับ ชวนให้หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
"ถ้าอร่อย วันนี้เราจะเอาเจ้านี่ไปเป็นเสบียงระหว่างทางนะครับ... เพราะเป้าหมายของเราในวันนี้คือ 'ป่าหมอกควัน' ท้ายหมู่บ้าน" หลินเฟยกล่าวรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
ป่าหมอกควันขึ้นชื่อเรื่องความหนาทึบและอันตราย ชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าไปลึกนักเพราะกลัวสัตว์ป่าและไข้ป่า แต่สำหรับอดีตศัลยแพทย์ผู้มีมิติความรู้เรื่องสมุนไพรล้ำค่าจากโลกอนาคต ที่แห่งนั้นไม่ใช่แดนมิคสัญญี แต่มันคือ "คลังสมบัติธรรมชาติ" ชั้นยอด ที่จะช่วยให้เธอสร้างรากฐานทางการเงินและตบหน้าพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อได้อย่างเจ็บแสบที่สุดในไม่ช้า
ครึ่งชั่วโมงต่อมา สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันเข้าสู่เขตป่าดิบชื้น แสงแดดรำไรสาดส่องผ่านเรือนยอดไม้หนาทึบลงมาทาบทับพื้นดินที่ชุ่มชื้น กลิ่นไอของดินและใบไม้ผุโชยเข้าจมูก จางเหว่ยเดินนำหน้าด้วยความระมัดระวัง มือหนาถือมีดพร้าถางทางรกเรื้ออย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบคอยกวาดมองรอบด้านเพื่อป้องกันอันตราย ขณะที่หลินเฟยเดินตามหลัง สายตาคู่สวยกวาดมองพืชพรรณสองข้างทางอย่างพินิจพิเคราะห์
"หยุดก่อนครับพี่จางเหว่ย" หลินเฟยเอ่ยเบาๆ พร้อมกับดึงชายเสื้อของสามี
จางเหว่ยหยุดฝีเท้าทันที หันมามองภรรยาด้วยความสงสัย "มีอะไรหรือครับเฟยเฟย หรือว่าเหนื่อยแล้ว?"
หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นดินชื้นแกลบ ปลายนิ้วเรียวแหวกพุ่มเฟิร์นป่าออก เผยให้เห็นกลุ่มพืชใบสีเขียวเข้ม มีรากเป็นปุ่มปมหน้าตาประหลาดซ่อนอยู่ใต้ดิน
"นี่คือ 'โสมหิมะป่า' ครับ..." หลินเฟยอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี โสมชนิดนี้หายากยิ่งและมีสรรพคุณในการบำรุงโลหิต ฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยหนักได้อย่างอัศจรรย์ หากนำไปขายให้ร้านขายยาจีนในตัวอำเภอ จะต้องได้ราคาดีจนคาดไม่ถึงแน่ๆ
จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "โสมป่าหรือครับ? ผมเคยเห็นนายพรานคนอื่นหามาได้ แต่มันไม่หน้าตาเหมือนแบบนี้นี่นา..."
"นี่เป็นสายพันธุ์หายากครับ เติบโตได้ดีในดินที่มีแร่ธาตุเฉพาะตัวและมีความชื้นสูง โชคดีจริงๆ ที่เรามาเจอเข้า" หลินเฟยอธิบายพลางใช้เสียมขนาดเล็กที่เตรียมมาขุดดินรอบๆ อย่างเบามือ เพื่อไม่ให้รากบอบบางเสียหาย
จางเหว่ยเห็นภรรยาตั้งอกตั้งใจทำงาน เขาก็ไม่รอช้า รีบย่อตัวลงมาช่วยใช้มือเปล่ากวาดดินออกอย่างระมัดระวัง สายตาของเขาไม่ได้มองที่รากไม้ราคาแพงนั้น แต่มองรอยยิ้มเปี่ยมสุขและประกายตาที่มุ่งมั่นของภรรยา ความงามที่เปล่งประกายออกมาจากภายในของหลินเฟย ทำให้หัวใจของนายทหารผู้แข็งกระด้างคนนี้หลอมละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผ่านไปเกือบชั่วโมง สองมือของหลินเฟยก็ได้โสมหิมะป่าคุณภาพเยี่ยมถึงสามหัว และยังมีสมุนไพรหยุดเลือด หญ้าเอี๊ยะบ่อเช่าสำหรับบำรุงสตรี รวมถึงเห็ดหลินจือป่าดอกขนาดกลางอีกหนึ่งดอก ซ่อนอยู่ในย่ามผ้าใบเก่าๆ ของจางเหว่ย
"แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับทุนก้อนแรกของเราแล้วครับ" หลินเฟยปัดเศษดินออกจากมือ รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นลักยิ้มจางๆ ที่ข้างแก้ม ช่างสดใสจนราวกับภูตน้อยแห่งป่าใหญ่
"คุณเก่งมากจริงๆ เฟยเฟย..." จางเหว่ยเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงใจ มือหนายื่นไปปัดเศษใบไม้ออกจากเส้นผมของภรรยาอย่างทะนุถนอม บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานละมุนที่ตัดกับความน่ากลัวของป่าลึกอย่างสิ้นเชิง
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังเดินกลับออกจากเขตป่าลึก เสียงฝีเท้าฝ่าน้ำค้างบนใบหญ้าก็ดังขึ้นแว่วๆ จากระยะไกล พร้อมกับเสียงสนทนาที่คุ้นหูอย่างน่าประหลาด
*"แม่ครับ... แน่ใจนะว่านังหลินเฟยกับไอ้สารเลวจางเหว่ยมันเข้าป่าทางนี้จริง? ถ้าพวกมันไม่ได้สมุนไพรมีค่ามาขาย เราจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายหนี้พนันให้พี่ใหญ่กันล่ะ!"*
เสียงแหลมสูงของ หลินเฉียง น้องชายตัวแสบของร่างเดิม ดังทะลุแนวพุ่มไม้หนาทึบเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ตามมาด้วยเสียงบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดของนางเฉิน ผู้เป็นป้าสะใภ้จอมโลภ ที่มักจะตามมาสูบเลือดสูบเนื้อพวกเขาไม่เว้นแต่ละวัน
หลินเฟยหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเฉียบคมราวกับคมมีดผ่าตัด เธอมองหน้าจางเหว่ยที่กำลังขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ
"ดูท่าทาง... เหยื่อรายแรกที่จะมาทดลองยาพิษสูตรใหม่ของผม คงจะเดินมาส่งส่วยถึงที่แล้วล่ะครับ"
หลินเฟยกระตุกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันลุ่มลึก ทำให้จางเหว่ยถึงกับลอบกลืนน้ำลาย
---
**[CLIFFHANGER HOOK]**
ก่อนที่สองแม่ลูกตระกูลหลินจะก้าวพ้นแนวพุ่มไม้เข้ามาประชิดตัว หลินเฟยกลับหยิบขวดแก้วจิ๋วบรรจุผงสีขาวแปลกตาออกจากย่าม แล้วโรยมันลงบนพื้นดินรอบตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบเบาหวิวที่ทำให้จางเหว่ยต้องขนลุกซู่— *"เตรียมตัวดูละครฉากใหญ่... ที่พวกมันจะต้องร้องขอความตายให้เร็วขึ้นได้เลยครับ"*
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ!)*
คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70•ตอนที่ 4
สมุนไพรในป่าลึก
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!