คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70•ตอนที่ 5

ตบหน้าครั้งแรกด้วยกำไร

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"เงินสิบห้าหยวนกับตั๋วธัญพืชอีกห้าชั่ง... นี่พวกเจ้าไปปล้นธนาคารมาหรืออย่างไร ถึงได้มีปัญญาถือเงินก้อนโตขนาดนี้กลับเข้าบ้าน!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจางดังแผดก้องทะลุกำแพงดินอัดจนชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านหน้าบ้านต้องชะлоฝีเท้า สองตาของนางเบิกกว้างจ้องมองธนบัตรสีเขียวอ่อนในมือของจางเหว่ยราวกับคนตาค้าง ความโลภฉายชัดผ่านรอยย่นบนใบหน้าจนน่าเกลียด หลินเฟยปรายตามองหญิงวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้ด้วยแววตาเรียաբนิ่ง นางกำลังใช้ผ้าสะอาดเช็ดมีดสั้นผ่าตัดสมุนไพรในมืออย่างใจเย็น บรรยากาศรอบตัวนางแผ่รังสีความเยือกเย็นที่หลงเหลือมาจากภพชาติก่อน—ยุคสมัยที่นางต้องตัดสินความเป็นความตายบนเตียงผ่าตัด ทว่าในยามนี้ องคาพยพทุกส่วนถูกใช้เพื่อการล้างแค้นและสร้างรากฐานชีวิตใหม่ "ป้าใหญ่พูดจาให้เกียรติกันบ้างครับ เงินนี่คือหยาดเหงื่อแรงงานที่ผมกับอาเฟยหามาได้ด้วยความสุจริต ไม่ได้ไปปล้นใครเหมือนอย่างที่ท่านคิดหรอกครับ" จางเหว่ยขยับตัวก้าวขึ้นมาบังร่างบอบบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ใบหน้าคร่ำคร่าแดดลมของชายหนุ่มจะดูซื่อๆ แต่ดวงตากลับคมกริบและเย็นชาจนป้าสะใภ้ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วยามก่อน (ราวสี่ชั่วโมง) หลินเฟยใช้มิติฟาร์มในการเร่งเพาะ and คัดแยกโสมตังกุยป่าและรากปักกิ่งคุณภาพเยี่ยมที่นางแอบนำเมล็ดพันธุ์จากมิติมาเพาะปลูกในแปลงหลังบ้าน โดยอาศัยความรู้ด้านเภสัชวิทยาโบราณร่วมกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ สมุนไพรล็อตแรกนี้จึงเติบโตงอกงามในเวลาอันสั้น รากอวบอ้วน กลิ่นหอมฉุนเป็นเอกลักษณ์ และมีสารออกฤทธิ์เข้มข้นกว่าสมุนไพรทั่วไปตามท้องตลาดมืดถึงสามเท่า ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พาภรรยาเดินทางลับไปยังตรอกหลังตลาดอำเภอ ที่ซึ่งพ่อค้าคนกลางผู้เอารัดเอาเปรียบมักมารอรับซื้อของเถื่อน ทว่าทันทีที่หลินเฟยเปิดห่อผ้าใบตองออก กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรชั้นดีก็เตะจมูกเถ้าแก่จู ผู้เป็นเจ้าของร้านสมุนไพรใหญ่ที่สุดในอำเภอจนต้องวางถ้วยชาในมือ "นี่... นี่มันโสมตังกุยป่าอายุไม่ต่ำกว่าสิบปี! แถมยังสดใหม่ราวกับเพิ่งขุดขึ้นมาจากดินเมื่อครู่!" เถื่อนแก่จูมือไม้สั่นเทาขณะหยิบรากสมุนไพรขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยแววตาเป็นประกายโลภ "เจ้าหนุ่ม แม่นาง... พวกเจ้าได้สิ่งนี้มาจากไหนกัน?" "เรื่องแหล่งที่มาคงไม่ต้องพูดถึงหกระมังครับเถ้าแก่ ท่านสนใจคุณภาพและราคาจะดีกว่า" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา นางรู้ดีว่าพ่อค้าหน้าเลือดเช่นนี้จะกดราคาหากเห็นว่าพวกนางไร้ทางสู้ ดังนั้น นางจึงเตรียมแผนสองไว้รับมือทันที "ข้าให้ห้าหยวน สำหรับสมุนไพรพวกนี้ ถือว่าพวกเจ้าโชคดีแล้วที่เจอข้า..." เถื่อนแก่จูทำท่าทางโบกมือราวกับกำลังเมตตาขอทาน หลินเฟยไม่พูดพร่ำทำเพลง นางยื่นมือไปรวบห่อผ้าใบตองกลับมาทันทีอย่างไม่ลังเล พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ในเมื่อเถ้าแก่จูมองว่าของล้ำค่าชิ้นนี้มีค่าแค่เศษเงิน เช่นนั้นข้าคงต้องไปเยี่ยมเยียน 'สหกรณ์การค้าอำเภอฝั่งเหนือ' เสียแล้ว ได้ยินมาว่าผู้จัดการที่นั่นกำลังหาซื้อสมุนไพรคุณภาพสูงไปทำยาบำรุงให้ขุนนางระดับสูงพอดี" ชื่อของสหกรณ์การค้าฝั่งเหนือทำให้สีหน้าของเถ้าแก่จูเปลี่ยนสีทันที! ใครๆ ก็รู้ว่าที่นั่นเข้มงวดและมีเส้นสายโยกย้ายถึงกองทัพ หากสมุนไพรล็อตนี้หลุดไปถึงมือทางการ เขาย่อมพลาดโอกาสทองในการผูกขาดสินค้าหายากนี้อย่างแน่นอน "ช้าก่อนแม่นาง! พูดจาตกลงกันดีๆ ไยต้องใจร้อนเช่นนั้นเล่า..." เถื่อนแก่จูรีบละล่ำละลักลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ ยื้อยุดฉุดกระชากไม่ให้ภรรยาของจางเหว่ยเดินจากไป ก่อนจะต้องกัดฟันควักกระเป๋าจ่ายเงินสดจำนวนสิบห้าหยวนเต็ม พร้อมตั๋วธัญพืชอีกห้าชั่งตามที่หลินเฟยเรียกร้องแต่แรก ชัยชนะในตลาดมืดวันนั้นไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่มันคือการประกาศศักดาว่าหลินเฟยในยามนี้ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไป ตัดภาพกลับมา ณ ลานบ้านตระกูลจางในปัจจุบัน ข่าวลือเรื่องการขายสมุนไพรได้เงินก้อนโตแพร่สะพัดราวกับไฟลามทุ่ง ชาวบ้านนับสิบชีวิตต่างพากันมามุงดูที่หน้าประตูรั้วด้วยความอยากรู้อยากเห็น เสียงซุบซิบนินทาดังระงม บ้างก็ว่านางไปทำเรื่องชั่วช้าลับหลังสามี บ้างก็ว่าโชคช่วยฟลุกได้เงินมา ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด นางเห็นเงินในมือจางเหว่ยแล้วตาร้อนผ่าวจนแทบจะกินเข้าไปได้ นางเหลือบมองหลินเฟยด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะแผดเสียงโวยวายขึ้นอีกครั้งเพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากชาวบ้านรอบข้าง "พวกท่านดูเอาเถิด! แต่งเข้าบ้านเราไม่ทันไรก็เริ่มคิดคดทรยศ แอบไปหาเงินทองนอกบ้านโดยไม่ยอมแบ่งให้ญาติผู้ใหญ่สักอีแปะเดียว แบบนี้มันอกตัญญูชัดๆ! จางเหว่ย เจ้าปล่อยให้เมียกำแหงเช่นนี้ได้อย่างไร หรือว่าโดนมันเป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว!" คำพูดสาดโคลนของป้าสะใภ้เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่มุงดู หลายคนเริ่มมองหลินเฟยด้วยสายตากังขาและดูถูกเหยียดหยาม ในยุคสมัยที่ความกตัญญูต่อเครือญาติคือศีลธรรมสูงสุด การกระทำของหลินเฟยจึงถูกมองว่าเป็นเรื่องผิดบาปมหันต์ ทว่า หลินเฟยหาได้สะทกสะท้านไม่ นางค่อยๆ วางมีดในมือลง ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ—เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงในพริบตา นางก้าวเท้าช้าๆ ออกมาเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้ใหญ่ แววตาคมกราบกวาดมองผู้คนรอบข้างที่รอสมน้ำหน้า "ป้าใหญ่พูดเรื่องความกตัญญู... น่าขันสิ้นดีนะครับ" หลินเฟยจงใจใช้สรรพนามกึ่งประชดประชัน "ยตอนที่สามีของข้าบาดเจ็บปางตายกลับมาจากชายแดน จนต้องนอนซมอย่างไร้เรี่ยวแรง ใครกันที่เป็นคนขับไล่พวกเราออกมาจากบ้านใหญ่โดยให้ข้าวสารติดก้นถังมาแค่ทะนานเดียว? ใครกันที่หัวเราะเยาะว่าพวกเราจะอดตายข้างถนนภายในสามวัน?" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแทรก เพราะทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นความจริง "ตอนที่พวกเราตกระกำลำบาก ข้าวสักเมล็ด น้ำสักหยดพวกท่านไม่เคยยื่นมือมาช่วย แถมยังมาขูดรีดเอาแปลงนาผืนน้อยไปจากพวกเราอีก แล้ววันนี้มีหน้ามาทวงบุญคุณอะไรกับเงินที่พวกเราหามาด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง?" หลินเฟยย่างสามขุมเข้าไปใกล้ ปล่อยให้รังสีอำมหิตจากประสบการณ์แพทย์สนามกดทับป้าสะใภ้จนต้องถอยหลังกรูด "ถ้าท่านอยากได้เงินนัก... ทำไมไม่ลองไปหาดูที่ป่าหลังเขาเองเล่า? หรือว่าสมองของท่านมีไว้แค่คิดเรื่องเอาเปรียบคนอื่นไปวันๆ กันแน่?" "นัง... นังสารเลวปากกล้า!" ป้าสะใภ้หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัด นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าหลินเฟยให้หายแค้น หมับ! ทว่า มือหยาบกร้านของจางเหว่ยคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำให้ป้าสะใภ้ร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด "พอได้แล้วครับป้าใหญ่" จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาจนน่ากลัว ดวงตาคมปลาบกวาดมองรอบวงล้อม "ถ้าใครยังกล้ามาหาเรื่องภรรยาผมอีกแม้แต่ครั้งเดียว อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจศักดิ์ความเป็นญาติ!" บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ชาวบ้านต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ไม่เคยมีใครเห็นจางเหว่ยผู้เงียบขรึมแสดงความดุดันเช่นนี้มาก่อน หลินเฟยลอบยิ้มเยาะในใจ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่นางวางไว้ การตบหน้าครั้งแรกด้วยกำไรนี้ไม่เพียงแต่ทำให้พวกคนโลภหน้าชา แต่ยังเป็นการประกาศอาณาเขตและศักดิ์ศรีของครอบครัวตนเองอย่างเด็ดขาด ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลาย และหลินเฟยกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมวางแผนขยายกิจการฟาร์มสมุนไพรในมิติ... เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่พร้อมกับเสียงเคาะเกือกม้าก็ดังขึ้นที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของชาวบ้านที่วิ่งหนีตายเข้ามา "ทหาร! ทางการจากอำเภอ... พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านของพวกเจ้า!" หลินเฟยชะงักฝีเท้า นางหันขวับไปมองทางปากซอยทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นเงาร่างในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มหลายนายกำลังเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของนาง โดยมีสายตาหวาดผวาของชาวบ้านคอยหลบทางให้ และผู้นำขบวนนั้น... คือนายทหารยศสูงผู้มีรอยแผลเป็นที่หางตา ซึ่งถือหมายค้นตราประทับแดงฉานในมือ! ---------------------------------------- (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ! ขอฝากกดติดตามและเป็นกำลังใจให้คุณหมอหลินเฟยในตอนต่อไปด้วยนะครับ)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%