คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70•ตอนที่ 8

แผนร้ายของป้าสะใภ้

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ท่านนั้น... ช่างชัดเจนเสียจนกระดูกสันหลังของข้าเย็นวาบ" เสียงกระซิบอันสั่นเครือของป้าสะใภ้หลิวลอยมาตามลมลอดช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ภายในห้องเก็บฟางท้ายไร่ ดวงตาฝ้าฟางที่เต็มไปด้วยความโลภและริษยาจ้องเขม็งไปยังหีบไม้ใบใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ซึ่งภายในนั้นบรรจุ "หนังสืออนุมัติพิเศษ" และเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่ที่เพิ่งได้รับมอบมาจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมื่อช่วงบ่าย หลินเฟยยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว แสงตะวันยามเย็นสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่นิ่งสงบ ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อร้าย เธอไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดที่เห็นเงาตะคุ่มของป้าสะใภ้และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังพยายามงัดแงะกุญแจทองเหลืองในยามวิกาลเช่นนี้ มนุษย์บางจำพวก... ต่อให้ตักเตือนด้วยเหตุผลสักกี่ครั้ง ความโลภก็ยังคงกัดกินจิตวิญญาณจนไม่หลงเหลือความเป็นคน หลินเฟยหันไปมองจางเหว่ย สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมที่กำลังงละมุนมือเคี่ยวซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่าในหม้อดินเผา กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนผสมผสานกับความหวานเคี่ยวเค็มกำลังดีลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้านพักท้ายไร่ จางเหว่ยขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือใหญ่หนาลงบนไหล่บางของภรรยาเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านมาช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าในวันที่วุ่นวายได้เป็นอย่างดี "ปล่อยให้พวกเขาลองพยายามดูสักหน่อยเถอะครับ" จางเหว่ยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเยียบเย็นที่หาได้ยาก "เมล็ดพันธุ์ในหีบนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่จะหยิบฉวยไปได้ง่ายๆ" หลินเฟยหลุบตาลงเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ผมรู้ครับ... ป้าสะใภ้คิดว่าตัวเองฉลาดนักที่แอบย่องมาตอนดึกดื่น แต่เธอคงลืมไปว่า ของบางอย่าง ต่อให้แย่งชิงมาได้ ก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะใช้มัน" ย้อนกลับไปในช่วงบ่าย หลังจากที่เจ้าหน้าที่จากกองทุนพัฒนาชนบทเดินทางกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง หลินเฟยได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าตระกูลหลิวสายรองจะต้องไม่ยอมรามืออย่างแน่นอน โดยเฉพาะป้าสะใภ้ผู้มีความโลภเป็นสรตะ เธออิจฉาตาร้อนที่ฟาร์มท้ายไร่ของหลินเฟยได้รับการสนับสนุนเป็นกรณีพิเศษ ขณะที่ครอบครัวของตนเองกลับต้องทนทำงานหลังขดหลังแข็งบนผืนดินแห้งแล้ง ดังนั้น สิ่งที่อยู่ในหีบไม้ใบนั้น จึงไม่ใช่เมล็ดพันธุ์จริง แต่เป็น... "กับดัก" ภายในห้องเก็บฟาง ความมืดสลัวทำให้ป้าสะใภ้และหลิวเฉียงผู้ลูกชายมองเห็นไม่ถนัดนัก สองแม่ลูกช่วยกันใช้ชะแลงเหล็กงัดแม่กุญแจจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด "แม่ เร็วเข้า! ถ้าจางเหว่ยตื่นขึ้นมาเราจะซวยเอา" หลิวเฉียงกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้า "เงียบปากแล้วงัดให้มันหลุดซะทีสิไอ้ลูกไม่รักดี!" ป้าสะใภ้ตวาดเสียงเบาอย่างหงุดหงิด มือเหี่ยวย่นออกแรงกดลงไปอีกครั้งจนสุดแรง *แกร๊ก!* เสียงโลหะดีดตัวดังขึ้นพร้อมกับฝากล่องที่เปิดอ้าออก ป้าสะใภ้ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทา เธอรีบยื่นมือเหี่ยวย่นเข้าไปควานหาถุงผ้ากระสอบที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ทันที โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า ผิวสัมผัสของสิ่งที่หยิบขึ้นมานั้นช่างเย็นเยียบและมีกลิ่นฉุนแปลกประหลาด "ฮ่าๆ ได้แล้ว! เมล็ดพันธุ์ฟาร์มหลวง... คราวนี้พวกเราจะได้กำไรมหาศาลแน่!" ป้าสะใภ้หัวเราะคิกคักในลำคออย่างได้ใจ ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหาย ความแสบร้อนก็แล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่ามือที่สัมผัสกับถุงผ้า "โอ๊ย! แม่เจ้าโว้ย! มือฉัน... มือฉันพอง!" ป้าสะใภ้กรีดร้องเสียงหลงจนแทบจะกลstเป็นเสียงสัตว์บาดเจ็บ เมล็ดพันธุ์ในถุงผ้ากระสอบแท้จริงแล้วคือ "เมล็ดหญ้าพิษคันศร" ที่หลินเฟยสกัดน้ำยาธรรมชาติเคลือบไว้เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืช แต่มันจะทำปฏิกิริยากับเหงื่อและกรดในผิวหนังมนุษย์ทันทีหากสัมผัสโดยตรงโดยไม่มีถุงมือป้องกัน พิษนี้ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่มันจะทำให้ผิวหนังแดงพอง แสบร้อนทรมานไปสามวันสามคืนโดยล้างไม่ออก "แม่เป็นอะไรไป!" หลิวเฉียงตกใจหน้าถอดสี รีบคว้ามือแม่ขึ้นมาดู ปรากฏว่าฝ่ามือเหี่ยวย่นบسडบวมแดงขึ้นเป็นตุ่มน้ำใสอย่างรวดเร็ว "น้ำ... น้ำเวทมนตร์อะไรเนี่ย! แสบ! แสบเหลือเกิน!" ป้าสะใภ้ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด เผลอทำถุงเมล็ดพันธุ์หลุดมือตกลงพื้น กระสอบเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของข้างในที่ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีราคาแพงอย่างที่ฝัน แต่กลับเป็น... ก้อนหินและเศษฟางเน่าๆ! "นี่มัน... อะไรกันเนี่ย! เราโดนหลอก!" หลิวเฉียงเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด "หึ... เพิ่งรู้ตัวตอนนี้ คงจะสายไปหน่อยกระมังครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บฟาง ป้าสะใภ้และหลิวเฉียงสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาด เมื่อหันไปมองก็พบกับร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู แสงจันทร์สาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม แววตานิ่งสนิทดึงดูดความกดดันมหาศาลจนสองแม่ลูกแทบไม่กล้าหายใจ และข้างกายของชายหนุ่ม... หลินเฟยกำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีอ่อน มือเรียวบางถือตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องสว่างเผยให้เห็นใบหน้าที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... สมาชิกตระกูลหลิวสายรองขยันขันแข็งถึงขั้นมาช่วยตรวจตราคลังเก็บฟางให้เราเลยหรือครับ?" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนลึกถึงกระดูก ป้าสะใภ้ที่กำลังกุมมือพองบวมพยายามกัดฟันลุกขึ้นยืน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด "นัง... นังเด็กสารเลว! แกกล้าดักทำร้ายฉันรึ! แกเอาอะไรมาทาที่ถุงนี่!" "ดักทำร้าย?" หลินเฟยเลิกคิ้วเล็กน้อย เดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว สายตากวาดมองสภาพอนาถของสองแม่ลูกด้วยความสมเพช "ป้าสะใภ้ครับ... นี่คือทรัพย์สินส่วนบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการ การที่พวกท่านบุกรุกเข้ามาในยามวิกาล งัดแงะกุญแจ และพยายามลักขโมยทรัพย์สิน มันมีโทษทางกฎหมายมากพอที่จะทำให้หลิวเฉียงต้องไปนอนซังเตในคุกอำเภอสักสองปีนะรู้ไหม?" คำว่า "คุก" ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของหลิวเฉียง ชายหนุ่มหน้าซีดเผือด เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว "พี่สะใภ้... ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ แม่เป็นคนบอกให้ผมมา..." "ไอ้ลูกเนรคุณ!" ป้าสะใภ้ตบหน้าลูกชายฉาดใหญ่ด้วยมืออีกข้างที่ยังใช้งานได้ด้วยความโมโห ก่อนจะหันมาแผדเสียงใส่หลินเฟย "แกอย่ามาขู่ฉันนะ! แกมันก็แค่เด็กกำพร้าที่โชคดีได้แต่งเข้าบ้านจาง แกไม่มีสิทธิ์มาทำกับพวกเราแบบนี้!" "ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือครับ?" เสียงทุ้มอันทรงพลังของจางเหว่ยดังแทรกขึ้น ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจนป้าสะใภ้ต้องผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว รังสีอำมหิตของอดีตทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาอย่างเต็มเปี่ยมจนบรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นทันตาเห็น "พื้นที่ตรงนี้ และทุกอย่างในฟาร์มแห่งนี้ อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังท้องถิ่นและสำนักงานเกษตร หากใครยังกล้าก้าวล้ำเข้ามาขโมยของอีกแม้แต่ชิ้นเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เตือน" ป้าสะใภ้ตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว เธอรู้ดีว่าจางเหว่ยคนนี้ไม่ใช่คนพูดเล่น มือหนานั้นเคยจับอาวุธและผ่านสนามรบมาแล้วจริงๆ หากทำให้เขาโกรธขึ้นมา ชีวิตของพวกเธอคงไม่ปลอดภัยแน่ "ไป... กลับบ้านเรา!" ป้าสะใภ้กัดฟันกรอด ลากสังขารที่แสบร้อนและเจ็บปวดของตัวเอง ประคองลูกชายที่ขาอ่อนแรงวิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างทุลักทุเล หลินเฟยมองตามแผ่นหลังของสองแม่ลูกที่วิ่งหนีตายไปจนลับตา ก่อนจะระบายลมหายใจออกมาเบาๆ รอยยิ้มผ่อนคลายปรากฏขึ้นบนใบหน้า "จัดการได้เรียบร้อยดีนี่ครับคุณภริยา" จางเหว่ยหันมามองภรรยา สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและอบอุ่นในพริบตา "เพราะได้สามีสายซัพพอร์ตคอยยืนคุมเชิงต่างหากล่ะครับ" หลินเฟยยิ้มหวาน ยื่นมือไปจับแขนแกร่งของสามี "ดึกมากแล้ว กลับไปกินซุปโสมร้อนๆ กันเถอะครับ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้านขนาดนี้ ป่านนี้เพื่อนบ้านคงตื่นกันหมดแล้วมั้ง" ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านพัก สายตาคมของหลินเฟยก็เหลือบไปเห็นเงาดำปริศนาสายหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่บริเวณรั้วท้ายไร่... เงาร่างนั้นไม่ได้วิ่งหนีไปทางหมู่บ้านเหมือนป้าสะใภ้ แต่กลับพุ่งตรงไปยัง "เรือนสมุนไพรลับ" ที่เธอใช้เก็บตัวยาสูตรโบราณ และมีกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวตกลงมาที่พื้นดิน ใกล้กับปลายเท้าของเธอ หลินเฟยก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่ออกดู ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ หัวใจของเธอก็ต้องกระตุกวูบทันที *ข้อความในกระดาษ: "ระวังตัวให้ดี... ยาพิษที่เธอใช้จัดการป้าสะใภ้เมื่อครู่ คือสูตรเดียวกับที่ใช้ปลิดชีพแม่ของเธอเมื่อสิบปีก่อน"* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "หมอภัทรแก้ไขชะตา" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%