คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70•ตอนที่ 9

ยาถอนพิษความแค้น

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ถ้านายยังขืนกดน้ำหนักลงตรงหัวเข่าอีกนิ้วเดียว ขาข้างนั้นของพ่อแกคงได้กลายเป็นท่อนไม้พิการไปตลอดชีวิตจริงๆ นะครับ ลุงเฉิน" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานบ้านตระกูลเฉิน ร่างระหงของหลินเฟยในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีมอแต่สะอาดสะอ้านก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า วงหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มิได้ส่งไปถึงดวงตา ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอคีบเข็มเงินเล่มบางไว้มั่น แววตาคู่นั้นกวาดมองบุรุษวัยกลางคนที่กำลังใช้วิธีนวดแผนโบราณแบบผิดๆ กับบิดาของตนเองด้วยความระอาใจ ลูกชายคนโตของบ้านเฉินสะดุ้งสุดตัว เขารีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าด้วยความตกใจและเกรงกลัวชื่อเสียงที่เพิ่งขจรขจายไปทั่วตำบลในรอบหลายวันที่ผ่านมา "คุณ... คุณหมอหลิน คือว่าผม..." "ถอยไปครับ" หลินเฟยเอ่ยสั้นๆ เพียงสามคำ แต่มีพลังอำนาจมากพอที่จะทำให้ชายฉกรรจ์ร่างหนาก้าวถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ ความอึมครึมจากเหตุการณ์ในตลาดวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึก กระดาษแผ่นเล็กแผ่นนั้นที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อยังคงสร้างความคุกคามในใจ *“ยาพิษที่เธอใช้จัดการป้าสะใภ้เมื่อครู่ คือสูตรเดียวกับที่ใช้ปลิดชีพแม่ของเธอเมื่อสิบปีก่อน”* ถ้อยคำเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก แต่นี่ไม่ใช่เวลามาฟุ้งซ่าน หลินเฟยรู้ดีว่าหนทางเดียวที่จะขุดคุ้ยหาความจริงเบื้องหลังการตายของร่างนี้ คือการสร้างฐานอำนาจและชื่อเสียงให้มั่นคงเสียก่อน ในยุคสมัยที่กฎหมายยังไม่อาจเอื้อมถึงทุกซอกมุม อำนาจที่แท้จริงคือการเป็นที่พึ่งที่ชาวบ้านขาดไม่ได้ หลินเฟยทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นดินที่อัดแน่น เธอมิได้รีบร้อนลงมือรักษาทันที แต่กลับใช้ปลายนิ้วกดลงตามแนวเส้นประสาทบริเวณสะโพกและข้อต่อของชายชราเบาๆ สลับกับการสังเกตปฏิกิริยา "อูย... เจ็บ... แม่เจ้าโว้ย!" ตาแก่เฉินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยว "อดทนหน่อยครับ อาการข้อต่ออักเสบเรื้อรังแบบนี้เกิดจากการสะสมของความชื้นในร่างกายเป็นเวลานาน ประกอบกับการนวดผิดวิธีเมื่อครู่ ทำให้เส้นเลือดฝอยคั่ง ถ้าปล่อยไว้อีกสามวัน ขาข้างนี้คงเน่าตายจากข้างใน" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง มือเรียวหยิบชุดเข็มเงินออกมาจากกระเป๋าผ้าใบเล็ก ความเร็วและแม่นยำในการตอกฝังเข็มลงบนจุดชีพจรทำให้ผู้คนที่ยืนมุงดูรอบลานบ้านถึงกับกลั้นหายใจ ท่ามกลางกลุ่มไทยมุงที่เบียดเสียดกันอยู่หน้าประตู ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยยืนนิ่งสงบราวกับภูเขาหิน ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองรอบบริเวณเพื่อระแวกความปลอดภัยให้ภรรยา ในมือของเขามีตะกร้าสมุนไพรและกระติกน้ำอุ่นเตรียมไว้พร้อมสรรพ สายตาที่เขามองหลินเฟยเต็มไปด้วยความเวิ้งว้างลึกซึ้งและความภาคภูมิใจที่ยากจะเอ่ยเป็นคำพูด ชายหนุ่มไม่เคยขัดขวางสิ่งที่ภรรยาทำ มีแต่จะคอยอยู่เบื้องหลังและเก็บกวาดอุปสรรคทุกอย่างให้ราบคาบ "ปักลงไปแบบนั้น... จะไม่เป็นไรแน่หรือแม่สาวหลิน" เสียงแหบแห้งของหญิงชราคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่น "รอดูผลลัพธ์ได้เลยครับยาย" จางเหว่ยเป็นคนตอบแทนเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย ผ่านไปชั่วระยะเวลาจุดธูปหมดดอก ลมหายใจของตาแก่เฉินเริ่มสม่ำเสมอขึ้น เม็ดเหงื่อเย็นที่เคยท่วมตัวค่อยๆ แห้งหายไป หลินเฟยใช้นิ้วเรียวหมุนวนนวดคลายกล้ามเนื้อเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะดึงเข็มเงินออกทีละเล่มอย่างนุ่มนวล "ลองขยับดูครับ" เธอบอกสั้นๆ ตาแก่เฉินกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ เขาค่อยๆ งอขาที่เคยแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ขึ้นมาทีละน้อย ความเจ็บปวดที่เคยเสียดแท่นลึกลงไปถึงกระดูกหายไปราวกับพลิฝ่ามือ ชายชราน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง เขาพยายามจะยันตัวลุกขึ้นกราบกรานหลินเฟย แต่หญิงสาวไวกว่า เธอเอื้อมมือไปประคองไว้เสียก่อน "ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ หน้าที่ของหมคือการรักษาโรค รักษากายให้หายดีก็พอ" หลินเฟยกล่าวรอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามจนแม้แต่แสงแดดยามบ่ายก็ยังต้องยอมหลีกทางให้ เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นในกลุ่มชาวบ้านทันที ข่าวลือเรื่อง "หมอหญิงมือเทวดาแห่งตระกูลหลิน" แพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง คนไข้รายแล้วรายเล่าเริ่มต่อแถวยาวเหยียดหน้าลานบ้านตระกูลเฉิน ทุกคนต่างนำพืชผล ไข่ไก่ หรือแม้แต่แป้งหมี่เล็กๆ น้อยๆ มาแลกกับการรักษา หลินเฟยใช้ความรู้ทั้งแผนโบราณและแผนปัจจุบันผสมผสานกันอย่างแยบยล ทั้งกดจุด ฝังเข็ม และจ่ายสมุนไพรราคาประหยัดที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติพิเศษ สร้างความศรัทธาและบารมีให้แก่ตนเองทีละน้อย จนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง แสงสีส้มแดงสาดส่องกระทบผืนนาและหลังคาร้านค้าในหมู่บ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารก็ลอยล่องมาแตะจมูก จางเหว่ยจัดการก่อไฟที่มุมครัวหลังบ้านอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หลินเฟยเดินกลับมาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตากลับเป็นประกายเมื่อเห็นสามีหนุ่มกำลังตัก "เนื้อตุ๋นน้ำแดงสูตรลับ" ใส่ชามดินเผาใบใหญ่ ควันร้อนๆ พวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของซีอิ๊ว ขิงแก่ และโป๊ยกั๊กที่เคี่ยวจนเนื้อวัวเปื่อบนุ่มละลายในปาก เคียงคู่ด้วยข้าวสวยร้อนๆ เม็ดอวบอ้วนที่หุงด้วยน้ำจากมิติพิเศษ หลินเฟยล้างมือจนสะอาดแล้วทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับสามี เธอสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ ความเหนื่อยล้าจากการรักษาคนไข้ตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น "เหนื่อยมากไหมครับวันนี้" จางเหว่ยเอ่ยถามเสียงนุ่ม พร้อมกับคีบชิ้นเนื้อส่วนที่ดีที่สุดวางลงในชามของภรรยา สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรักและความทะนุถนอมอย่างที่สุด "ไม่เหนื่อยเลยครับ มีคุณคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ แบบนี้..." หลินเฟยตอบรับด้วยรอยยิ้มละมุน เธอตักน้ำซุปเข้มข้นขึ้นมาซดคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อม หวานน้ำต้มกระดูกและเครื่องเทศซ่านไปทั่วช่องปาก ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความอร่อยของอาหารมื้อค่ำ เสียงเคาะประตูกระด้างและเสียงตะโกนโงกฮาก็ DANG ดังขึ้นที่รั้วหน้าบ้าน "หลินเฟย! ออกมาพบสารวัตรกัวเดี๋ยวนี้! มีคนแจ้งว่าเธอใช้ยาสั่งเถื่อนรักษาคนไข้จนเกือบตาย!" ช้อนกระเบื้องในมือของหลินเฟยหยุดชะงักกลางคัน เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ส่วนจางเหว่ยค่อยๆ วางตะเกียบในมือลงอย่างช้าๆ แววตาสีเข้มฉายแววสังหารที่น่ากลัวออกมาวบหนึ่งโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเส้นทางแห่งการล้างแค้นและการเยียวยานี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถอนพิษร้าย กับฟาร์มท้ายไร่ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%