"หน้าจอสถานะของมัน... อัปเดตล่าสุดเมื่อสามนาทีที่แล้ว ค่าความเสียหายสะสมทะลุเจ็ดแสนแต้มไปแล้วครับท่าน"
เสียงรายงานจากหน่วยข่าวกรองของกิลด์ 'เบอร์มิวดา' ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันภายในห้องประชุมลับ ชั้นที่แปดสิบห้าของป้อมปราการลอยฟ้า โต๊ะประชุมทรงกลมทำด้วยศิลาแร่มานาแท้สะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ เผยให้เห็นใบหน้าของชายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในโลกเสมือน *จักรพรรดิดำ* หรือในนามจริงคือ CEO บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ เขากำลังเคาะนิ้วลงบนพนักพิงเก้าอี้เป็นจังหวะช้าๆ ทว่าหนักหน่วง ทุกครั้งที่ปลายนิ้วกระทบเนื้อไม้ ราวกับเสียงนั้นตอกย้ำความจริงอันน่ารังเกียจที่เขายอมรับได้ยากยิ่ง
เรย์... พรานเงาที่พวกเขาเคยขับไล่ออกเพราะเห็นว่าเป็นเพียงตัวถ่วงในปาร์ตี้ บัดนี้ได้เติบโตจนกลายเป็นภัยคุกคามระดับที่ระบบเกมต้องปรับสมดุล
"เจ็ดแสนแต้มในดันเจี้ยนระดับปรมาจารย์... โดยใช้เวลาเคลียร์เพียงแค่หนึ่งในสามของเกณฑ์มาตรฐานเนี่ยนะ?" จักรพรรดิดำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสลมหายใจที่กระฟัดกระเฟียดเล็กน้อย "พวกแกเคยบอกฉันว่ามันเป็นแค่ผู้เล่นตกสำรวจที่พึ่งพาโชคช่วยไม่ใช่หรือไง?"
"F-14 ครับ... ทีมจู่โจมชุดที่สี่ที่เราส่งไปซุ่มดักรอที่เขตแดนรกร้าง ถูกเก็บเรียบภายในเวลาไม่ถึงสี่สิบวินาที ไม่มีแม้แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือ ระบบบันทึกภาพแสดงให้เห็นว่า เรย์ใช้ประโยชน์จากกระแสลมความร้อนและสภาพภูมิประเทศ บิดเบือนเรดาร์ตรวจจับของพวกเราจนหมดสิ้น" ผู้เล่นตำแหน่งมือขวาขยับแว่นตาC-HUD ที่สวมอยู่ด้วยมืออันสั่นเทา "ที่น่ากลัวที่สุดคือ... เขารู้จักจุดอ่อนของเกราะพลังงานรุ่นใหม่ที่เราพึ่งนำเข้าจากเซิร์ฟเวอร์หลักได้อย่างทะลุปรุโปร่งครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวของจักรพรรดิดำเริ่มบิดเบือนเนื่องจากแรงกดดันจากจิตสังหารที่เจ้าตัวปลดปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว
ในโลกของ *Aethelgard Online* ทรัพยากรคืออำนาจ และอำนาจในเกมหมายถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจนับพันล้านในโลกความเป็นจริง การที่เรย์เดินสวนทางกับผลประโยชน์ของกิลด์มหาอำนาจและยังคงรอดชีวิตแถมยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นั้น เท่ากับการตบหน้ามหาอำนาจอย่างพวกเขาในระดับที่ยอมรับไม่ได้
ตัดภาพมาที่พิกัด 12-Delta เขตซากปรักหักพังแห่งอาณาจักรโบราณอาร์คานา
"ลมเปลี่ยนทิศแล้วครับลูน่า" เรย์เอ่ยเบาๆ ขณะที่เขานั่งคุกเข่าอยู่หลังแนวซากเสาหินแกรนิต ปลายกระบอกปืนไรเฟิลยาวสีดำด้าน *Shadow Stalker* พาดอยู่บนเนินทราย มือซ้ายของเขาหมุนปรับปุ่มคำนวณวิถีกระสุนตามความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
ลูน่า ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ กำลังร่ายวงเวทย์ตรวจสอบสถานะรอบตัวด้วยสมาธิอันแน่วแน่ แสงสีทองจางๆ สะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของเธอ "สัญญาณมานาจากฝั่งกิลด์เบอร์มิวด้าเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วค่ะ พวกเขาไม่ได้ส่งหน่วยย่อยมาเหมือนครั้งก่อน แต่... ฉันตรวจจับคลื่นพลังงานความร้อนขนาดใหญ่จากเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารระดับสูง น่าจะเป็นผู้เล่นระดับหัวกะทิไม่ต่ำกว่าสิบคน"
เรย์ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขายังคงจดจ้องผ่านกล้องเล็งความละเอียดสูง ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปกว่าสองกิโลเมตร การเคลื่อนไหวของศัตรูในระยะนั้นถูกย่อส่วนลงมาเหลือเพียงจุดสีแดงกระพริบผ่านเลนส์ AR ของเขา
"พวกเขากำลังกลัว" เสียงของเรย์นุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "ความกลัวทำให้มนุษย์ทำเรื่องโง่ๆ และการส่งคนนับสิบมาในพื้นที่อับสัญญาณแบบนี้ ก็เท่ากับเดินเข้ามาในลานประหารที่ฉันเป็นคนออกแบบเอง"
"ระวังด้วยนะคะ เรย์ ข้อมูลเชิงลึกจากฐานข้อมูลลับที่เรากู้มาได้เมื่อวานบอกว่า จักรพรรดิดำทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาเซ็ตไอเทมระดับตำนาน 'Eclipse Vanguard' ขึ้นมาเพื่อจัดการกับคุณโดยเฉพาะ หากพวกเขาใช้มัน พลังป้องกันทางเวทมนตร์และกายภาพของคุณจะถูกลดทอนลงถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ในรัศมีสิบเมตร" ลูน่าเตือนด้วยน้ำเสียงกังวล พร้อมกับร่ายเวทบัฟ 'Aegis Prism' เสริมเกราะป้องกันโปร่งแสงให้เรย์อย่างไร้เสียง
เรย์คลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสนุกสนานเจืออยู่เลย มีเพียงความสุขุมเยือกเย็นของนักล่าที่รอคอยเหยื่อเดินเข้ากรง
"สี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังถือว่าเยอะเกินไป... เพราะฉันไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาเข้าใกล้ถึงระยะสิบเมตรหรอกครับ"
นิ้วชี้เรียวยาวแตะลงบนไกปืนที่มีระบบล็อคชีวมิติ เสียงกระซิบของระบบดังขึ้นเบาๆ ในโสตประสาทของเขา *[Skill Loaded: Piercing Phantom Round - ระดับความชำนาญสูงสุด]*
ที่กึ่งกลางระหว่างซากปรักหักพัง กลุ่มผู้เล่นระดับแนวหน้าของกิลด์เบอร์มิวด้าสวมชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิทกำลังเคลื่อนพลอย่างเป็นระเบียบ หัวหน้าหน่วยหน้าตาดุดลั่นกวาดตามองรอบตัวด้วยความระแวง เขารู้ดีว่าชื่อเสียงของ Shadow Sniper นั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทุกนัดที่ลั่นไกหมายถึงการสูญเสียทรัพยากรและแต้มประสบการณ์มหาศาลของกิลด์
"ระวังตัวกันให้ดี! เป้าหมายอาจจะซ่อนอยู่บนซากตึกสูง—"
*เปรี้ยง!*
เสียงคำรามของกระสุนความเร็วเหนือเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูหนาว กระสุนอาคมพุ่งแหวกอากาศด้วยวิถีโค้งที่ยากจะคาดเดา มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่หัวหน้าหน่วยอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พุ่งทะลุเข้าใส่ถังบรรจุมานาสำรองที่สะพายอยู่ด้านหลังของมือเวทแนวหลังสุดอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
*ตูมมม!*
แรงระเบิดลูกโซ่จากธาตุมานาบริสุทธิ์ทำให้แนวรบของกิลด์เบอร์มิวด้าปั่นป่วนในพริบตา ฝุ่นควันและเศษหินกระจายไปทั่วทิศทาง เสียงกรีดร้องและเสียงแจ้งเตือนระบบดังระรัว
ในวินาทีที่ความชุลมุนถึงขีดสุด หน้าต่างแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานก็เด้งขึ้นตรงหน้าเรย์และลูน่าพร้อมกัน เสียงสังเคราะห์ของระบบดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่เย็นเยียบและเป็นทางการกว่าทุกครั้ง:
*[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: เงื่อนไขลับ 'การล่มสลายของจักรพรรดิดำ' ถูกกระตุ้นสมบูรณ์]*
*[ตรวจพบการแทรกแซงจาก "ผู้ดูแลระบบนิรนาม" (Anonymous Administrator)...]*
*[คำเตือน: ตัวตนของคุณได้ถูกบันทึกว่าเป็นภัยคุกคามอันดับ 1 ของเซิร์ฟเวอร์หลัก เตรียมรับมือกับการอัปเดตแพทช์ฉุกเฉินในอีก 3... 2... 1...]*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองการเติบโตของ Shadow Blade ไปพร้อมกับผมนะครับ ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธครับ
Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน•ตอนที่ 34
ความล้มเหลวของจักรพรรดิดำ
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!