Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน•ตอนที่ 14

ชั้นที่หนึ่ง: หอคอยมืด

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
“ขวาห้านาฬิกา ห่างออกไปยี่สิบเมตร… มอนสเตอร์สายตรวจกำลังจะหันกลับมา ลูน่า เตรียมเวทลมไว้ให้พร้อม อย่าให้เกิดเสียงแม้แต่เศษเสี้ยวของละอองฝุ่น” เสียงกระซิบของเรย์เรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจสั่งการที่เด็ดขาด ดวงตาของเขาภายใต้ผ้าคลุมสีเทาหม่นจ้องมองผ่านกล้องเล็งของปืนสไนเปอร์เวทมนตร์ ‘Shadow Weaver’ ประหนึ่งดวงตาของมัจจุราชที่กำลังจับจ้องเหยื่อในความมืดมิดของหอคอยชั้นที่หนึ่ง หอคอยมืด (Dark Tower) แห่งนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่น แต่มันคือสุสานของเหล่านักผจญภัยที่ประมาท กำแพงหินที่ชื้นแฉะส่งกลิ่นอายแห่งความตายที่สั่งสมมานานนับศตวรรษ ผนังหินสลักอักขระเวทมนตร์สีแดงฉานวูบไหวราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่กำลังรอคอยการสังหาร ลูน่าพยักหน้าเล็กน้อย นิ้วเรียวงามร่ายรำในอากาศ ขีดเขียนอักขระเวทมนตร์ด้วยละอองแสงสีฟ้าจางๆ เธอไม่ได้ขานรับด้วยคำพูด เพราะในสภาวะที่บีบคั้นเช่นนี้ เสียงหายใจที่ดังเกินไปอาจหมายถึงจุดจบของปาร์ตี้ เรย์นิ่งค้างอยู่ในท่าหมอบราบกับพื้นหินเย็นเยียบ หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง ไม่ต่างจากเครื่องจักรสังหารที่ถูกตั้งโปรแกรมมาอย่างสมบูรณ์แบบ เขากำลังวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนที่ของ ‘อัศวินไร้เงา’ กองทัพเฝ้ายามที่จักรพรรดิดำส่งมาเพื่อปิดตายชั้นนี้ “สาม... สอง... หนึ่ง... ยิง” กระสุนเวทมนตร์สีดำสนิทพุ่งออกจากปลายกระบอกปืนไร้เสียง มันไม่ใช่กระสุนสังหารธรรมดา แต่มันคือ ‘กระสุนพันธนาการเงา’ ที่เรย์ประดิษฐ์ขึ้นเองด้วยทักษะพรานลับที่หาตัวจับยาก กระสุนปะทะเข้ากับจุดอ่อนที่รอยต่อเกราะคอของอัศวินไร้เงาอย่างแม่นยำ ร่างมหึมานั้นชะงักงัน ทันทีที่มันกำลังจะแผดเสียงร้อง ลูน่าก็ดีดนิ้ว ส่งเวทสุญญากาศเข้าครอบคลุมร่างของศัตรูทันที เสียงแผดร้องของอัศวินถูกกลืนหายไปในความว่างเปล่า มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งทว่าไร้ซึ่งสุ้มเสียง ราวกับภาพยนตร์ที่ถูกปิดเสียงไว้กลางคัน เรย์ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขาดีดตัวขึ้นจากพื้น ลากปืนสไนเปอร์ไปข้างหน้าด้วยความคล่องแคล่วดุจเสือชีตาห์ ก่อนจะเปลี่ยนโหมดกระสุนเป็น ‘ระเบิดเพลิงนิล’ *ปัง!* คราวนี้ไม่มีการเก็บเสียง แรงปะทะทำให้อัศวินไร้เงาแตกกระจายเป็นเศษซากเวทมนตร์ที่ค่อยๆ สลายตัวไปในอากาศ เรย์ลดปืนลง หันไปมองลูน่าที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือดจากการใช้มานาอย่างหนักในพื้นที่จำกัด “แผนการซ้อนทับเวทมนตร์ของเธอสมบูรณ์แบบมาก ลูน่า” เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่นัยน์ตายังคงสอดส่องไปทั่วโถงทางเดินที่มืดมิด “อย่าชมกันตอนนี้เลยเรย์” ลูน่าหอบหายใจเบาๆ “ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวกว่าอัศวินพวกนี้กำลังมองเราอยู่... กลิ่นอายนี้ไม่ใช่ฝีมือของ NPC ในระบบ” เรย์ชะงักไปครู่หนึ่ง สัญชาตญาณพรานของเขาเตือนภัยขั้นสูงสุด เขาหยิบแผนที่โฮโลแกรมขึ้นมาดู เส้นทางข้างหน้าคือห้องโถงใหญ่ที่เป็นทางผ่านไปสู่ชั้นที่สอง ทว่าสิ่งที่ผิดปกติคือ ‘ค่าสถานะความร้อน’ ที่แสดงบนเรดาร์ของเขามันพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันเกินกว่าที่มอนสเตอร์ระดับปกติจะทำได้ “จักรพรรดิดำไม่ได้เฝ้าแค่หน้าประตูดันเจี้ยน แต่มันส่ง ‘หน่วยกำจัดทิ้ง’ ลงมาข้างในนี้ด้วย” เรย์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือขวากระชับปืนสไนเปอร์แน่น “ดูเหมือนการล่าครั้งนี้จะสนุกกว่าที่คิดนะ” พวกเขาเคลื่อนที่ผ่านซากอารยธรรมโบราณในหอคอยด้วยความระมัดระวัง จนกระทั่งมาถึงห้องโถงใหญ่ใจกลางชั้นที่หนึ่ง ที่นั่น... ใจกลางห้อง บนบัลลังก์ที่สร้างจากกระดูกมังกร ร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำทมิฬนั่งไขว่ห้างรอคอยอยู่ก่อนแล้ว เขามือถือดาบเล่มยักษ์ปักลงบนพื้น สายตาคมกริบประหนึ่งเหยี่ยวที่จ้องมองเข้ามาที่ทั้งคู่ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว “ข้าเสียเวลาเฝ้ารอพวกแกมานานพอสมควรแล้วนะ เรย์” ชายผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนน่าขนลุก “กิลด์ของข้าไม่ชอบความล่าช้า และสำหรับคนทรยศอย่างแก... ความตายเป็นเพียงของขวัญที่ถูกที่สุดที่ข้าจะมอบให้ได้” เรย์หยุดฝีเท้า ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย เขาไม่ได้มีความหวาดหวั่น แต่มันคือความแค้นที่ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง เขาจำชายผู้นี้ได้ดี... เขาคือ ‘เอ็กซ์เซคิวชันเนอร์’ มือขวาคนสนิทของจักรพรรดิดำ ผู้ที่เคยลอบแทงข้างหลังเขาในวันที่มีการแย่งชิงไอเทมระดับตำนาน “ความตายงั้นเหรอ?” เรย์ขยับยิ้มเย็น ตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “น่าเสียดายนะ ที่วันนี้ฉันไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อตาย แต่เตรียมตัวมาเพื่อ ‘ปลดหนี้’ ที่พวกแกเคยทำไว้กับฉันต่างหาก” เรย์ขยับนิ้วสั่งการระบบอาวุธเงียบๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้าปะทะตรงๆ แต่เขากำลังมองหา ‘จุดบอด’ ของโครงสร้างหอคอยที่อยู่เหนือหัวของเอ็กซ์เซคิวชันเนอร์ หากเขาสามารถยิงสลักหินจุดเดียวที่ค้ำยันเพดานนั่นได้... ทั้งห้องนี้ก็จะกลายเป็นหลุมศพของศัตรู ทว่าในวินาทีที่เรย์กำลังจะเหนี่ยวไก ลูน่ากลับดึงแขนเขาไว้แน่น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เธอชี้ไปที่เงาดำเบื้องหลังบัลลังก์ของเอ็กซ์เซคิวชันเนอร์ “เรย์... หยุดเดี๋ยวนี้! อย่าเพิ่งยิง!” ลูน่ากระซิบเสียงสั่น “ดูที่เท้าของมันสิ... นั่นไม่ใช่แค่เงา แต่คือ ‘กับดักมิติ’ ที่จักรพรรดิดำติดตั้งไว้ ถ้าเธอโจมตีจุดนั้น พลังทำลายล้างทั้งหมดจะย้อนกลับมาหาเราสองคนทันที!” เรย์ชะงัก นิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกสั่นสะท้านเล็กน้อย เขามองผ่านกล้องเล็งไปที่เท้าของเอ็กซ์เซคิวชันเนอร์อีกครั้ง และความเย็นวาบก็แล่นเข้าสู่หัวใจ เมื่อเขาเห็นลวดลายอักขระสีม่วงเข้มที่เรืองแสงจางๆ มันคือกับดักเวทมนตร์ชั้นสูงที่ถูกวางไว้เพื่อล่อพรานให้ติดกับดักของตัวเอง ทันใดนั้น เอ็กซ์เซคิวชันเนอร์ก็ลุกขึ้นยืน ดาบยักษ์ถูกดึงออกจากพื้นจนเกิดเสียงสะท้อนกึกก้องไปทั่วห้อง มันเผยรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายมากกว่าเดิมเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเรย์ “สังเกตเห็นแล้วงั้นเหรอ? ช้าไปนิดนะ...” ชายในชุดเกราะขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงออกมาจากปาก แต่มีพลังเวทส่งตรงเข้าสู่โสตประสาทของเรย์ “ลืมบอกไป... ที่นี่ไม่ได้มีแค่ฉันที่รอแกอยู่ แต่ยังมี ‘คนเก่าคนแก่’ อีกคนที่รอจะสะสางบัญชีกับแกอยู่ข้างหลังแกเองนั่นแหละ” ลมหายใจของเรย์ขาดห้วงไปเสี้ยววินาที เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่จู่โจมมาจากด้านหลังอย่างฉับพลัน พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวที่สุดดังขึ้นข้างหู “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เรย์... เจ้าหนู” หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของเรย์ในตอนหน้า แล้วพบกันใหม่ครับ - ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%