“หุบปากซะ ถ้าไม่อยากให้ปืนกระบอกนี้เป่ากะโหลกนายทิ้ง ก่อนที่บอสตัวนี้จะเกิด”
เรย์กระซิบเสียงต่ำ ลำกล้องไรเฟิลเวทมนตร์ ‘Shadow Whisper’ สั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจที่ถูกควบคุมไว้เป็นอย่างดี ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่แท่นหินใจกลางหอคอยแห่งความเงียบงัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสมาชิกกิลด์ ‘จักรพรรดิดำ’ กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ พวกมันไม่ได้มาแค่หยิบมือ แต่มากันเป็นกองร้อย
ลูน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับกายเล็กน้อย แสงสีฟ้าอ่อนจากคทาในมือเธอกะพริบถี่เป็นสัญญาณว่าเธอได้วางวงเวทลวงตาเสร็จสิ้นแล้ว เธอหันมาสบตาเรย์ ดวงตาคู่สวยนั้นฉายแวววิตก แต่ก็มีความเชื่อมั่นที่เข้มข้นยิ่งกว่า
“เรย์ พวกมันมากันห้าสิบคน เห็นหัวหน้าหน่วยเป็น ‘เดธไนท์’ เลเวล 75... เราจะสู้กับคนจำนวนขนาดนี้ด้วยตัวคนเดียวสองคนจริงๆ เหรอคะ? เอ้อ... ผมหมายถึง สองคนนะครับ” ลูน่าเผลอหลุดปากแก้คำพูดเมื่อเห็นสายตาเรียบเฉยของเรย์
“จำนวนไม่ใช่ตัวตัดสินชัยชนะในเกมนี้ ลูน่า” เรย์ตอบโดยไม่หันไปมอง “แต่เป็นความเข้าใจในภูมิประเทศและการชิงจังหวะ... ดูนั่นสิ แท่นบูชานั่นไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่มันคือ ‘จุดตาย’ ของกลไกหอคอย”
เขามองเห็นบางอย่างที่ส่องประกายวับแวมอยู่ใต้รอยแตกของหินโบราณ มันไม่ใช่ไอเทมระดับทั่วไป แต่มันคือ ‘หินอัปเกรดอาวุธระดับตำนาน’ (Legendary Weapon Core) วัตถุดิบหายากที่กิลด์ใหญ่อย่างจักรพรรดิดำหมายปองเพื่อสร้างอาวุธสังหารรุ่นใหม่ หากพวกมันได้ไป เรย์รู้ดีว่ากิลด์เก่าของเขาจะกวาดล้างผู้เล่นอิสระอย่างไม่เหลือซาก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าก็หยุดลง กลุ่มคนสวมชุดเกราะสีดำทมิฬเดินเข้ามาในโถงหอคอย นำโดยชายร่างสูงใหญ่ที่เรย์จดจำได้แม่นยำ... ‘เคน’ มือขวาของจักรพรรดิดำ
“หาตัวมันให้พบ!” เคนตะโกนก้อง กวาดสายตามองไปรอบห้อง “หัวหน้าสั่งมาแล้วว่าต่อให้ต้องพลิกหอคอยนี้ ไอเทมชิ้นนั้นต้องตกอยู่ในมือเรา ห้ามให้เจ้าเรย์นั่นชิงตัดหน้าไปเด็ดขาด!”
เรย์ขยับนิ้วชี้เบาๆ ลงบนไกปืน เขารู้สึกถึงกระแสมานาที่ไหลเวียนผ่านตัวปืน มันไม่ได้เรียกร้องการสังหาร แต่มันเรียกร้อง ‘จังหวะที่ใช่’
“ลูน่า เตรียมตัว” เรย์สั่ง “ทันทีที่ฉันยิงเสาหลักข้างหลังพวกมัน ให้เธอใช้เวท ‘พันธนาการเงา’ ขยายพื้นที่ให้กว้างที่สุด”
“เข้าใจแล้วค่ะ... เอ้อ เข้าใจแล้วครับ!” ลูน่าสูดหายใจลึก เธอกำคทาแน่น
เรย์หลับตาลงเสี้ยววินาที สมาธิของเขาพุ่งตรงไปที่จุดศูนย์กลางของหอคอย เขาไม่ได้เล็งไปที่หัวของศัตรู แต่เล็งไปที่รอยต่อของเสาสถาปัตยกรรมที่แบกรับน้ำหนักของห้องนี้ไว้ทั้งหมด นั่นคือกับดักที่เขาวางไว้ตั้งแต่วินาทีที่ย่างกรายเข้ามา
*เปรี้ยง!*
กระสุนเวทมนตร์สีดำสนิทพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง มันไม่ได้แหวกอากาศ แต่มันกำลัง ‘กิน’ อากาศรอบข้างจนเกิดเสียงระเบิดก้องกังวาน กระสุนกระทบเข้าที่จุดเปราะบางของเสาหินอย่างแม่นยำ
*โครม!*
เศษหินขนาดมหึมาพังถล่มลงมาดั่งห่าฝน ปิดกั้นทางออกและแยกกลุ่มสมาชิกกิลด์จักรพรรดิดำออกเป็นสองส่วน พวกมันโกลาหล พยายามป้องกันตัวจากการถล่มของหอคอย ในวินาทีที่ชุลมุนนั้น ลูน่าสะบัดคทาออกไป เงาสีดำแผ่ซ่านออกจากพื้นดิน ตรึงเท้าของเหล่าศัตรูไว้กับที่
เรย์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกจากที่กำบัง กระโดดสไลด์ผ่านเศษหินอย่างคล่องแคล่ว มือหนึ่งคว้าหินอัปเกรดสีทองสว่างที่วางอยู่บนแท่นบูชามาได้อย่างรวดเร็ว
“ไอ้หนู! แก!” เคนแผดเสียงลั่นพร้อมเงื้อดาบยักษ์ฟาดฟันลงมาหมายจะตัดร่างของเรย์ให้ขาดสองท่อน
เรย์หมุนตัวหลบได้ในเสี้ยววินาที ดาบยักษ์ฟาดเข้ากับแท่นหินจนแตกกระจาย แรงกระแทกส่งผลให้เรย์เสียหลักไปเล็กน้อย แต่เขาก็ฉวยโอกาสนั้นอาศัยแรงดีดตัวพุ่งถอยกลับไปหาลูน่าที่รออยู่ตรงช่องลับที่เขากำลังจะเปิดใช้งาน
“ได้มาแล้ว!” เรย์ชูหินอัปเกรดระดับตำนานขึ้น แสงจากหินอาบไล้ใบหน้าของเขาให้ดูดุดันและเยือกเย็น
“เรย์! ข้างหลัง!” ลูน่าร้องเตือน
เรย์หันกลับไปตามสัญชาตญาณ เขาพบว่าเคนไม่ได้ตามมาคนเดียว แต่ยังมีกลุ่มนักฆ่าระดับสูงที่ล่องหนอยู่กำลังพุ่งตรงมาหาเขาด้วยมีดสั้นอาบยาพิษ แต่ทว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ... ท่ามกลางเหล่าศัตรูที่กำลังรุมเข้ามา มีบุคคลหนึ่งที่หยุดยืนนิ่งอยู่ด้านหลังสุด ชายผู้นั้นไม่ได้สวมเกราะสีดำ แต่สวมชุดคลุมสีเทาเรียบง่าย ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับกดดันจนเรย์รู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นเข้าสู่กระดูกสันหลัง
ชายคนนั้นยกมือขึ้นช้าๆ และเพียงแค่ดีดนิ้ว... กลไกทั้งหมดของหอคอยที่กำลังถล่มก็หยุดชะงักลง ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยพลังอำนาจมหาศาล
เคนหยุดนิ่ง ร่างกายของมันสั่นเทาด้วยความกลัว ชายชุดเทาเดินก้าวผ่านเหล่าสมาชิกกิลด์ที่คุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง ดวงตาสีเงินคู่นั้นจ้องมองมาที่เรย์ราวกับมองเห็นทะลุไปถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา
“ในที่สุด... ก็ได้พบกันสักที ผู้สืบทอดพรานเงาคนสุดท้าย” เสียงของชายคนนั้นแผ่วเบา ทว่ากังวานไปทั่วโถงหอคอย “แกคิดว่าหินนั่นเป็นของแกงั้นรึ? ความจริงแล้ว... หินก้อนนั้นคือ ‘กุญแจ’ ที่จะปลดปล่อยโศกนาฏกรรมที่แกพยายามจะลืมมันมาตลอด”
เรย์ชะงักไป ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นเข้าสู่สมอง มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความแค้นที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะอธิบายได้
“แก... แกคือคนที่ทำลายกิลด์ของฉันเมื่อสามปีก่อน!” เรย์คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
ชายชุดเทายิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา “ฉลาดมาก... แต่การที่แกถือหินก้อนนี้อยู่ในมือ หมายความว่าพันธสัญญาที่แกทำไว้กับคนตาย ได้เริ่มนับถอยหลังตั้งแต่วินาทีนี้แล้ว”
สิ้นคำพูดของเขา หินอัปเกรดในมือของเรย์ก็เปลี่ยนจากสีทองสว่างกลายเป็นสีเลือดเข้ม และร่างกายของเรย์ก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่แผงสถานะในหน้าจอเกมของเขาปรากฏข้อความสีแดงฉานขึ้นมาซ้อนทับกันเป็นพรืด:
[คำเตือน: ไอเทมถูกกัดกร่อนด้วยคำสาปโบราณ... สถานะ ‘ผู้ทำลายล้าง’ ถูกเปิดใช้งานอย่างถาวร... สมาชิกในปาร์ตี้ของคุณตกอยู่ในเป้าหมายของการตามล่าจากทุกกิลด์ในเซิร์ฟเวอร์...]
เรย์หันไปมองลูน่าที่ใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะมองกลับไปที่ชายชุดเทาที่กำลังก้าวเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางเนิบนาบ ราวกับกำลังเดินเข้ามาหาเหยื่อที่ติดอยู่ในกรงขังที่เขาสร้างขึ้นมาเองกับมือ
ความตายไม่ได้อยู่แค่ในลำกล้องปืนของเขา แต่มันกำลังจ่ออยู่ที่คอหอยของเขาทั้งสองคนแล้วในวินาทีนี้...
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันในครั้งนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน•ตอนที่ 16
สมบัติลับประจำหอคอย
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!