กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในเกมเสมือนจริงรุ่นที่สิบไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของระบบประสาทสัมผัส แต่มันถูกตั้งค่าไว้ให้สมจริงที่สุดเพื่อบีั้นทอนจิตใจของผู้เล่นในยามที่ความตายมาเยือน
เรย์นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหินแกรนิตที่แตกละเอียดของซากโบราณสถานแห่งอาเซอร์ร็อธ ปลายกระบอกปืนไรเฟิลเวทมนตร์ *‘Phantom Stinger’* ของเขายังคงมีไอความร้อนคุกรุ่นลอยขึ้นมาจางๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เบื้องหน้าของเขาคือร่างโปร่งแสงของ ‘บาร์นส์’ สมาชิกอาวุโสแห่งปาร์ตี้ ที่ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้า—สัญญาณชีพสุดท้ายของผู้เล่นที่ถูกสังหารในเขตดันเจี้ยนระดับสูง
"เรย์... หนีไป..."
เสียงสุดท้ายที่ขาดห้วงของบาร์นส์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่การตายในเกม แต่ความเสียหายทางจิตวิทยาและไอเทِمระดับแรร์ที่สะสมมานานนับปีต้องสูญสลายไปในพริบตาเดียว
"บาร์นส์!" ลูน่าทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ มือเรียวบางสั่นเทาขณะพยายามไขว่คว้าละอองแสงที่กำลังลอยหายไปในอากาศ ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา แต่ไม่มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย ความเงียบงันนี้บาดลึกยิ่งกว่าบาดแผลฉกรรจ์ใดๆ
เรย์ไม่ปริปากพูดอะไรเลยสักคำ ใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีเข้มเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองร่องรอยการโจมตีรอบบริเวณ เศษซากเวทมนตร์ธาตุความมืดที่ตกค้างอยู่บนพื้นหินบอกเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างชัดเจน รอยแผลเป็นรูปกางเขนดาร์กมูน... สัญลักษณ์ประจำตัวของหน่วยสังหารเงาภายใต้สังกัด ‘กิลด์จักรพรรดิดำ’
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อล่าบอส" เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง เยือกเย็น และไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เจือปน แต่มันกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนทึบ "พวกมันตั้งใจมาดักซุ่มโจมตีเราโดยเฉพาะ"
"ทำไมล่ะเรย์? ข้อมูลพิกัดการลงดันเจี้ยนของเราเป็นความลับสุดยอด พวกมันรู้ได้อย่างไรว่าเราจะมาที่นี่ในเวลานี้?" ลูน่าหันมามองคู่คิดของเธอ แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก
เรย์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายื่นมือไปหยิบเศษเหรียญตราโลหะสีดำที่ตกอยู่ใกล้จุดที่บาร์นส์ตายขึ้นมาพิจารณา บนเหรียญสลักตราสัญลักษณ์รูปมงกุฎหนาม—ตราประจำตำแหน่งของ ‘แม่ทัพเจสเปอร์’ มือขวาคนสนิทของจักรพรรดิดำ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอดีตสหายร่วมกิลด์ที่หักหลังเรย์อย่างเลือดเย็นเมื่อปีก่อน
บาดแผลเก่าในอดีตถูกกระชากให้เปิดออกอีกครั้ง ความแค้นที่เคยถูกกดทับไว้ด้วยสติและกลยุทธ์ค่อยๆ ปะทุขึ้นทีละน้อย ราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกลมพัดโหมกระหน่ำ
"เพราะในกลุ่มของเรา... มีหนอนบ่อนไส้" เรย์กล่าวพึมพำกับตัวเองเบื้องต่ำ แต่ลูน่าได้ยินมันอย่างชัดเจน
"คุณหมายถึง..."
"ยังไม่ใช่เวลามาสงสัยกันเอง ลูน่า" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มจนอาภรณ์พริ้วไหวตามกระแสมานาที่ปั่นป่วน เขาบรรจุกระสุนเวทมนตร์นัดสุดท้ายลงในรังเพลิง เสียงคลิกเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ "สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ คือการทวงคืนความยุติธรรมให้กับบาร์นส์ และสหายทุกคนที่ต้องสังเวยให้กับความทะเยอทะยานที่ไร้ขีดจำกัดของจักรพรรดิดำ"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมอยู่กับความตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังแว่วมาจากทางปากทางเข้าโบราณสถาน แสงคบเพลิงสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาเป็นทางยาว เงาร่างของผู้เล่นในชุดเกราะทมิฬนับสิบคนทยอยก้าวเข้ามาปิดล้อมเส้นทางถอยร่นทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ
ผู้นำกลุ่มนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้เล่นชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมหน้ากากเหล็กกล้าไร้สนิม มือถือดาบใหญ่ประดับอัญมณีสีเลือด—‘คาร์ล’ หัวหน้าหน่วยจู่โจมแนวหน้าแห่งกิลด์จักรพรรดิดำ
"โอ้ ดูนี่สิ เจ้าพรานเงาตกอับกับแม่มดน้อยผู้ภักดี" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากคาร์ล เขากวาดสายตามองซากละอองแสงของบาร์นส์ด้วยความสะใจ "น่าเสียดายจริงๆ ที่พวกแกมาเยือนช้าไปหน่อย สหายของพวกแกคงจะเดินทางไปยมโลกอย่างโดดเดี่ยวไม่น้อยเลยสินะ"
ลูน่ากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ไม้เท้าเวทมนตร์ในมือสั่นระริกด้วยความโกรธ เธอกำลังรวบรวมมานาเพื่อเตรียมร่ายเวทบทหนัก แต่เรย์กลับยกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นสัญญาณห้ามปราม
เรย์ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เผชิญหน้ากับคาร์ลโดยปราศจากความหวาดกลัว แววตาของพรานหนุ่มนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในยามวิกาล
"แกคิดว่าการสังหารผู้เล่นคนหนึ่ง จะทำให้พวกแกชนะสงครามครั้งนี้งั้นหรือ คาร์ล?" เรย์เอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจนคู่สนทนาชะงักไปชั่วครู่
"ฮ่าๆๆ! ปากดีนักนะเรย์ แกคิดว่าด้วยตัวคนเดียวสองคน จะทำอะไรกิลด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซอร์ร็อธได้รึไง? จักรพรรดิดำทรงมีแผนการที่จะครอบครองทั้งโลกเสมือนและโลกความจริง พวกแกมันก็แค่ฝุ่นผงที่ขวางทางเดินของมหาอำนาจเท่านั้นแหละ!" คาร์ลตะโกนก้อง ยกดาบใหญ่ชี้หน้าเรย์
เรย์ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูดอีกต่อไป มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เย็นเยียบและทรงพลังที่สุดเท่าที่ลูน่าเคยเห็นมาตลอดการเดินทางร่วมกัน
"ถ้าเช่นนั้น... แกก็คงลืมไปแล้วสินะ ว่าป่าแห่งนี้ และซากโบราณสถานแห่งนี้... ถูกออกแบบมาเพื่อใคร"
สิ้นเสียงของเรย์ ปลายกระบอกปืน *Phantom Stinger* ก็พุ่งเล็งตรงไปยังเสาหินค้ำยันเพดานขนาดมหึมาที่อยู่เหนือหัวของพวกมันพอดี นิ้วเรียวเหนี่ยวไกส่งกระสุนเวทมนตร์เจาะเกราะพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะมองทัน!
*เปรี้ยง—!*
กระสุนนัดนั้นไม่ได้ยิงใส่ศัตรู แต่พุ่งทะลวงเข้าใส่จุดอ่อนโครงสร้างของโบราณสถานอย่างแม่นยำไร้ที่ติ พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นควันตลบอบอวล และก่อนที่คาร์ลและสมุนจะทันตั้งตัว หินผาน้ำหนักหลายตันก็พังทลายลงมาปิดกั้นทางออกและทับถมกองกำลังของกิลด์จักรพรรดิดำจนจมหายไปในพริบตา!
"หนีเร็ว ลูน่า!" เรย์คว้ามือเพื่อนสาวแล้วพุ่งทะยานเข้าสู่ทางลับด้านหลังโบราณสถานก่อนที่แรงระเบิดจะกลืนกินพวกเขาทั้งคู่
ทว่า ในขณะที่ร่างทั้งสองกำลังพุ่งตัวผ่านประตูมิติหลบหนี ลูน่าก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเธอบังเอิญเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งยืนซ่อนตัวอยู่หลังเสาหินด้านนอกสุด—ร่างของผู้เล่นที่สวมผ้าคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาหมวก แต่ดวงตานั้น... เป็นดวงตาคู่เดียวกับที่เคยทรยศเรย์เมื่อหนึ่งปีก่อน และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของคนผู้นั้น มีเข็มกลัดสัญลักษณ์ประจำกิลด์เดิมของเรย์ติดอยู่ชัดเจน
ความจริงที่ว่า "หนอนบ่อนไส้" ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่วันนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น และกำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยให้เรย์ผ่านช่องว่างของซากหินที่กำลังพังทลาย!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "Shadow Sniper" มาโดยตลอดครับ - ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน•ตอนที่ 45
สูญเสียที่เจ็บปวด
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!