"ข้อเสนอของพวกคุณ มันมีมูลค่ามากพอที่จะทำให้คนทั้งเซิร์ฟเวอร์ต้องสยบยอม... แต่ก็น่าเสียดาย ที่ตัวผมไม่ได้มีความสนใจในอำนาจจอมปลอมนั่นแม้แต่น้อย"
เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมดุจใบมีดโกน เขาวางแก้วน้ำสมุนไพรในร้านอาหารลับกลางเมืองหลวงลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันของแก้วและโต๊ะฟังดูดังก้องในความเงียบที่กดดัน
ฝั่งตรงข้ามของเขาคือชายร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีนิลวาววับ ตราสัญลักษณ์กิลด์ 'ราชันย์ทมิฬ' ปักเด่นหราบนอกเสื้อ เขาส่งยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ยิ้มที่เป็นมิตร หากแต่เป็นรอยยิ้มของผู้ล่าที่เห็นเหยื่อกำลังจะเดินเข้ากรงขัง
"คุณเรย์ครับ โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความสันโดษ แต่ขับเคลื่อนด้วยทรัพยากร" ชายผู้นั้นกล่าวพลางขยับตัวเข้าใกล้ "จักรพรรดิดำส่งผมมาพร้อมข้อเสนอที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ คุณได้ทั้งไอเทมระดับตำนาน และตำแหน่งหัวหน้าหน่วยจู่โจมเงา... คุณจะปฏิเสธสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคุณได้เพียงเพราะทิฐิส่วนตัวงั้นหรือ?"
เรย์เหลือบมองลูน่าที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่หน้าต่างแสดงผลข้อมูลอย่างสงบ แต่เขารู้ดีว่ามือของเธอกำลังสั่นเล็กน้อยภายใต้โต๊ะ นี่ไม่ใช่แค่การทวนคำถามเรื่องกิลด์ แต่มันคือการทดสอบจิตวิทยา
"ทิฐิหรือครับ?" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "เปล่าเลยครับ ผมแค่ไม่ชอบทำงานกับคนที่เคยเหยียบย่ำความศรัทธาของคนอื่นเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ขอบคุณสำหรับข้อเสนอ แต่คำตอบของผมคือ 'ไม่' และหวังว่าผมจะไม่ต้องพูดประโยคเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สอง"
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันที ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากกลุ่มผู้ติดตามของชายชุดดำรอบข้าง เสียงซุบซิบในร้านเงียบกริบราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
"คุณน่าจะรู้ดีนะว่าการปฏิเสธจักรพรรดิดำ มีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน" ชายชุดเกราะลุกขึ้นยืน มือขวาของเขากุมด้ามดาบที่สลักลวดลายอักขระเวทมนตร์สีเลือด "ในโลกนี้... ถ้าไม่ได้เป็นพวกเรา ก็ต้องเป็นศัตรู และศัตรูของราชันย์ทมิฬ ไม่เคยมีใครยืนหยัดอยู่ในแผนที่นี้ได้นานเกินสามวัน"
"นั่นก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นดีครับ" เรย์ตอบโดยไม่หันไปมอง "เพราะผมเองก็เบื่อการล่ามอนสเตอร์ที่โง่เขลามานานแล้ว เผื่อว่าการได้ลองล่า 'สุนัขรับใช้' อาจจะช่วยให้ฝีมือผมพัฒนาขึ้นบ้าง"
ลูน่าลุกขึ้นยืนประสานกับเรย์ เธอขยับคทาในมือเล็กน้อย เปลวไฟสีครามปะทุขึ้นที่ปลายนิ้วบ่งบอกถึงความพร้อมในการร่ายเวท การเคลื่อนไหวของทั้งคู่สอดประสานกันราวกับเป็นหนึ่งเดียว ชายชุดเกราะชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าหากเปิดฉากที่นี่ สภาพแวดล้อมที่จำกัดจะทำให้กิลด์ของเขาเสียเปรียบต่อ 'พรานเงา' อย่างเรย์
"จำคำพูดนี้ไว้ให้ดี เรย์" ชายผู้นั้นทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะสะบัดผ้าคลุมเดินออกจากร้านไป "เมื่อคุณก้าวออกจากเขตปลอดภัยของเมืองเมื่อไหร่ เมื่อนั้นคือเวลาที่ชีวิตในเกมของคุณจะสิ้นสุดลง"
เมื่อประตูร้านปิดลง ความเงียบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง ลูน่าถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางทรุดตัวนั่งลง
"เราทำเกินไปหรือเปล่าเรย์?" เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวล "ราชันย์ทมิฬมีอิทธิพลมากเกินกว่าที่เราจะต้านทานได้ไหวในตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาหมายหัวเราจริงๆ"
เรย์มองออกไปนอกหน้าต่าง สายตาของเขามองเห็นเงาสีดำหลายร่างที่ยืนปะปนอยู่กับฝูงชนในตลาด พวกมันกำลังเฝ้ามองร้านแห่งนี้ไม่ห่าง
"ถ้าเรายอมก้มหัวให้เขาตั้งแต่ตอนนี้ เราจะไม่มีวันได้สิ่งที่ต้องการ" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "จักรพรรดิดำคิดว่าเขาสามารถบงการทุกอย่างได้ แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่ง... ในโลกแห่งเงา คนที่มองเห็นทุกอย่างไม่ใช่คนที่สวมมงกุฎ แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ในความมืดต่างหาก"
เขาวางแผนที่ลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวจิ้มไปที่จุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่งกลางหุบเขาไร้ชื่อ
"พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางไปที่ 'หุบเขาเขี้ยวอสูร' ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อไปดักรอพวกมัน" เรย์หันมาสบตาเพื่อนสนิท "ลูน่า เธอจำบันทึกแผนผังกับดักที่ฉันให้เธอศึกษาได้ไหม?"
ลูน่าพยักหน้า ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม "จำได้แม่นทุกจุดค่ะ ถ้าเราเซตการวางตำแหน่งให้ดี ดันเจี้ยนแห่งนั้นจะกลายเป็นหลุมศพที่สวยงามที่สุดเท่าที่กิลด์ราชันย์ทมิฬเคยรู้จัก"
เรย์หยิบธนูคู่ใจออกมาเช็ดเบาๆ ผิวสัมผัสของคันธนูให้ความรู้สึกเย็นเยียบและทรงพลัง นี่ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่มันคือการประกาศสงครามกับกลุ่มคนที่เคยทำลายทุกอย่างของเขาในอดีต
ทว่า ในจังหวะที่เรย์กำลังจะเก็บอาวุธเข้าที่ ข้อมูลแจ้งเตือนจากระบบก็เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน แจ้งเตือนมิตรภาพที่เขาไม่ได้กดรับ
[ระบบ: คุณได้รับคำขอเป็นเพื่อนจาก... 'ศัตรูหมายเลขหนึ่ง'!]
[ข้อความแนบ: รู้นะว่านายอยู่ที่ไหน... อย่าเพิ่งตายก่อนที่ผมจะไปถึงล่ะ เรย์... หรือควรจะเรียกว่า 'เพื่อนเก่า' ดี?]
เรย์เบิกตากว้างเมื่ออ่านชื่อผู้ส่งข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ—ชื่อที่เขาพยายามลบออกจากความทรงจำมาตลอดหลายปี
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของเรย์ในตอนหน้า แล้วพบกันใหม่ครับ - ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน•ตอนที่ 9
การท้าทายของกิลด์เล็ก
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!