“ถ้าคิดว่าการซ่อนตัวอยู่หลังพงหญ้าพิกسلต่ำๆ จะทำให้แกพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้... แกคงประเมินคำว่า ‘อำนาจ’ ต่ำเกินไปแล้วล่ะ, พรานเงา”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงกดดันระดับมหาศาลดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของซากปรักหักพังแห่งมหาวิหารแอสทารอส บรรยากาศรอบกายพลันลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ ไอความมืดสีดำสนิทแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะหนักสีนิลกาฬ ลวดลายบนเกราะสลักด้วยอักษรเวทโบราณที่กำลังเปล่งแสงสีแดงฉานดั่งโลหิต
นั่นคือ ‘จักรพรรดิดำ’ ผู้นำแห่งกิลด์ดิบเบิ้ลเอจ (Double Edge) และเป็นชายผู้กุมทรัพยากรครึ่งหนึ่งของทวีปหลักไว้ในกำมือ
เรย์ (Ray) ในร่างของอาชีพพรานลับ (Shadow Sniper) ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงหมอบนิ่งอยู่หลังซากเสาหินแกรนิตที่แตกหัก สายตาคมกริบภายใต้ฮู้ดสีเข้มจดจ้องผ่านลำกล้องปืนไรเฟิลเวทมนตร์ ‘Phantom’s Whisper’ ของตนเอง ระยะห่างระหว่างพวกเขามีเพียงยี่สิบเมตรเท่านั้น — ระยะที่อันตรายที่สุดสำหรับพรานป่า เพราะมันสั้นเกินกว่าจะใช้ประโยชน์จากระยะไกล และยาวเกินกว่าจะสู้ประชิดตัว
ลมหายใจของเรย์สม่ำเสมอ เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความเยือกเย็นนี้หล่อหลอมขึ้นมาจากรอยแผลเป็นในอดีต วันที่เขาถูกเพื่อนร่วมกิลด์เก่าหักหลังและโยนลงสู่หุบเหวแห่งความตายในเกม วันนั้นสอนให้เขารู้ว่า ความกลัวคือศัตรูที่ร้ายกาจยิ่งกว่าผู้เล่นตรงหน้าเสียอีก
“เงียบสินะ... สมกับที่เป็นสุนัขรับจ้างไร้หัวนอนปลายเท้า” จักรพรรดิดำก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรย์อีกหนึ่งก้าว รองเท้าเกราะเหล็กกระทบกับพื้นหินส่งเสียงก้องกังวาน บ่งบอกถึงน้ำหนักและความมั่นใจที่ล้นปรี่ มือขวาของเขาถือดาบใหญ่สองมือ ‘Eclipse Edge’ ที่มีไอความมืดพวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย “แกคิดจริงๆ หรือว่า การลอบสังหารผู้เล่นระดับท็อปของเซิร์ฟเวอร์สามคนเมื่อสัปดาห์ก่อน จะทำให้แกก้าวขึ้นมาทัดเทียมกับฉันได้?”
เรย์ยังคงนิ่งเงียบ สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับคอมพิวเตอร์ควอนตัม *ค่า HP ของจักรพรรดิดำยังเหลือ 100% บัฟเกราะป้องกันเวทถูกเปิดใช้งานอยู่... หากยิงตรงๆ กระสุนเจาะเกราะระดับ A ก็เจาะทะลวงได้ไม่เกิน 15% ของพลังชีวิต*
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของซากมหาวิหาร ห่างออกไปสามสิบเมตร ลูน่ากำลังหลบอยู่หลังแท่นบูชา มือเรียวบางของเธอกำไม้เท้าเวทมนตร์แน่น เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม ดวงตาส่งสัญญาณผ่านมาทางหน้าต่างระบบพาร์ทตี้ *[เรย์ ฉันเตรียมเวทมิติขัดขวางไว้แล้ว รอจังหวะที่เขาเปิดช่องว่างสิบวินาทีนะ]*
เรย์เหลือบมองข้อความแจ้งเตือนที่มุมสายตาเล็กน้อย ก่อนจะขยับนิ้วชี้ไปที่ไกปืนเบาๆ
“ฉันให้โอกาสแอนทองแท้ครั้งเดียวนะ... ออกมาคุกเข่าซะ แล้วส่งไอเทมเซ็ตพรานเงาทັງหมดมาให้ฉัน แกยังจะมีชีวิตรอดไปทำมาหากินในเกมนี้ต่อได้” จักรพรรดิดำหยุดเดิน เขาเหยียดยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ดวงตาภายใต้หมวกเหล็กมองกราดไปทั่วซากเสาหิน “อย่าทำให้ฉันต้องเสียเวลาทำลายซากปรักหักพังนี่ทิ้งเลย การล้างบางตี้ของแกมันน่าเบื่อกว่าที่คิด”
“คิดว่าอำนาจเงินในโลกจริง จะซื้อทุกอย่างในโลกนี้ได้จริงๆ สินะครับ”
ในที่สุด เรย์ก็เอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนีย์ ปราศจากความหวาดกลัว เจือไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
จักรพรรดิดำชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆ! ไอ้สวะเอ๊ย แกกล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน? โลกใบนี้มันก็คือกระดานหมากรุก และพวกแกทุกคนเป็นแค่เบี้ยที่รอเวลาถูกเขี่ยทิ้งเท่านั้น!”
“เบี้ยอย่างงั้นเหรอครับ...” เรย์ขยับตัวเล็กน้อย เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกับซากหินแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลม “บางที... คุณอาจจะลืมไปว่า หมากตัวไหนที่มักจะซ่อน ‘มีด’ เอาไว้ข้างหลังเสมอ”
*ปัง!*
เสียงคำรามของปืนไรเฟิลเวทมนตร์ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน!
กระสุนเวทมนตร์สีฟ้าครามพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วเหนือเสียง เป้าหมายไม่ใช่หัวใจหรือศีรษะของจักรพรรดิดำ แต่เป็นจุดเชื่อมต่อของเกราะไหล่ด้านขวา ซึ่งเรย์สังเกตเห็นความผิดปกติของอักษรเวทตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายก้าวเท้าเข้ามาในระยะสายตา
*เปร๊าะ!*
เสียงเกราะแตกละเอียดดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟสีทองกระเด็นไปทั่วทิศทาง จักรพรรดิดำแสดงสีหน้าตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก ร่างของเขาเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยแรงกระแทกอันมหาศาล ค่า HP บนหัวลดฮวบลงไป 18% ในพริบตาเดียว!
“แก...!” จักรพรรดิดำคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง “แกเล็งจุดอ่อนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?!”
“ตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในรัศมีสายตาของผมแล้วล่ะครับ” เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือซ้ายสลัดผ้าคลุมพรานเงาออก เผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปาก “และเกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก”
ลูน่าไม่รอช้า เธอยกไม้เท้าขึ้นสูงพร้อมตะโกนก้อง “เวทอาณาเขต: คุกพันธนาการแห่งเงา!”
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของจักรพรรดิดำพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท โซ่ตรวนเวทมนตร์นับสิบพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินพันธนาการข้อเท้าและแขนของเขาเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ ชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่แห่งกิลด์ดิบเบิ้ลเอจเบิกตากว้างเมื่อพบว่าสถานะ ‘เคลื่อนไหวไม่ได้’ ถูกใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เรย์กำลังจะยกปืนขึ้นเล็งเป้าหมายสังหารครั้งที่สองเพื่อปิดฉากการต่อสู้ รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของจักรพรรดิดำก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่น่าขนลุก
“แกคิดว่าฉันมาคนเดียวจริงๆ งั้นเหรอ, เรย์?”
เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้งจากความมืดมิดเบื้องบนซากมหาวิหาร
*แปะ แปะ แปะ*
เรย์ชะงัก ลูน่าหน้าถอดสีทันทีเมื่อเรดาร์ตรวจจับศัตรูของเธอกะพริบเป็นสีแดงฉานนับสิบดวงบนหน้าจอระบบ และก่อนที่เรย์จะทันได้เหนี่ยวไก ร่างของเงาดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของลูน่าราวกับภูตผี พร้อมกับคมมีดสั้นที่จ่อชิดติดลำคอของหญิงสาว
“ลดปืนลงซะ... พรานเงา หรือไม่เช่นนั้น เพื่อนรักของแกคนนี้ จะกลายเป็นเศษข้อมูลสีเทาในอีกสามวินาทีข้างหน้า”
น้ำเสียงเยียบเย็นอันคุ้นเคยดังกระซิบข้างหูของลูน่า — เสียงของคนที่เรย์คิดว่าตายไปแล้วในดันเจี้ยนแห่งความมืดเมื่อครึ่งปีก่อน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้ครับ - ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน•ตอนที่ 50
การเผชิญหน้าครั้งที่สอง
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!