Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน•ตอนที่ 48

ชัยชนะที่แลกด้วยหยาดเหงื่อ

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
เสียงระเบิดกัมปนาทสะท้อนก้องไปทั่วหุบผาทมิฬ แรงสั่นสะเทือนจากคอร์พลังงานหลักของกิลด์จักรพรรดิดำที่กำลังล่มสลาย ทำให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก เรย์ยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน สายตาคมกริบภายใต้ฮู้ดสีเข้มมองต่ำลงไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งฐานทัพอันยิ่งใหญ่และเคยไร้เทียมทานกำลังถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงสีคราม ปืนไรเฟิลซุ่มยิง 'Phantom Whisperer' ในมือของเขายังคงมีไอความร้อนคุกกรุ่นลอยขึ้นมาจางๆ "ระบบป้องกันชั้นสุดท้ายถูกทำลายหมดแล้วครับเรย์ ค่าความคงทนของฐานหลักเหลือต่ำกว่าศูนย์จุดห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว... พวกมันไม่มีทางกู้คืนได้ทันก่อนระบบรีเซ็ตตัวเองแน่นอน" เสียงหวานของลูน่าดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารปาร์ตี้ น้ำเสียงของเธอเจือปนด้วยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความโล่งอกสะท้อนออกมาอย่างเด่นชัดเช่นกัน จอมเวทสาวทรุดตัวลงนั่งพักพิงกับซากเสาหินอัคนี เสื้อคลุมสีครามของเธอขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าจากการต่อสู้ยืดเยื้อร่วมสามชั่วโมงเต็ม เรย์ไม่ได้ตอบกลับในทันที เขาดึงสายตากลับมาจากเบื้องล่าง หันไปมองหน้าจอสถานะที่ฉายภาพโฮโลแกรมตรงหน้า ตัวเลขค่าประสบการณ์มหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ระบบส่วนตัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จที่ดังรัวระรัวจนแทบฟังไม่ทัน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจในเวลานี้ ความแค้นที่สุมอกมานานนับปี ภาพวันที่เขาถูกหักหลังและขับไล่อفيออกจากกิลด์อย่างไร้เยื่อใยฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก การทำลายฐานทัพหลักแห่งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชำระบัญชีเลือดเท่านั้น ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เรย์หันกลับไปตามสัญชาตญาณ ปืนในมือถูกยกขึ้นเล็งโดยอัตโนมัติก่อนที่จะชะงักค้างไว้เมื่อเห็นเงาร่างที่ก้าวออกมาจากกลุ่มควัน นั่นคือ 'จักรพรรดิดำ' หัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ สภาพของเขาในตอนนี้ช่างน่าสังเวช เกราะทองคำประดับอัญมณีแตกละเอียดจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ใบหน้าเปื้อนเลือดและมีรอยแผลลึกจากการปะทะกับเรย์ก่อนหน้านี้ ดวงตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความไม่ยินยอมพร้อมใจ "แก... แกทำลายทุกอย่างที่ฉันสร้างมากับมือ..." จักรพรรดิดำเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความแค้น มือข้างที่ถือดาบใหญ่สั่นระริกแต่ยังคงพยายามยกขึ้นชี้หน้าเรย์ เรย์มองคู่ปรับตลอดกาลด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความสะใจ มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "สิ่งที่แกสร้างขึ้นมา มันแลกมาด้วยหยาดเลือดและน้ำตาของคนอื่นตั้งเท่าไหร่ จักรพรรดิดำ" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงัก "วันนี้... แค่คืนต้นทุนพร้อมดอกเบี้ยเบื้องต้นเท่านั้น" "แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเหรอ เจ้าพรานกระจอก!" จักรพรรดิดำหัวเราะลั่นด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว รอยยิ้มที่ทำให้สัญชาตญาณนักล่าของเรย์ส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว "แกคิดจริงๆ หรอว่ากิลด์ระดับฉันจะมีแผนสำรองแค่ในเกมนี้เท่านั้น?" ลูน่าขมวดคิ้วแน่น เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะร้าวระบมไปหมด พนักงานเวทมนตร์ในมือเปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองเตรียมพร้อม "เรย์... ระวังตัวด้วย มันกำลังถ่วงเวลา!" "ถูกต้อง แม่สาวน้อย" จักรพรรดิดำแย้มยิ้มเยาะเย้ย ก่อนที่ร่างทั้งร่างของเขาจะเริ่มเปล่งแสงสีดำสนิท เป็นสัญญาณของการบังคับล็อกเอาท์ฉุกเฉินที่ถูกตั้งเงื่อนไขพิเศษไว้ล่วงหน้า "ในโลกความเป็นจริง... เงินและอำนาจของฉันสามารถซื้อชีวิตแกได้ง่ายกว่าในเกมนี้เสียอีก เตรียมตัวรับผลที่จะตามหาในวันพรุ่งนี้ได้เลย!" *เปรี้ยง!* เสียงกระสุนนัดสุดท้ายพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง ทว่ามันทะลุผ่านความว่างเปล่าไปอย่างน่าเจ็บใจ เมื่อร่างของจักรพรรดิดำสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีดำหายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงคุกรุ่นของเปลวไฟที่ยังคงเผาไหม้ซากปรักหักพัง เรย์ลดปืนลงช้าๆ สีหน้าของเขายังคงสุขุมเยือกเย็นเช่นเดิม แม้คำพูดสุดท้ายของจักรพรรดิดำจะบ่งบอกถึงภัยคุกคามในโลกแห่งความเป็นจริง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความมั่นใจของเขาสั่นคลอนแม้แต่น้อย "เขาไม่ได้ขู่ครับลูน่า" เรย์พูดขึ้นทำลายความเงียบ สายตาคมมองไปยังจุดที่ศัตรูเพิ่งหายตัวไป "โลกภายนอก... คงจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมารอเราอยู่แล้วจริงๆ" ลูน่าเดินเข้ามาใกล้ สัมผัสเบาๆ ที่ไหล่ของชายหนุ่มเพื่อส่งผ่านความเชื่อมั่น ดวงตากลมโตมองสบตาเรย์อย่างแน่วแน่ "ไม่ว่าโลกภายนอกจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็จะอยู่เคียงข้างคุณเหมือนเดิมค่ะ... เอ๊ย เหมือนเดิมครับเรย์" เธอเผลอหลุดปากแก้คำพูดแทบไม่ทัน ทำให้เรย์เผลอยิ้มออกมาบางเบาเป็นครั้งแรกในรอบวัน ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้นเอง หน้าจอระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าของทั้งสองคนพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือนล่วงหน้า **[ประกาศจากระบบกลาง: ตรวจพบการเข้าสู่ระบบจากผู้เล่นนิรนาม 1 ราย]** **[สถานที่: ฐานทัพหลักกิลด์จักรพรรดิดำ - โซนลับใต้ดินชั้นที่ 5 ที่ถูกปิดตาย]** **[คำเตือน: ตัวตนนี้ไม่ได้ถูกบันทึกในฐานข้อมูลเซิร์ฟเวอร์หลัก และกำลังดาวน์โหลดข้อมูลลับทั้งหมดของเกมออกไปสู่เครือข่ายภายนอก]** เรย์และลูน่าสบตากันด้วยความตกใจ ข้อมูลลับสุดยอดของเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมโยงกับโลกจริงกำลังจะรั่วไหล! และที่สำคัญ... โซนลับชั้นที่ 5 นั้นถูกทำลายไปพร้อมแรงระเบิดเมื่อครู่แล้ว ไม่ควรมีใครสามารถเข้าไปได้ทั้งสิ้น ก่อนที่เรย์จะทันได้ขยับตัว พื้นดินเบื้องล่างที่ควรจะมอดไหม้ไปแล้ว กลับระเบิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสาแสงสีม่วงเข้มพุ่งทะยานเสียดฟ้า แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งหุบผาทมิฬ จนลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากใจกลางเสาแสงสีม่วง ร่างนั้นสวมชุดคลุมโบราณสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากกะโหลกอสูรที่ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมาเป็นระยะ และสิ่งที่ทำให้เรย์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือไอเท็มในมือของแขกผู้มาใหม่... มันคือ 'ศิลาแห่งอาเซอร์ร็อธ' ไอเท็มในตำนานที่ควรจะสูญหายไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน—วันที่กิลด์เก่าของเขาถูกทำลายลง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้ครับ - ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%