“ถ้าเจ้าคิดว่ามันเป็นแค่เศษเหล็กขึ้นสนิม ก็นับว่าสายตาของเจ้ายังต่ำต้อยเกินกว่าจะเป็นพรานชั้นยอดเสียจริง เรย์”
เสียงทุ้มต่ำดังก้องในโถงถ้ำมืดมิดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถันและไอดิน ชายชราในชุดคลุมสีหม่นที่ซ่อนใบหน้าภายใต้ฮู้ดวางวัตถุชิ้นหนึ่งลงบนแท่นหิน เสียงกระทบของมันหนักแน่นแต่แผ่วเบา ราวกับเกรงว่าจะทำลายความเงียบงันที่กดทับมานับพันปี
เรย์จ้องมองวัตถุตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่ามือที่ถือคันธนูเก่านั้นกระชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ลูน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับกายเล็กน้อย แสงจากคทาเวทของเธอสะท้อนภาพอาวุธรูปร่างประหลาด มันไม่ใช่ธนูไม้ธรรมดา แต่มันคือโครงกระดูกของอสูรโบราณที่ถูกหลอมรวมเข้ากับโลหะสีนิล เส้นสายที่ขดตัวเหมือนงูร้ายดูราวกับมันกำลังหายใจเข้าออกอย่างแช่มช้า
“ธนูอาถรรพ์... กงเล็บแห่งความว่างเปล่า” ลูน่าพึมพำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่ออ่านค่าสถานะที่แวบขึ้นมาเหนืออาวุธ “เรย์ นี่มันไม่ใช่ไอเทมระดับตำนานธรรมดา แต่มันมีค่าสถานะ ‘เติบโต’... มันกินค่าประสบการณ์ของเจ้าเพื่อวิวัฒนาการตัวเอง!”
เรย์แค่นยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่น แต่กลับเป็นความกระหายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุม “กินค่าประสบการณ์งั้นหรือ? ถ้ามันสามารถพรากชีวิตศัตรูให้ดับสูญได้เร็วกว่ากิลด์พวกนั้น... ต่อให้มันต้องดูดกลืนวิญญาณของข้า ข้าก็จะยอมจ่าย”
“ใจเย็นก่อนครับ” ลูน่าดึงแขนเขาไว้ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “นายก็รู้ว่าถ้าไอเทมนี้เกิดควบคุมไม่ได้ นายอาจจะสูญเสียทุกอย่างที่ทำมาตลอดทั้งเกม จักรพรรดิดำส่งคนมาตามล่าเราไม่หยุดหย่อน หากอาวุธนี้ทรยศนายในจังหวะที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน... เราจะไม่มีวันได้กลับไปรื้อฟื้นความยุติธรรมให้กิลด์เก่าของนายได้เลยนะ”
เรย์หันกลับมามองคู่หูสายเลือดเดียวกัน สายตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม “ลูน่า... คนที่ถูกหักหลังจนสูญเสียทุกอย่างไปในกองเพลิงของความโลภอย่างข้า ไม่เหลืออะไรให้กลัวอีกแล้ว ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่สร้างมา ข้าจะขอใช้มือคู่นี้กระชากหน้ากากของพวกมันให้โลกได้เห็นว่า ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของพวกมัน คือการปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอดออกมา”
เขาเอื้อมมือไปสัมผัสคันธนูนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วแตะถูกผิวโลหะเย็นเฉียบ รอยสักสีแดงสดบนหลังมือของเรย์ก็เปล่งแสงเจิดจ้า ราวกับถูกจองจำและปลดปล่อยในคราวเดียว ลวดลายบนธนูเริ่มเคลื่อนไหวราวกับงูร้ายที่ฟื้นคืนชีพ พลังงานสีม่วงเข้มไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขาจนเรย์ต้องกัดฟันกรอด เสียงคำรามแผ่วเบาดังออกมาจากคันธนู ราวกับมันกำลังยินดีที่ได้พบเจ้าของคนใหม่ที่ ‘หิวโหย’ ไม่แพ้กัน
“มันไม่ใช่แค่อาวุธ แต่มันคือคำสาปที่เปลี่ยนเป็นพร” ชายชราในชุดคลุมหัวเราะก้องพลางถอยหลังไปในความมืด “เมื่อเจ้าใช้งานมัน ธนูเล่มนี้จะจดจำทุกหยดเลือดที่เจ้าหลั่ง และทุกชีวิตที่เจ้าปลิดปลด จงจำไว้ พรานเงา... ยิ่งเจ้าอัปเกรดมันมากเท่าไหร่ รอยแยกแห่งมิติจะยิ่งขยายตัวออก กว้างจนถึงจุดที่เจ้าอาจต้องเลือก... ระหว่างความแข็งแกร่งสูงสุด หรือความเป็นมนุษย์ที่เจ้ายังเหลืออยู่”
เรย์คว้าธนูขึ้นมาถือไว้ น้ำหนักของมันเหมาะมืออย่างน่าประหลาด ราวกับมันถูกสร้างมาเพื่อเขาก่อนที่จักรวาลเกมนี้จะถือกำเนิดขึ้นเสียอีก เขาง้างสายธนูเบาๆ แม้จะไม่มีลูกธนู แต่พลังงานสีดำทมิฬก็ก่อตัวขึ้นเป็นศรที่คมกริบจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
ลูน่าถอยกรูดไปด้านหลัง เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเรย์ ความรู้สึกนี้มันไม่ใช่แค่สกิลของอาชีพพรานลับ แต่มันคือพลังอำนาจที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ของระบบเกม
“เรย์... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!” ลูน่าร้องเตือน
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดดังกึกก้องจากหน้าถ้ำ เศษหินกระจัดกระจายไปทั่ว ผนังถ้ำถูกทำลายลงพร้อมกับแสงจากเวทมนตร์แห่งการเคลื่อนย้ายมวลชนที่สว่างวาบขึ้นนับสิบจุด เงาร่างของเหล่านักฆ่าในชุดเกราะสีดำสนิทพร้อมตราสัญลักษณ์ ‘จักรพรรดิดำ’ ปรากฏกายขึ้นล้อมรอบพวกเขาไว้
“ตามหาตัวยากจริงๆ นะ เจ้าหนู” เสียงหนึ่งดังกังวานขึ้นเหนือเสียงลมพายุที่ก่อตัวขึ้นกะทันหัน หัวหน้าหน่วยล่าสังหารของจักรพรรดิดำก้าวออกมาจากเงามืด มือของมันถือดาบที่ส่องประกายออร่าสีทอง “จักรพรรดิดำรู้ดีว่าเจ้าต้องมาที่นี่ และเขาก็ให้ข้าเอาของขวัญมาฝาก... ของขวัญที่จะทำให้การเดินทางของเจ้า ‘จบลง’ อย่างถาวร”
เรย์ค่อยๆ หมุนตัวกลับมา สายตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย มือซ้ายถือธนูอาถรรพ์ที่เริ่มสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ส่วนมือขวาเอื้อมไปหยิบศรพลังงานสีดำขึ้นมาพาดสาย
“บอกเจ้านายของเจ้าด้วย” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่แฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่ทำให้เหล่านักฆ่าต้องชะงักไปชั่วขณะ “ว่าวันนี้... ข้าไม่ได้มาเพื่อเล่นเกม แต่ข้ามาเพื่อเริ่มการล่า”
เขาง้างสายธนูจนสุดแขน รัศมีสีดำสนิทแผ่กระจายออกรอบตัว ลูน่าร่ายเวทป้องกันรอบกายเตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะที่เลี่ยงไม่ได้ แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อศรในมือเรย์ไม่ได้พุ่งเข้าใส่นักฆ่าเหล่านั้น แต่มันกลับพุ่งเข้าใส่ ‘ยอดภูเขา’ เหนือถ้ำที่พวกเขายืนอยู่!
แผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นทันที หินผานับหมื่นตันเริ่มถล่มลงมาปิดตายทางออกทั้งหมด พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากภายนอกถ้ำ... ไม่ใช่เสียงของนักฆ่า แต่เป็นเสียงของ ‘ใครบางคน’ ที่เรย์รู้จักดีจากอดีตที่เขาอยากลืม!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของเรย์ในตอนหน้า แล้วพบกันใหม่ครับ - ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน•ตอนที่ 11
ความลับของธนูอาถรรพ์
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Shadow Sniper: ตำนานพรานเงาเหนือจักรวาลเกมเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!