"คุณกำลังโกหก หรือแค่ลืมไปแล้วว่าคุณเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองกันแน่ ริน?"
เสียงของอาคเนย์ต่ำพร่า ทว่าบาดลึกราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนแผ่นกระดาษเก่านุ่ม มือเรียวยาวของเขาวางไดอารี่ปกหนังสีเข้มลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนา กลิ่นอายของกระดาษเก่าและกลิ่นอับของกาลเวลาฟุ้งกระจายออกมาทันทีที่สันปกถูกเปิดออก
รินชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกึกในลำคอ สายตาจ้องเขม็งไปยังลายมือหวัดๆ บนหน้ากระดาษนั้น—มันเป็นลายมือของเธออย่างแน่นอน ทุกจังหวะการตวัดหัวตัวอักษร ทุกความโค้งมนที่ดูคุ้นเคยจนน่าขนลุก แต่เนื้อความที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้สมองของเธอหมุนคว้างราวกับโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย
*‘วันที่ 14 ตุลาคม... วันนี้ฉันจัดการเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ในห้องใต้ดินนั่นไม่มีใครได้ยินเสียงกรีดร้องของเขาหรอก’*
"ฉัน... ฉันไม่เคยเขียนอะไรแบบนี้" รินพึมพำ เสียงของเธอสั่นพร่าขณะถอยกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับผนังเย็นเฉียบ "อาคเนย์ คุณพยายามจะปั่นหัวฉันอีกแล้วใช่ไหม คุณเป็นคนวางมันไว้ที่นั่น... คุณเอาของใครมาแอบอ้าง!"
อาคเนย์ไม่ได้ตอบทันที เขาลุกขึ้นช้าๆ ก้าวผ่านแสงไฟสลัวที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาจนเงาของเขาทาบทับร่างของรินไว้มิด เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าทว่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่น่าสะพรึงกลัว "ถ้ามันไม่ใช่ของคุณ แล้วทำไมคุณถึงจำรอยคราบหมึกสีแดงตรงมุมกระดาษหน้า 42 นั่นได้ล่ะ ริน? ทั้งที่คุณยังไม่ได้เปิดไปถึงหน้าข้างในเลยด้วยซ้ำ"
หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ความทรงจำที่ขาดวิ่นของรินพยายามจะต่อจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน แต่ภาพที่ปรากฏกลับเป็นเพียงความมืดมิดและกลิ่นคาวเลือดจางๆ
"หยุด... หยุดพูดเดี๋ยวนี้" เธอปิดหูแน่น
"ไดอารี่เล่มนี้ไม่ได้บันทึกเรื่องราวของ 'คุณ' ที่อยู่ในกระจกเงาบานนั้น แต่มันบันทึกเรื่องราวของ 'อีกรินหนึ่ง' ที่กำลังแย่งชิงลมหายใจไปจากคุณ" อาคเนย์กระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาดูเหมือนผู้หวังดี แต่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตที่ยากจะคาดเดา "คุณคิดว่าคุณเป็นเจ้าของร่างนี้เพียงคนเดียวมาตลอดสินะคะ? น่าเวทนาจริงๆ ที่ความจำเสื่อมของคุณมันกว้างขวางจนพื้นที่นั้นกลายเป็นที่ซ่อนตัวของปีศาจ"
รินผลักเขาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มีแล้ววิ่งเข้าไปในห้องนอน ล็อกประตูแน่นหนา เธอทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจหนักหน่วงจนตัวโยน สายตาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาที่ผนัง—เงาสะท้อนในกระจกไม่ได้ทำตามกิริยาของเธอ มันยืนนิ่ง แววตาของมันดูมีชีวิตและเย้ยหยัน ในขณะที่ตัวของเธอเองกำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
เธอก้มลงมองไดอารี่เล่มนั้นอีกครั้งที่ติดมือมาด้วย ลายมือบรรทัดถัดมาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เริ่มปรากฏชัดขึ้นทีละน้อยบนหน้ากระดาษ ราวกับมีหมึกที่มองไม่เห็นค่อยๆ ซึมออกมาจากความว่างเปล่า
*‘ไม่ต้องกลัวนะริน อีกไม่นานหรอก... เราก็จะเป็นคนคนเดียวกัน’*
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องนอนก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงเคาะที่หนักแน่นของอาคเนย์ แต่เป็นเสียงเคาะที่แผ่วเบา สม่ำเสมอ และ... มาจากฝั่งตรงข้าม—ฝั่งเดียวกับที่เงาสะท้อนของเธอในกระจกยืนอยู่ รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นมือเรียวขาวซีดของใครบางคนค่อยๆ ยื่นออกมาจากพื้นผิวของกระจกเงา ราวกับมันเป็นเพียงผิวน้ำที่ถูกรบกวน
มือข้างนั้นสวมแหวนเงินวงเดียวกับที่เธอกำลังสวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายเป๊ะไม่มีผิดเพี้ยน!
ร่างที่อยู่ในกระจกค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากกรอบไม้โบราณ ในขณะที่อาคเนย์เริ่มหัวเราะร่วนอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน ราวกับเขากำลังรอคอยวินาทีนี้มาทั้งชีวิต
"เปิดประตูสิริน... หรือจะให้คนข้างในนั้นเป็นคนเปิดให้ฉันแทนดีล่ะคะ?"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดและรอยแยกในกระจกกับดิฉันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในความจริงที่บิดเบี้ยวค่ะ - กระจกเงาต้องสาป
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 7
ร่องรอยการมีอยู่ของอีกคน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!