"อย่ามองเข้าไปในนั้น... อาคเนย์ ฉันขอเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย"
รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานหรูหราของจิตแพทย์หนุ่ม ปลายนิ้วของเธอสั่นระริกขณะชี้ไปยังบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังโต๊ะทำงานของเขา เงาสะท้อนในกระจกนั้นดูบิดเบี้ยวผิดเพี้ยน ราวกับโลกอีกใบกำลังพยายามกัดกินความเป็นจริงเข้ามา
อาคเนย์ขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาดูเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ความจำเสื่อมของคุณคงทำให้คุณหวาดกลัวเงาของตัวเองมากสินะ ริน แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่ากระจกไม่ได้โกหก... มันแค่สะท้อนความจริงที่เราพยายามปกปิดไว้ภายใต้เปลือกนอกที่สวยงาม"
"นั่นไม่ใช่ความจริง" รินก้าวถอยหลัง แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับตู้หนังสือ เสียงกระดาษที่เสียดสีกันฟังดูเหมือนเสียงกระดูกที่กำลังลั่น "มันคือรอยแยก... รอยแยกที่พวกคุณสร้างขึ้นเพื่อขังฉันไว้ในลูปที่ไม่มีวันจบสิ้น!"
ยังไม่ทันที่อาคเนย์จะตอบโต้ ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียง 'เพล้ง' แหลมสูงที่ดังมาจากเบื้องนอก มันไม่ใช่แค่เสียงกระจกบานเดียวที่แตกสลาย แต่มันคือเสียงกึกก้องที่ประสานกันราวกับระเบิดกัมปนาทที่ดังออกมาจากทุกทิศทุกทางในเมืองแห่งนี้
'เพล้ง!'
อาคเนย์ชะงัก สายตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นวูบไหวเป็นครั้งแรก เขาหันขวับไปมองหน้าต่างบานใหญ่ของห้องทำงาน ซึ่งในวินาทีถัดมา ผิวหน้าของกระจกใสเริ่มปรากฏรอยร้าวเป็นสายใยแมงมุม ก่อนที่มันจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นแก้วขนาดจิ๋วฟุ้งกระจายไปในอากาศราวกับหิมะที่บาดลึกถึงกระดูก
รินทรุดตัวลงกับพื้น พลางยกมือขึ้นปิดบังใบหน้า เศษกระจกชิ้นหนึ่งกระเด็นมาบาดที่แก้มของเธอ เลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นทางยาว เธอได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนจากภายนอกหน้าต่าง ผสมปนเปไปกับเสียงกระจกทั่วเมืองที่พากันแตกร้าวพร้อมกันอย่างประจวบเหมาะ ราวกับพันธนาการแห่งตัวตนในโลกคู่ขนานได้พังทลายลงพร้อมกัน
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น... อาคเนย์!" รินตะโกนแข่งกับเสียงอื้ออึงในหัว
อาคเนย์ไม่ได้ตอบ เขาเหม่อมองไปยังซากกระจกที่แตกละเอียดบนพื้น ราวกับกำลังเห็นบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น "มันเริ่มต้นแล้ว... รอยแยกมันลึกเกินกว่าที่ใครจะแก้ไขได้ กระจกไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่มันคือคุก... และคุกกำลังพังทลาย"
เขาหันกลับมามองริน แววตาของเขามีความเศร้าโศกปนสมเพช "คุณคิดว่าความทรงจำที่หายไปของคุณไปอยู่ที่ไหนริน? มันไม่ได้หายไปไหนหรอก แต่มันถูกกักขังอยู่ในกระจกทุกบานในเมืองนี้... และตอนนี้ เมื่อมันแตกออก ทุกความทรงจำที่แตกสลายกำลังจะหลั่งไหลกลับเข้าสู่สมองของคุณ"
รินรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พุ่งพล่านเข้าสู่ศีรษะราวกับมีเข็มเป็นหมื่นเล่มทิ่มแทง ภาพหลอนที่ไม่ปะติดปะต่อกันเริ่มฉายชัด เธอเห็นตัวเองในชุดสีขาวโพลน ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์ที่ไม่มีเงาสะท้อน เธอเห็นอาคเนย์ที่ไม่ได้ใส่เสื้อกาวน์หมอ แต่ใส่ชุดนักโทษ... หรือบางที เขาอาจจะเป็นผู้คุม?
"ฉันไม่ใช่แค่คนไข้ของคุณใช่ไหม?" รินกัดฟันแน่น ความทรงจำอันโหดร้ายเริ่มไหลบ่าเข้ามา ภาพเหตุการณ์ที่เธอเผลอทำลายกระจกบานแรกในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป
อาคเนย์ก้าวเข้ามาหาช้าๆ มือของเขายื่นมาหวังจะคว้าตัวเธอไว้ แต่รินปัดออกอย่างแรง "อย่าแตะต้องตัวฉัน! คุณคือเงาที่พยายามจะสวมรอยเป็นมนุษย์มาตลอดใช่ไหม?"
อาคเนย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะที่ฟังดูผิดเพี้ยนจนรินต้องถอยกรูดไปจนสุดมุมห้อง "ฉลาดมากริน... ฉลาดเกินไปแล้ว เสียดายที่ความทรงจำเหล่านั้นมันไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขขึ้นเลยสักนิด"
ทันใดนั้น เสียงลมพายุที่ดูเหมือนจะพัดมาจากรอยแยกของกระจกที่แตกสลายก็พัดกรรโชกเข้ามาในห้อง เศษกระจกที่กองอยู่บนพื้นเริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต พวกมันลอยขึ้นและหมุนวนรอบตัวของรินและอาคเนย์เหมือนพายุทอร์นาโดที่ทำจากคมมีด
ในความสับสนวุ่นวาย รินเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในเศษกระจกชิ้นหนึ่งที่ลอยอยู่ตรงหน้า แต่ทว่า... เงาสะท้อนนั้นกลับไม่ได้ทำตามท่าทางของเธอ เงาสะท้อนในกระจกกำลังยกมือขึ้นชี้มาที่อาคเนย์ พร้อมกับขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า *'เขาไม่ใช่คน... เขาคือส่วนหนึ่งของรอยแยก'*
รินใจหายวาบ เธอหันกลับไปมองอาคเนย์ที่กำลังยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ร่างกายของเขาเริ่มโปร่งใสและบิดเบี้ยวไปตามความคมของเศษกระจกที่รายล้อม
เขาขยับยิ้มให้เธออีกครั้ง แต่คราวนี้รอยยิ้มนั้นกว้างจนเกินขอบเขตของมนุษย์ "ขอบคุณที่ยอมรับความจริงนะริน... แต่ก็น่าเสียดายเหลือเกิน เพราะในวินาทีที่กระจกแตก... ตัวตนที่แท้จริงของคุณก็จะหายไปตลอดกาล"
เขาดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้ง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเกิดขึ้นทั่วทั้งอาคาร รินรู้สึกว่าพื้นดินใต้เท้ากำลังทรุดตัวลง และในขณะที่เธอกำลังจะร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดนั้น เธอก็เห็นร่างของตัวเองอีกร่างหนึ่ง... ร่างที่ดูเหมือนรินทุกประการ ยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องทำงาน พร้อมกับถือเศษกระจกบานใหญ่ในมือที่ยังคงสมบูรณ์อยู่เพียงบานเดียว
ร่างนั้นมองมาที่รินด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง "ในเมื่อเธอจำได้แล้ว... ก็ถึงเวลาที่ต้องแลกเปลี่ยนที่อยู่กันสักทีนะ รินคนเก่า"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยแยกกระจกมาจนถึงวินาทีสำคัญนี้นะคะ
กระจกเงาต้องสาป
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 36
บทสรุปแห่งกระจกแตก
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!