“เลือกเอาสิ ริน... ความเป็นนิรันดร์ที่สมบูรณ์แบบ หรือเศษเสี้ยวชีวิตที่เน่าเฟะในกระจกบานนั้น”
เสียงของอาคเนย์ราบเรียบราวกับกำลังอ่านบันทึกทางการแพทย์ แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในโสตประสาทของรินเหมือนคมมีดที่กำลังลอกคราบความทรงจำ เธอทรุดเข่าลงกับพื้นห้องกระจกที่เย็นเยียบ เงาสะท้อนตรงหน้าไม่ใช่ภาพที่สมบูรณ์ของตัวเอง แต่มันคือ ‘รินอีกคน’ ที่กำลังกรีดร้องอยู่ในมิติที่บิดเบี้ยว ดวงตาคู่นั้นของร่างแยกมีสีหม่นหมองกว่า และรอยแผลเป็นที่ข้างขมับซ้าย—รอยแผลที่เธอไม่เคยมี—กำลังเต้นตุบตามจังหวะชีพจร
รินเม้มปากแน่นจนรสฝาดของเลือดคละคลุ้งในลำคอ เธอเงยหน้าขึ้นมองอาคเนย์ที่ยืนตระหง่านอยู่หลังกรอบกระจกบานยักษ์ แววตาของเขาไม่มีความสงสาร มีเพียงความกระหายใคร่รู้แบบนักวิทยาศาสตร์ที่รอชมปฏิกิริยาเคมีสุดท้ายก่อนการระเบิด
“ถ้าฉันรวมร่างกับเธอ...” รินเค้นเสียงผ่านไรฟัน “สิ่งที่หลงเหลืออยู่ จะเป็นฉัน... หรือจะเป็นนายที่คอยบงการชีวิตฉันผ่านตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นกันแน่คะ?”
อาคเนย์หัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาขยับตัวเข้าใกล้กระจกจนลมหายใจอุ่นๆ พ่นรดพื้นผิวเย็นเยียบจนเกิดฝ้าจางๆ “การรวมร่างไม่ใช่การกลืนกิน แต่มันคือการยอมรับความจริง ว่าเธอไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก ริน... เธอเป็นเพียงภาพจำลองที่ถูกแยกออกมาจากความผิดพลาดของฉันในอดีต”
คำพูดนั้นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนสมอง รินสั่นสะท้าน มือทั้งสองข้างกุมศีรษะไว้แน่น ภาพเหตุการณ์ในวัยเยาว์ที่ไม่ปะติดปะต่อกันเริ่มไหลทะลักเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ห้องผ่าตัด... กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ... และเสียงกระซิบของชายคนหนึ่งที่บอกให้เธอ ‘ลืม’ ทุกอย่างเพื่อที่จะได้เริ่มต้นใหม่
เธอหันไปมอง ‘ริน’ ในกระจกอีกครั้ง อีกฝ่ายหยุดกรีดร้องแล้ว แววตาของร่างแยกนั้นเปลี่ยนเป็นความเวทนา ก่อนจะยื่นมือออกมาแตะที่ผิวกระจกจากด้านใน ปลายนิ้วของพวกเธอแตะกันผ่านแผ่นกั้นบางๆ ความเย็นยะเยือกแล่นเข้าสู่กระดูกสันหลังของรินทันที
“อย่าเชื่อเขา” เสียงของร่างแยกกระซิบก้องอยู่ในหัวของเธอ แต่มันไม่ใช่เสียงของริน มันคือเสียงของใครบางคนที่รินคุ้นเคยจนใจสั่น “ถ้าเธอทำลายกระจกนี้ ฉันจะดับสูญ... แต่เขา... เขาจะถูกขังอยู่ในเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของความทรงจำเธอตลอดกาล”
รินสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวสติที่เหลืออยู่ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การตัดสินใจเรื่องตัวตน แต่มันคือการตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของโลกใบนี้—โลกที่เธอไม่เคยแน่ใจว่าจริงหรือลวง
“อาคเนย์คะ” รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป มันเยือกเย็นและหนักแน่นขึ้นผิดตา เธอค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน ดวงตาคู่สวยสบประสานกับนัยน์ตาของอาคเนย์ผ่านเงาสะท้อน “ถ้าฉันคือความผิดพลาดของนาย งั้นฉันขอมอบจุดจบที่นายไม่มีวันคาดคิดให้ก็แล้วกัน”
รินไม่รอคำตอบ เธอหันหลังกลับแล้วคว้าเศษกระจกที่ตกอยู่บนพื้น มือของเธอสั่นเทาแต่เป้าหมายชัดเจน เธอไม่ได้เล็งไปที่ร่างแยกในกระจก แต่เล็งไปที่ ‘รอยแยก’ เล็กๆ บนผนังห้องที่อาคเนย์ยืนอยู่ รอยร้าวที่บ่งบอกว่าพื้นที่ที่เขายืนอยู่นั้นคือพื้นที่จำลองที่บอบบางที่สุด
“เธอจะทำอะไร! หยุดเดี๋ยวนี้ริน!” น้ำเสียงของอาคเนย์เปลี่ยนไปเป็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
รินยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่ทรงพลัง “ถ้าความเป็นนิรันดร์มันเจ็บปวดขนาดนี้ งั้นเรามาพังมันไปพร้อมกันเถอะค่ะ ทั้งฉัน... ทั้งเธอ... และความลับที่นายพยายามปกปิดมาตลอด”
เธอเงื้อมมือขึ้นสุดแรง เตรียมจะฝังเศษกระจกเข้าที่จุดศูนย์กลางของรอยร้าว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น มือของเธอกลับหยุดชะงักลงกลางอากาศ เมื่อเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง... เสียงที่เป็นของเธอเอง แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากทิศทางที่ไม่มีใครควรจะอยู่
“อย่าทำเลยค่ะ... เพราะถ้าพี่พังกระจกตอนนี้ คนที่จะไม่ได้ไปต่อ... ไม่ใช่เขา... แต่เป็นลูกที่อยู่ในท้องของพี่ต่างหาก”
รินแข็งทื่อไปทั้งร่าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอค่อยๆ หันกลับไปมองหญิงสาวอีกคนที่ก้าวออกมาจากเงามืดหลังห้อง—หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนเธอทุกประการ แต่ท้องของเธอกลับนูนเด่นชัดออกมาผ่านชุดสีขาวบริสุทธิ์
กระจกเงาต้องสาปหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะยังไม่ละทิ้งรินไปในตอนที่สำคัญที่สุดเช่นนี้นะคะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 35
ทางเลือกระหว่างการดับสูญ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!