"คุณกำลังพยายามจะฆ่าผมด้วยกระจกที่ผมสร้างขึ้นมากับมือหรือริน? ช่างเป็นมุกตลกร้ายที่สมบูรณ์แบบเหลือเกิน"
อาคเนย์แค่นหัวเราะ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง ขณะที่เขาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับบานกระจกเงาบานยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องทำงาน บานกระจกที่ไม่ได้สะท้อนภาพห้องทำงานของเขา แต่สะท้อนภาพของ 'อีกที่หนึ่ง' ซึ่งมืดมิดและเต็มไปด้วยเศษเสี้ยวของกาลเวลาที่บิดเบี้ยว
รินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้ถืออาวุธ สิ่งเดียวที่เธอกำลังถือไว้คือ 'ความเงียบ' ที่หนักอึ้งราวกับภูเขาทับถมลงบนอกของชายตรงหน้า
"ฉันไม่ได้ฆ่าคุณ อาคเนย์" รินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาของเธอสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพายุพัดโหม "คุณต่างหากที่เป็นคนเชิญความตายเข้ามาในห้องนี้ตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจว่าจะ 'บิดเบือน' ตัวตนของคนไข้เพื่อหาคำตอบของทฤษฎีบ้าๆ นั่น"
อาคเนย์ชะงัก รอยยิ้มที่เคยเคลือบฉาบอยู่บนใบหน้าของจิตแพทย์ผู้สุขุมสั่นคลอน เขายกมือขึ้นสัมผัสพื้นผิวของกระจกเย็นเฉียบ ความหนาวเหน็บแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่ไขสันหลัง บานกระจกเริ่มสั่นไหว คลื่นความถี่บางอย่างส่งเสียงครางแหลมเล็กๆ ออกมาราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังหิวโหย
"ทฤษฎีนั้นไม่ใช่เรื่องบ้า..." เขาพึมพำ ดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกที่ค่อยๆ หยดลงในแก้วน้ำใส "ริน คุณไม่เข้าใจหรอกว่าการมีชีวิตอยู่ในกระจกที่ไร้รอยต่อมันทรมานแค่ไหน ทุกๆ วันที่ผมมองคุณ ผมเห็นตัวเองในเวอร์ชันที่ไม่ได้ทำผิดพลาด ผมเห็นความว่างเปล่าที่คอยกัดกินใจผม"
เขาก้าวถอยหลังอีกก้าว ร่างของเขากึ่งจมลงไปในเนื้อกระจก ราวกับว่าพื้นผิวของมันกลายเป็นของเหลวหนืดข้น รินขยับตัวเข้าใกล้โดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่เพื่อช่วย แต่เพื่อจ้องมองจุดจบของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความโศกเศร้าและความเกลียดชัง
"ความทรงจำของฉันที่หายไป" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ ก้าวเท้าผ่านพรมหนานุ่มที่บัดนี้เริ่มมีคราบสีดำผุดขึ้นมา "คุณไม่ได้ลบมันทิ้งใช่ไหม คุณแค่มันเอาไปขังไว้ในนี้... ใน 'ตัวคุณ' อีกคนหนึ่งที่อยู่ในกระจกเงา"
อาคเนย์ไม่มีแรงแม้แต่จะโต้ตอบ ร่างของเขาครึ่งหนึ่งจมหายเข้าไปในบานกระจก เงาของเขาที่สะท้อนอยู่นั้นไม่ได้มีเพียงคนเดียว แต่มันซ้อนทับกันนับสิบ ร่างเงาเหล่านั้นยื่นมือออกมาจากกระจก คว้าเข้าที่คอเสื้อและแขนของอาคเนย์ ราวกับกำลังดึงฉุดเขาลงไปสู่ขุมนรกที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
"ริน... อย่าฟัง... เสียงของมัน" อาคเนย์ร้องลั่น พยายามตะเกียกตะกายกลับออกมา ทว่ามือของเขากลับทะลุผ่านอากาศว่างเปล่า ร่างกายของเขากำลังกลายเป็นเพียงละอองสีเทาที่เลือนหายไปในกระจก
รินยืนดูภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความโกรธแค้นที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวั่นกลัวอย่างประหลาด เมื่อเงาสะท้อนในกระจกเริ่มเปลี่ยนไป ใบหน้าของอาคเนย์ที่กำลังถูกดึงลงไปนั้น เริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นใบหน้าของ... ริน
ใช่ ใบหน้าของเธอเองที่กำลังแสยะยิ้มอยู่ในกระจกบานนั้น
"คุณไม่เคยรู้จักผมจริงๆ หรอก ริน" เสียงของอาคเนย์ที่ดังออกมาจากกระจกเริ่มเปลี่ยนไป มันกลายเป็นเสียงของหญิงสาว เสียงของเธอเองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัว "คุณคิดว่าคุณมาที่นี่เพื่อแก้แค้น? เปล่าเลย... คุณมาที่นี่เพื่อ 'รวมร่าง' ต่างหาก"
กระจกเงาบานยักษ์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนกรอบไม้ลวดลายวิจิตรแตกร้าว เสียงกระจกแตกละเอียดดังก้องไปทั่วห้อง ราวกับเสียงกระดูกที่ถูกหักทิ้ง รินรู้สึกได้ถึงแรงดึงมหาศาลจากภายในกระจก ลมเย็นเยียบพัดผ่านร่างของเธอจนผมยาวสลวยปลิวไสว
อาคเนย์หายไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าที่สะท้อนกลับมา แต่ทว่าในความว่างเปล่านั้น เงาของเธอกลับไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของเธอ มันก้าวออกมาจากขอบกระจก พร้อมกับมือที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของริน
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ริน" เสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังขึ้นข้างหู "ต่อจากนี้ไป... ฉันจะเป็นคนถือกระจกนี้แทนคุณเอง"
รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นมือที่สอง... มือที่มีรอยแผลเป็นเหมือนของเธอไม่มีผิดเพี้ยน—ยื่นออกมาจากรอยแยกของกระจกที่แตกกระจาย แล้วกระชากร่างของเธอกระเด็นเข้าไปในความมืดมิดนั้นโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้อง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่กระจกเริ่มเผยความลับที่โหดร้ายที่สุดนะคะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 34
ความตายของจิตแพทย์
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!