“คุณกำลังพยายามทำลายฉัน หรือพยายามจะดึงฉันออกมาจากหลุมศพที่ตัวเองเป็นคนขุดกันแน่คะ อาคเนย์”
รินวางมีดปอกผลไม้ลงบนจานกระเบื้องเสียงดังเคร้ง ราวกับต้องการตัดบทสนทนาที่กำลังวนเวียนอยู่ในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยานัตถุ์และกระดาษเก่า เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า นัยน์ตาของเขายังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม แต่มันเป็นความสงบที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดเท่าที่เธอเคยสัมผัสมา
อาคเนย์ไม่ได้ตอบทันที เขายกแก้วชาขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินบรรยากาศจนรินรู้สึกว่าผิวหนังของเธอกำลังสั่นสะท้าน มือที่วางอยู่บนตักเริ่มกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความปรารถนาลึกๆ ที่เธอพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้เปลือกนอกอันเงียบขรึมเริ่มส่งเสียงหวีดร้องอยู่ภายใน—มันไม่ใช่เสียงของผีสางที่ไหน แต่มันคือเสียงของ 'ตัวเธอ' ที่หิวโหยอิสรภาพและการทำลายล้าง
“ริน...” เขาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าทรงพลัง “กระจกไม่ได้สะท้อนแค่สิ่งที่ตาเห็น แต่มันสะท้อน 'ส่วนที่หายไป' ของคุณ... คุณจำได้ไหมว่าทำไมวันนั้นคุณถึงเลือกที่จะลืม”
“ฉันไม่จำเป็นต้องจำสิ่งที่ทำให้ฉันกลายเป็นปีศาจ!” รินตะคอก เสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าเฉียบคม “คุณเป็นหมอ คุณควรจะรู้นี่ว่าการรักษาที่ดีที่สุดคือการยอมรับว่าบางอย่าง... ควรถูกฝังไปตลอดกาล”
“แต่มันไม่ยอมถูกฝังนะ” อาคเนย์ลุกขึ้นยืน ก้าวเข้ามาใกล้จนเงาของเขาพาดทับร่างของเธอ ร่างกายของเขาสูงใหญ่บดบังแสงไฟจนรินรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในกรงขังที่ทำจากความมืด “เงาของคุณที่เห็นในกระจกนั่น... มันไม่ได้มาเพื่อหลอกหลอน แต่มันมาเพื่อทวงสิทธิ์ มันคือความปรารถนาที่รุนแรงจนคุณเองยังขยะแขยงที่จะยอมรับ ว่าคุณต้องการ... ทำลายทุกอย่างที่ขวางทาง”
รินหลับตาลง ภาพในหัวฉายชัดขึ้นเป็นฉากๆ—ภาพเธอยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์ในอดีต ภาพเศษแก้วที่กระจัดกระจาย และความรู้สึกซาบซ่านที่ได้เห็นเลือดสีแดงฉานไหลรินลงบนพื้นนั่นคือสิ่งที่เธอกดทับไว้ภายใต้ความวิตกกังวล และภาพลักษณ์หญิงสาวผู้บอบบางที่ทุกคนในโรงพยาบาลแห่งนี้มองเห็น
“ไม่ใช่...” เธอพึมพำ “ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น”
“งั้นลองมองดูที่ผนังข้างหลังนั่นสิ” อาคเนย์ชี้ไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ข้างผนังห้อง รินค่อยๆ ลืมตาขึ้น และสิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ภาพสะท้อนของเธอที่กำลังสั่นกลัว แต่มันคือภาพหญิงสาวอีกคนในกระจก—หญิงสาวที่กำลังแสยะยิ้มด้วยความกระหาย แววตาของเงาสะท้อนนั้นเปี่ยมไปด้วยความโหดเหี้ยมที่รินไม่เคยกล้ายอมรับว่าเป็นของตัวเอง
มือของรินยื่นออกไปสัมผัสผิวหน้ากระจกที่เย็นเฉียบ ทันใดนั้น เงาในกระจกกลับยื่นมือออกมาโอบรอบลำคอของเธอ แต่มันไม่ใช่การบีบคอเพื่อฆ่า มันเป็นการโอบกอดที่แนบแน่นราวกับคู่รักที่ห่างหายกันไปนาน
“เธอกับฉัน... เราคือคนเดียวกัน ริน” เสียงกระซิบดังขึ้นจากในกระจก เสียงนั้นเหมือนกับเสียงของเธอทุกประการ แต่ทว่าเต็มไปด้วยความมั่นใจและไร้ซึ่งความสำนึกผิด “ทำไมต้องซ่อนตัวอยู่หลังหน้ากากของเหยื่อ ในเมื่อเธอคือคนถือมีดมาตั้งแต่ต้น?”
รินสะดุ้งสุดตัว ถอยห่างออกมาจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เธอหอบหายใจรุนแรง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม อาคเนย์ยังคงยืนมองเหตุการณ์นั้นด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เหมือนเขากำลังดูละครที่เขาเขียนบทไว้ด้วยตัวเองตั้งแต่แรก
“คุณ... คุณสร้างมันขึ้นมา” รินชี้ไปที่กระจก “คุณปั่นหัวฉัน คุณหลอกล่อให้ฉันยอมรับตัวตนที่น่ารังเกียจนี้ เพื่อที่คุณจะสามารถควบคุมฉันได้ตลอดไปใช่ไหม?”
อาคเนย์หัวเราะเบาๆ เป็นหัวเราะที่ไร้ซึ่งความตลกขบขัน “ผมแค่เปิดประตูให้สิ่งที่คุณขังไว้ในใจได้ออกมาเดินเล่นเท่านั้น ริน ความปรารถนาของคุณที่อยากจะเห็นโลกใบนี้แตกสลาย มันใหญ่เกินกว่าที่หัวใจเล็กๆ ของคุณจะรับไหว... และวันนี้ คุณก็เห็นมันด้วยตาตัวเองแล้ว ว่าคุณไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีกต่อไป”
รินมองไปที่มือของตัวเอง มือที่เคยสั่นเทาตอนนี้กลับหยุดนิ่งสนิท เธอรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แล่นผ่านเส้นเลือด มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความรู้สึก 'ตื่น' อย่างเต็มตัว เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าเงาในกระจกไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือส่วนเดียวของเธอที่ซื่อสัตย์ที่สุด
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเข้าไปหาเงามืดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่หนักแน่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด
ประตูห้องทำงานของอาคเนย์ถูกผลักออกช้าๆ ร่างของชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นรินและอาคเนย์ที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนชัดๆ เพราะนั่นไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่มันคืออาคเนย์... อีกคนหนึ่งที่ดูแก่กว่าและบาดเจ็บสาหัส เขาถือซองจดหมายเก่าๆ ในมือที่เปื้อนคราบเลือด ก่อนจะชี้มาที่อาคเนย์ที่ยืนอยู่ข้างรินด้วยสายตาที่แตกสลาย
“อย่าไปเชื่อมันริน” ชายที่เพิ่งเข้ามาใหม่กระซิบด้วยเสียงที่แหบแห้ง “เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้... ไม่ใช่อาคเนย์ที่เธอรู้จัก แต่มันคือ ‘เงา’ ที่หลุดออกมาจากกระจกตั้งแต่วันที่คุณฆ่าฉันเมื่อห้าปีก่อนแล้ว”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างความบิดเบี้ยวของมิตินี้ไปพร้อมกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 33
เสียงสะท้อนที่แท้จริง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!