“เลิกพยายามทำตัวเป็นเจ้าของร่างกายนี้เสียที ริน... เธอก็แค่รอยร้าวที่ฉันเผลอทิ้งไว้ในความทรงจำเท่านั้นแหละ”
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนอื่น แต่เป็นเสียงของฉันเอง—เสียงที่แหบพร่าและเย็นเยียบก้องกังวานอยู่ในความว่างเปล่าที่ไร้จุดจบ ร่างของฉันอีกคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า ในพื้นที่ที่พื้นผิวด้านล่างเหมือนน้ำมันดิบสะท้อนเงาบิดเบี้ยวของเราทั้งคู่ เธอยิ้มให้ฉัน ยิ้มแบบเดียวกับที่ฉันเคยเห็นในกระจกทุกเช้า เพียงแต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้แววตาของความเป็นมนุษย์ มันคือดวงตาของสิ่งที่ถูกกักขังมานานเกินไป
ฉันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลึกลงไปในฝ่ามือ ความเจ็บปวดเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าฉันยังมีตัวตนอยู่ในมิตินี้ “ถ้าฉันเป็นแค่รอยร้าว... แล้วทำไมเธอถึงต้องกลัวการมีอยู่ของฉันขนาดนั้นล่ะ?”
“กลัว?” อีกร่างหนึ่งหัวเราะเบาๆ พลางก้าวเดินเข้ามาใกล้ จังหวะการก้าวเท้าของเธอนั้นประหลาด มันเงียบสนิทราวกับอากาศไม่ได้รองรับน้ำหนักของเธอไว้ “ฉันไม่ได้กลัวเธอ ริน... ฉันแค่รำคาญ เหมือนกับเวลาที่มีแมลงบินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ หู ในเมื่อเธออยากจะแย่งพื้นที่นี้ไปนัก ฉันก็จะส่งเธอไปที่ที่เธอสมควรอยู่... ในความมืดมิดที่แม้แต่ตัวเธอเองยังจำไม่ได้ว่าเคยพังทลายลงที่นั่นได้อย่างไร”
ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือน ความว่างเปล่าสีดำสนิทรอบตัวเริ่มปริแตกเหมือนเศษกระจกที่ถูกกระแทก พื้นที่ที่เรายืนอยู่เปลี่ยนสภาพกลายเป็นหอคอยกระจกนับพันบาน ทุกบานสะท้อนภาพเหตุการณ์ที่ฉันพยายามลืม—ภาพวันที่อาคเนย์ยื่นแฟ้มประวัติคนไข้ที่มีชื่อของฉันติดอยู่ ภาพรอยยิ้มจอมปลอมของเขาในห้องตรวจที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อ และภาพความรู้สึกที่ฉัน 'ตาย' ลงไปในจิตใจของตัวเองทีละน้อย
ฉันพุ่งตัวเข้าใส่ร่างนั้น แรงปะทะทำให้เราทั้งคู่ล้มลงไปในความเวิ้งว้าง ร่างของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่ขุดขึ้นมาจากหลุมศพ เราตะเกียกตะกายแย่งชิงตำแหน่งที่ควรจะเป็น 'ตัวจริง' ฉันเห็นตัวเองในดวงตาของเธอ เห็นความหวาดกลัวที่ถูกฉาบไว้ด้วยความโกรธแค้น
“อาคเนย์ไม่ได้รักเธอ!” ฉันตะโกนใส่หน้าเธอในขณะที่มือกำรอบลำคอของอีกร่างเอาไว้ “เขาแค่ต้องการตัวทดลองที่สมบูรณ์แบบ เขาสร้างเธอขึ้นมาจากเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายของฉัน เพื่อที่จะดูว่าจิตวิญญาณมนุษย์จะบิดเบี้ยวได้แค่ไหนถ้าถูกบังคับให้ลืม!”
อีกร่างชะงักไป ดวงตาที่เคยไร้ความรู้สึกสั่นไหววูบหนึ่ง เธอแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยวมากกว่าเดิม “แล้วถ้าเขาต้องการแบบนั้นจริงๆ ล่ะ? การที่ฉันเป็นคนเลือกที่จะอยู่กับเขา... มันไม่ได้แปลว่าฉันคือของจริงมากกว่าเธอหรอกหรือ?”
ความกดดันมหาศาลบีบอัดเข้ามาในหัวของฉัน เสียงกระซิบของอาคเนย์ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยมีดที่กรีดลงบนหัวใจ *‘ริน... ปล่อยให้ตัวเองจางหายไปเถอะ การเป็นคนลืมความเจ็บปวดนั้นน่ะ คือความสุขที่สุดแล้ว’*
“ไม่!” ฉันตวาดออกไปพร้อมกับรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักร่างนั้นให้กระเด็นเข้าไปในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางพื้นที่ว่างเปล่า ร่างนั้นกรีดร้อง—เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงของแก้วที่แตกละเอียด มันดังก้องจนแก้วหูของฉันแทบจะฉีกขาด
เงาร่างนั้นถูกดูดกลืนเข้าไปในกระจก บานกระจกที่เคยสะท้อนภาพของเธอเริ่มร้าวเป็นใยแมงมุม แต่ในจังหวะที่ฉันคิดว่าทุกอย่างจบลง มือที่ซีดเผือดคู่นั้นกลับยื่นออกมาจากรอยแตก คว้าข้อมือของฉันไว้แน่น แรงฉุดมหาศาลทำให้ฉันถลาเข้าไปใกล้หน้ากระจกจนปลายจมูกแทบจะแตะผิวแก้ว
“เธอคิดว่าเธอคือคนเดียวที่เหลืออยู่เหรอ?” เสียงของร่างในกระจกแผ่วเบาแต่ชัดเจนราวกับกระซิบอยู่ที่ข้างหู “ลองมองดูดีๆ สิริน... ใครกันแน่ที่เป็นเงา และใครกันแน่ที่ติดอยู่ในกระจกกันแน่?”
ฉันก้มลงมองที่ข้อมือตัวเอง ที่นั่น... แทนที่จะเป็นรอยช้ำจากแรงจับ แต่มันกลับมีรอยร้าวสีดำปรากฏขึ้นเป็นเส้นสายเหมือนรอยร้าวบนพื้นผิวกระจก และเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองภาพสะท้อนในกระจกอีกครั้ง ฉันก็ต้องหยุดหายใจ
คนที่อยู่ข้างในกระจกไม่ได้กำลังหวาดกลัวหรือพยายามจะออกมาข้างนอกเหมือนเมื่อครู่ แต่เธอกำลังยืนกอดอก มองดูฉันด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช แล้วเธอก็ยกมือขึ้น... ไม่ใช่เพื่อจะทำร้ายฉัน แต่เพื่อจะ 'เอื้อมมือมาปิดสวิตช์' ความเป็นจริงที่ฉันกำลังยืนอยู่
“ขอบใจนะที่พยายามจนถึงจุดนี้” ร่างนั้นเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะลงบนพื้นผิวหน้ากระจกจากฝั่งนั้น “แต่การต่อสู้ครั้งนี้จบลงแล้ว... ตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มสงสัยว่าความทรงจำของเธอเป็นของใคร”
ทันใดนั้น โลกทั้งใบที่ฉันยืนอยู่ก็ดับวูบลงราวกับไฟที่ถูกตัดกระแส ความมืดมิดเข้าครอบงำจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง ก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า
“หลับให้สบายนะริน... เพราะต่อจากนี้ จะไม่มีใครต้องรับรู้เรื่องการมีอยู่ของเธออีกต่อไป”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างความบิดเบี้ยวของมิตินี้ไปพร้อมกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 32
การต่อสู้เพื่อชิงร่างคืน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!