เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 31

มุ่งหน้าสู่ใจกลางเงา

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"หยุดก้าวเท้าเดี๋ยวนี้ ริน... ถ้าเธอไม่อยากเห็นตัวเองในเวอร์ชันที่แหลกสลายไปมากกว่านี้" เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ดังแทรกผ่านความเงียบงันที่บีบคั้นอยู่ในโถงทางเดินกระจก รินไม่หยุดเดิน รองเท้าผ้าใบของเธอเหยียบย่ำลงบนเศษกระจกที่แตกละเอียดจนเกิดเสียงกรอบแกรบดั่งกระดูกที่ถูกบดขยี้ เธอไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่จ้องมองเงาสะท้อนนับร้อยนับพันของตัวเองที่กำลังบิดเบี้ยวบนผนังกระจกใส บัดนี้เงาของเธอไม่ได้ลอกเลียนการเคลื่อนไหวเหมือนที่เคยเป็น แต่มันกลับยิ้มให้เธอ... รอยยิ้มที่กว้างเกินกว่าใบหน้ามนุษย์จะทำได้ "ความทรงจำของฉันไม่ได้หายไปไหนใช่ไหมคะ อาคเนย์?" รินเอ่ยขึ้นเบาหวิว มือบางแตะลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบของกระจกบานใหญ่ที่กั้นขวางทางเข้าสู่ 'ห้องกระจกหลัก' ไว้ "คุณแค่เอามันไปซ่อนไว้หลังเงาพวกนี้ เพื่อจะดูว่าฉันจะกลายเป็นตัวตลกที่สมบูรณ์แบบได้เมื่อไหร่" อาคเนย์สาวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมเจือจางของยานอนหลับและกระดาษเก่าๆ ที่ติดตัวเขามาตลอดโชยมาแตะจมูก เขาวางมือลงบนไหล่ของเธอ แรงบีบนั้นหนักหน่วงและแฝงไปด้วยคำเตือนที่ข่มขวัญ "ฉันไม่ได้ซ่อนมัน ริน... ฉันแค่ปกป้องเธอจากความจริงที่ว่า 'ตัวตน' ของเธอนั้นไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก เราทุกคนในมิตินี้เป็นเพียงกระจกเงาที่พยายามตามหาเจ้าของที่สาบสูญไป" รินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาที่เคยสั่นไหวด้วยความวิตกกังวลบัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ถูกสาปแช่ง "ถ้าไม่มีเจ้าของ... งั้นคนในกระจกเงาที่กำลังมองฉันอยู่ตอนนี้ คือใครกันล่ะคะ?" เธอหยิบเศษกระจกปลายแหลมที่เก็บได้จากพื้นขึ้นมา แล้วกรีดลงบนหลังมือของตัวเองอย่างแรง เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมา แต่อาคเนย์กลับไม่สะทกสะท้าน เขายกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่กระเด็นมาโดนแก้มด้วยท่าทีนิ่งเฉยราวกับเห็นเป็นเรื่องปกติ "เลิกเล่นบทนางเอกผู้ถูกกระทำเสียที" อาคเนย์ขยับแว่นสายตา เงาสะท้อนในเลนส์ของเขามีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "เธอคิดว่าการบุกเข้าไปถึงใจกลางห้องนี้จะทำให้เธอได้รับอิสระงั้นหรือ? เปล่าเลย... ที่นั่นไม่มีอะไรนอกจาก 'กระจกที่ไม่มีเงาสะท้อน' ซึ่งนั่นหมายความว่า หากเธอเดินเข้าไป เธอจะกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ตัวตนตลอดกาล" รินไม่ได้ถอยหลังกลับ เธอกลับเลือกที่จะขยับเข้าใกล้ประตูบานใหญ่ที่ทำจากกระจกนิรันดร์ มันเป็นบานเดียวในห้องที่ไม่สะท้อนภาพใดๆ ออกมาเลย มันมืดมิดและลึกซึ้งดุจหลุมศพของกาลเวลา "ถ้าฉันต้องเป็นเพียงเงาที่รอวันจางหายไป งั้นฉันก็ขอเลือกที่จะหายไปในจุดที่ลึกที่สุดดีกว่าการต้องทนมองหน้าคุณในทุกๆ วันที่ตื่นขึ้นมาค่ะ" รินหายใจเข้าลึก ความกลัวที่เคยเกาะกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เธอเองก็ไม่รู้จัก "ขอบคุณที่สอนให้ฉันรู้ว่า... คนที่น่ากลัวที่สุดในกระจก ไม่ใช่ปีศาจที่ไหน แต่คือคนที่อ้างว่ารู้จักฉันดีที่สุด" เธอตัดสินใจออกแรงผลักบานกระจกมืดมิดนั้นเข้าอย่างเต็มแรง ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ประตูจะเปิดออก กลิ่นอายของอากาศที่อับชื้นและเสียงกระซิบจากนับล้านชีวิตที่ถูกกักขังอยู่ในมิติคู่ขนานก็โหมกระหน่ำเข้ามาในประสาทสัมผัสของเธอ รินก้าวเท้าเข้าไปข้างในท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินแสงสว่างจากโถงทางเดิน แต่ทว่า... ทันทีที่เท้าของเธอแตะลงบนพื้นห้องหลัก แสงไฟสลัวก็วูบติดขึ้น เผยให้เห็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ตรงหน้า รินหยุดหายใจ เมื่อเห็น 'ริน' อีกคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่ากลางห้อง ในมือนั้นถือสมุดบันทึกที่รินจำได้แม่นว่าเป็นของเธอเอง และสิ่งที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ... ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นมีรอยแผลเป็นแบบเดียวกับที่รินเพิ่งสร้างขึ้นบนหลังมือเมื่อครู่ ทั้งที่อีกฝ่ายไม่เคยขยับตัวเลยแม้แต่น้อย "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ริน" หญิงสาวบนเก้าอี้เงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างถูกเย็บปิดด้วยด้ายสีดำสนิท "ฉันรอเธอมานานเหลือเกิน... ถึงเวลาที่เราต้องสลับที่กันแล้ว" เสียงของมันเหมือนเสียงของรินทุกประการ ราวกับก้องมาจากวิญญาณของเธอเอง ขณะที่อาคเนย์ที่ควรจะยืนอยู่ข้างหลังเธอกลับเดินไปยืนข้างหญิงสาวคนนั้น แล้วก้มลงจูบหน้าผากของมันอย่างอ่อนโยน... ก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างความบิดเบี้ยวของมิตินี้ไปพร้อมกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%