เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 30

คำสารภาพที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“คุณกำลังบอกฉันว่า... รอยแตกที่กำลังกัดกินทุกอย่างในห้องนี้ คือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่คุณบรรจงสร้างขึ้นมากับมืออย่างนั้นหรือคะ?” เสียงของรินสั่นพร่า ทว่าแววตากลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบ่อที่ไร้ลมพัด เธอไม่ได้ขยับหนีไปไหน แม้ว่าผนังห้องทำงานของอาคเนย์จะกำลังปริแตกออกเผยให้เห็นความมืดมิดที่ว่างเปล่าหลังมิติ ผิวหนังของเขาดูเหมือนจะซ้อนทับกันอยู่สองชั้น ชั้นหนึ่งเป็นชายหนุ่มผู้ดูอ่อนโยนในชุดกาวน์สะอาดตา อีกชั้นหนึ่ง... เป็นเพียงหมอกควันสีเทาที่พยายามจะยึดร่างนั้นไว้ อาคเนย์วางปากกาหมึกซึมในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบของมันหนักแน่นและเยือกเย็น เขาไม่ได้หลบตา เธอเห็นความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้น—ความว่างเปล่าที่เธอคุ้นเคยดี ราวกับกำลังส่องกระจกมองดูเงาของตัวเองที่ถูกบิดเบือน “ศิลปะเหรอครับ... ไม่สิริน ผมเรียกมันว่า ‘การจัดระเบียบ’ มากกว่า” เขาขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไปไม่ถึงดวงตา “คุณรู้ไหมว่าทำไมกระจกถึงต้องมีเงา? เพราะถ้าโลกนี้มีเพียงด้านเดียว มันก็จะแบนราบจนไร้ความหมาย ผมแค่ทำหน้าที่เป็นช่างเจียระไน... ผมสร้างรอยแยกนี้ เพื่อให้แสงจากด้านที่ไม่มีอยู่จริง ส่องลอดเข้ามาหาคุณ” “เพื่ออะไรคะ?” รินเค้นเสียงถาม มือที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริก เธอพยายามรวบรวมความจำที่แตกกระเจิง “คุณอ้างว่ารักษาฉัน คุณบอกว่าฉันคือคนไข้ที่สูญเสียความทรงจำ แต่จริงๆ แล้ว... ฉันคือเหยื่อของการทดลองที่คุณสร้างขึ้นมาเองใช่ไหม” อาคเนย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเดินไปรอบห้อง รอยแยกบนผนังขยายตัวขึ้นอีกนิด มันส่งเสียงหวีดหวิวเหมือนเสียงกระซิบของคนนับพันในเวลาเดียวกัน “คำว่าเหยื่อมันดูรุนแรงไปหน่อยนะริน เราสองคน... เราเป็นแค่ส่วนขยายของกันและกัน ผมต่างหากที่เป็นคนไข้คนแรก คุณน่ะ คือร่างต้นแบบของความสมบูรณ์แบบที่ผมพยายามไขว่คว้ามาตลอด รอยแยกพวกนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาด แต่มันเกิดขึ้นเพราะผมพยายาม ‘เปิดประตู’ ให้คุณได้เห็นว่า ในโลกคู่ขนานที่ไม่มีผม คุณจะอยู่อย่างไร” “คุณเสียสติไปแล้ว” รินพึมพำ แต่ใจเธอกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกประหลาด มันไม่ใช่ความกลัวเสียทีเดียว แต่เป็นความตระหนักรู้ที่ชวนขนลุก “คุณไม่ได้รักษาฉัน แต่คุณกำลังพยายามจะ ‘หลอมรวม’ ตัวเองเข้ากับฉันผ่านรอยแยกนี้” อาคเนย์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นอายของสารเคมีและไอเย็นจากมิติที่บิดเบี้ยวแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะที่ข้างแก้มของริน “การหลอมรวมคือความรักที่บริสุทธิ์ที่สุดไม่ใช่หรือไงครับริน” เขาใช้นิ้วชี้ไล้ไปตามเส้นผมของเธอเบาๆ “ลองมองดูในกระจกบานนั้นสิ... อย่ามองที่เงาของตัวเอง ให้มองที่เงาของผมที่ซ้อนทับอยู่ด้านหลัง” รินค่อยๆ หันไปทางกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ภาพที่สะท้อนออกมาไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว แต่กลับมีร่างของอาคเนย์ที่กำลังโอบกอดเธอไว้จากด้านหลังอย่างแนบชิด ทว่าในความเป็นจริง... เธอยังนั่งอยู่คนเดียวบนเก้าอี้ตัวเดิม หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง เงาในกระจกค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ดวงตาของเงาอาคเนย์นั้นดำสนิทไร้แววตา และมือที่โอบกอดเธอนั้น เริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นกลุ่มหมอกสีดำที่ค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนังของเธอผ่านทางหัวไหล่ “คุณทำอะไร...” รินพยายามขัดขืน แต่ร่างกายนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง “ผมกำลังเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปไงครับ” อาคเนย์กระซิบข้างหู เสียงของเขาตอนนี้ดังมาจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมๆ กัน “จำไว้นะริน... ต่อจากนี้ไป รอยแยกจะไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา แต่มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณคุณ เมื่อคุณหลับตาลง คุณจะเห็นสิ่งที่ผมเห็น และเมื่อคุณลืมตาขึ้น... โลกใบนี้จะไม่เหลือใครนอกจากเราสองคน” เสียงกรีดร้องก้องอยู่ในหัวของริน แต่มันกลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากริมฝีปาก เธอเห็นรอยแตกบนผนังห้องค่อยๆ เลื้อยเข้ามาหาเธอเหมือนรากไม้ที่พยายามโอบรัดเหยื่อ ในวินาทีที่ความมืดมิดจะกลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมด เธอก็เหลือบไปเห็นเงาในกระจกอีกครั้ง... เงาของอาคเนย์ที่เคยซ้อนทับเธออยู่เมื่อครู่ กำลังถูกดึงรั้งไว้ด้วยมือปริศนาคู่หนึ่งที่ยื่นออกมาจากรอยแยกบนกระจก... เป็นมือที่สวมแหวนสีเงินแบบเดียวกับที่เธอกำลังสวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายในขณะนี้! รินเบิกตากว้างด้วยความตระหนักรู้ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เมื่อมือข้างนั้นไม่ใช่ของใครอื่น แต่เป็นมือของ ‘ตัวเธอเอง’ จากอีกฝั่งของกระจกที่กำลังพยายามดึงตัวอาคเนย์เข้าไปในรอยแยกนั้น... โดยไม่สนใจเลยว่า หากอาคเนย์ถูกดึงเข้าไป ร่างกายของเธอเองก็จะแหลกสลายตามไปด้วย ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างความบิดเบี้ยวของมิตินี้ไปพร้อมกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%